“สโคป” ดึงตัวดีไซเนอร์ระดับโลก ผู้ออกแบบคอนโดมิเนียมที่แพงที่สุดในนิวยอร์ก ร่วมออกแบบภายในให้โครงการ “สโคป หลังสวน” ทุ่มหนักค่าออกแบบภายใน 10% ส่วนราคาขายเริ่ม 38 ล้าน สูงสุด 250 ล้าน

 ยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโคป จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้เข้าซื้อที่ดินย่านพื้นที่หลังสวน (ละแวก BTS ชิดลม) ซึ่งเป็นที่ดินฟรีโฮลด์ผืนที่แพงที่สุดที่มีการซื้อขายกันในประเทศไทยเมื่อปี 2561 ที่ราคา 3.1 ล้านบาทต่อตารางวา โดยบริษัทซื้อที่ดินเป็นมูลค่ารวมเกือบ 3,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์

ล่าสุด ที่ดินดังกล่าวถูกนำไปพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมชื่อ “สโคป หลังสวน” มูลค่าโครงการกว่า 8,400 ล้านบาท อาคารสูง 34 ชั้น จำนวน 158 ยูนิต ประกอบด้วยห้องชุดพักอาศัยแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 83 ตารางเมตร, 2 ห้องนอน ขนาด 153-162 ตารางเมตร และเพนต์เฮาส์ ขนาด 419-443 ตารางเมตร

ราคาขายเริ่มต้นที่ประมาณ 38 ล้านบาท ไปจนถึง 250 ล้านบาท ตามแนวทางของบริษัทที่ต้องการจับกลุ่มลูกค้า “อินเตอร์เนชั่นแนลพรีเมียม” (International Premium)

อ่านเพิ่มเติม รู้จัก “สโคป” บ.อสังหาฯ ที่จับกลุ่มลูกค้า อินเตอร์พรีเมียม

แต่จุดเด่นของโครงการคือ บริษัทได้คว้าตัวผู้ที่ออกแบบคอนโดที่แพงที่สุดของเมืองนิวยอร์กอย่าง “โทมัส ยูล-ฮันเซน” ดีไซเนอร์ชาวเดนมาร์ก มาร่วมเสนอแนวคิดและทำการออกแบบภายในให้กับโครงการ “สโคป หลังสวน”

โดยราคาค่าออกแบบภายในของ “สโคป หลังสวน” ใช้ไปถึง 10% ของมูลค่าโครงการ ขณะที่คอนโดมิเนียมอื่นๆ จ่ายค่าออกแบบภายในที่ 3% เท่านั้น

“บริษัททุ่มเงินลงทุนไปที่เรื่องของการออกแบบสูงเป็นประวัติการณ์ ด้วยเหตุว่า ลูกบ้านจะต้องได้รับความสะดวกสบายขั้นสูงสุด ประโยชน์ใช้สอย และรสนิยมที่เป็นเลิศของที่อยู่อาศัย เพราะถ้าการออกแบบก่อสร้างทั้งหมดถูกต้องลงตัว บ้านแห่งนี้จะเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าในระยะยาวเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน” ยงยุทธ์กล่าว

ยงยุทธกล่าวอีกว่า ลูกค้ากลุ่มใหม่นี้ไม่ได้มองความหรูหราว่าเป็นเรื่องของการใช้วัสดุแพงๆ แต่ลูกค้ากลุ่มนี้จะมองว่าความหรูหราเป็นเรื่อง ‘คุณภาพของกระบวนการความคิด’ ความหรูหราจึงไม่ได้หมายถึงก๊อกน้ำทองคำ หรือที่จับประตูทองคำ แต่สิ่งที่ลูกค้ามองหาคือดีไซน์ ความเรียบง่ายที่โอ่โถงสะอาดตา ประโยชน์ใช้สอย รสนิยมที่ดี และการใส่ใจในทุกรายละเอียด

อย่างไรก็ตาม “สโคป หลังสวน” มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงต้นปี พ.ศ. 2566 แต่ปัจจุบัน ยงยุทธเผยว่ามีลูกค้าที่ดูห้องตัวอย่างแล้วตัดสินใจซื้อไปแล้วเกือบ 30% เป็นลูกค้าคนไทยเกือบทั้งหมด และคาดว่าเป็นลูกค้าผู้อยู่อาศัยจริง (Real Demand) 50% และซื้อเก็บไว้ลงทุนอีก 50%

ผลงานของ “โทมัส ยูล-ฮันเซน” ดีไซเนอร์ตัวทอปชาวเดนมาร์ก

– ONE57 ที่นิวยอร์ก (The Billionaire Building) อาคารที่มีห้องชุดพักอาศัยราคาแพงที่สุดของนิวยอร์ก (นับถึงเดือนมกราคม 2562) ด้วยราคาห้องชุดพักอาศัย 3,140 ล้านบาท (100.5 ล้านเหรียญสหรัฐ)

– High Line 23 (HL23) ที่นิวยอร์ก เป็นอาคารที่ได้รับการรองรับ LEED Gold Certification for Sustainability ขึ้นชื่อในเรื่องโครงสร้างและการออกแบบที่แตกต่างไม่ซ้ำใคร

– 505 West 19th Street ที่นิวยอร์ก ซึ่งเป็นโครงการแรกของโทมัสในแมนฮัตตัน ตั้งอยู่บริเวณ High Line Elevated Park เป็นคอนโดมิเนียมที่มีตึกคู่เชื่อมต่อกัน มีหน้าต่างบานพับยาว 8 ฟุตที่เปิดรับแสงธรรมชาติเข้าสู่ภายในตึก

– 300 Collins ที่ฟลอริดา เป็นโครงการที่อยู่บริเวณชายทะเล มีความสูง 5 ชั้น แบ่งออกเป็นที่พักอาศัยรวม 19 ยูนิต

– Project Falcon ที่ลอนดอน เป็นโครงการที่พักอาศัยสูง 6 ชั้น จำนวน 12 ยูนิต การออกแบบแสดงถึงความเป็นอาคารเก่าโบราณของกรุงลอนดอน

– ปัจจุบันโทมัสทำงานในบริษัทของตัวเองชื่อ Thomas Juul-Hansen, Llc. ให้บริการเกี่ยวกับการออกแบบ ทั้งที่พักอาศัย ร้านค้าและบริการ รวมถึงออกแบบภายใน

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer