การสร้างแบรนด์ ในยุค Digital Disruption โดย ดร. ธีรพันธ์ โล่ห์ทองคำ

ในตอนแรกผู้เขียนได้กล่าวถึงเรื่องราวของการสร้างแบรนด์ในหัวข้อ ทำไมคุณต้องมีกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ รวมถึงขั้นตอนแปดขั้นตอนในการสร้างสรรค์กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ซึ่งผู้เขียนกล่าวไปแล้วสี่ขั้นตอน คือ การระบุกลุ่มเป้าหมายและลักษณะลูกค้าในอุดมคติ  การเขียนคำจำกัดความจุดยืนของแบรนด์  การพัฒนาอัตลักษณ์ของแบรนด์ ตลอดจนแบรนด์คือความเชื่อมโยง  สำหรับในตอนจบนี้จะขอกล่าวถึงอีกสี่ขั้นตอนที่เหลือ พร้อมทั้งรายละเอียดการสร้างแบรนด์อีกสองข้อต่อเลย ดังนี้

ขั้นตอนที่ 5 รักษาความสม่ำเสมอ (Consistency) และความเสมอต้นเสมอปลายของแบรนด์

ความสม่ำเสมอและความเสมอต้นเสมอปลายนั้นสร้างความไว้วางใจ คุณลองจินตนาการถึงคนที่เปลี่ยนทัศนคติและลักษณะของเขาตลอดเวลา  วันหนึ่งเขาดูเป็นนักธุรกิจมาก อีกวันหนึ่งเขาดูลำลองและเป็นมิตรมาก จากนั้นเขาก็หายไปและปรากฏตัวให้เห็นอีกครั้งหลังจากหายไปหนึ่งสัปดาห์ ในบุคลิกที่ดูเป็นคนขี้โมโห หงุดหงิดง่าย คุณสามารถที่จะเชื่อถือคนคนนี้และทำธุรกิจร่วมกับเขาได้อีกหรือ  เช่นเดียวกันกับธุรกิจของคุณ หากคุณเปลี่ยนไปมาอยู่ตลอดเวลาจนลูกค้ากลุ่มเป้าหมายไม่สามารถคาดเดาได้ เขาเหล่านั้นก็จะไม่เชื่อถือในตัวคุณและบริษัทของคุณ ดังนั้น ความสม่ำเสมอและความเสมอต้นเสมอปลายจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

การรักษาความสม่ำเสมอและความเสมอต้นเสมอปลายของแบรนด์ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของการทำงานเป็นทีมโดยตรง ไม่ว่าจะมีทีมงานเข้าร่วมทำกิจกรรมจำนวนเท่าไรก็ตาม แต่ละคนจะต้องรู้คุณค่าของแบรนด์และวิธีการที่จะสื่อสารคุณค่าเหล่านั้นในทุกช่องทางถึงแม้จะมีหลากหลายช่องทางก็ตาม  ดังนั้น สมาชิกในทีมทุกคนต้องเข้าถึงคู่มือรูปแบบแบรนด์ของคุณ และเรียนรู้วิธีการใช้เครื่องมือสร้างแบรนด์ในขณะที่กำลังสร้างสรรค์เนื้อหาและสื่อสารคุณค่าผ่านสื่อประเภทต่างๆ ด้วย

ขั้นตอนที่ 6 รักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าของคุณ

ความจริงที่ทราบกันดีอยู่แล้วก็คือ การรักษาลูกค้าปัจจุบันเอาไว้สามารถทำได้ง่ายกว่าการหาลูกค้าใหม่ จึงจำเป็นที่จะต้องสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าของคุณให้นานที่สุด  ทีมงานที่รับหน้าลูกค้าต้องมีทักษะการสื่อสารที่ดีเยี่ยม เพราะทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับวิธีการและรายละเอียดที่พวกเขาส่งข้อความ ตลอดจนท่าทางการแสดงออกและกิริยามารยาทที่มีต่อลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

วิธีการที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งก็คือ การทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจมากกว่าที่พวกเขาคาดหวังเอาไว้ เมื่อคุณรู้จักลูกค้าของคุณและปัญหาของพวกเขาแล้ว คุณไม่สามารถทำเพียงแค่การแก้ปัญหาเหล่านั้น แต่ต้องทำให้พวกเขารู้สึกดีและรู้สึกว่า พวกเขาได้รับการปฏิบัติและดูแลเยี่ยงบุคคลพิเศษด้วย

          ขั้นตอนที่ 7 ทำให้พนักงานในองค์กรเป็นตัวแทนของแบรนด์คุณ

พนักงานที่มีความสุขและความพึงพอใจนั้นมีค่าต่อบริษัทเช่นเดียวกับลูกค้า บริษัทส่วนใหญ่ใช้เวลาและทรัพยากรไปกับลูกค้าของพวกเขา  แต่มักลืมไปว่า พนักงานของพวกเขานั้นมีความสำคัญมากแค่ไหน

คุณต้องศึกษาเกี่ยวกับพนักงานและกิจกรรมของพวกเขาว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้พนักงานของคุณมีความสุข จัดกิจกรรมการสร้างทีมที่จะช่วยทำให้วัฒนธรรมองค์กรของคุณเป็นรูปเป็นร่างขึ้น จากการศึกษาพบว่า พนักงานที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของที่ทำงานอย่างกระตือรือร้นมักจะไม่ลาออกจากบริษัท พนักงานของคุณสามารถกลายเป็นตัวแทนของแบรนด์และช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์ของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยการใช้โซเชียลมีเดีย เมื่อพนักงานของคุณแชร์รูปและวิดีโอต่างๆ ที่พูดถึงบริษัทของคุณบนโซเชียลแพลตฟอร์ม ลูกค้าของคุณก็สามารถรู้ได้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น และรับรู้ได้ว่าการมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมหรือการเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทคุณนั้นสนุกสนานแค่ไหน

เช่นเดียวกันพนักงานที่ไม่มีความความสุขและความพึงพอใจต่อบริษัทของคุณก็สามารถทำให้เกิดผลสะท้อนกลับด้านลบและส่งผลกระทบต่อแบรนด์ของคุณ ดังนั้น หากคุณไม่มีวัฒนธรรมองค์กรและโปรแกรมการมีส่วนร่วมของพนักงานก็ถึงเวลาที่จะต้องริเริ่มจัดทำขึ้นมาแล้ว

          ขั้นตอนที่ 8 ใช้วิธีการสร้างแบรนด์ร่วมกับบริษัทอื่น

การสร้างแบรนด์ร่วมกัน (Co-branding) คือ ความร่วมมือระหว่าง 2 แบรนด์ ซึ่งเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการเข้าถึงตลาดใหม่ๆ และเพิ่มการรับรู้ในแบรนด์ คุณต้องคิดว่า บริษัทไหนที่คุณสามารถร่วมมือกันในการสร้างสรรค์สินค้าที่มีความพิเศษหรือมีรูปแบบที่เป็นประโยชน์สำหรับลูกค้า และได้รับผลประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย ขั้นตอนนี้ไม่ใช่ขั้นตอนที่จำเป็นต้องทำ แต่เป็นสิ่งที่สามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ของคุณได้  โดยบริษัทที่คุณจะทำการสร้างแบรนด์ร่วมกันนั้นควรมีคุณค่าและภาพลักษณ์ของแบรนด์อยู่ในระดับที่ดีพอๆ กันหรือมากกว่า

การมีกลยุทธ์การสร้างแบรนด์เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับทุกบริษัท คุณควรทำตามขั้นตอนเหล่านี้เพื่อสร้างสรรค์และปรับปรุงกลยุทธ์ของคุณ การเข้าใจเป้าหมาย กลยุทธ์และกระบวนการสร้างแบรนด์ย่อมส่งผลให้ธุรกิจได้รับผลตอบแทนจากการสร้างแบรนด์เพิ่มมากขึ้น

สำหรับรายละเอียดการสร้างแบรนด์ที่ผู้เขียนจะกล่าวถึงในลำดับถัดไปอีกสองข้อก็คือ

3 ช่องทางที่ใช้สำหรับการสร้างแบรนด์

คุณไม่สามารถสร้างแบรนด์โดยการใช้ช่องทางการสื่อสารเพียงแค่ออนไลน์หรือออฟไลน์เท่านั้น คุณต้องรวมทุกสิ่งทุกอย่างเข้าด้วยกัน กลุ่มเป้าหมายจะต้องมองเห็นแบรนด์ของคุณได้ทุกๆ ที่ ทุกๆ เวลา ที่เขาเหล่านั้นเปิดรับสื่อในทุกช่องทาง

เมื่อคิดถึงแบรนด์ของคุณ  อันดับแรกสุดคุณต้องบอกให้ได้ว่า คุณสามารถพบเจอกลุ่มเป้าหมายของคุณได้ที่ไหน และคุณจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของพวกเขาได้อย่างไร ซึ่งมีสองวิธีในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย คือ ออนไลน์และออฟไลน์ เมื่อคุณรวมกลยุทธ์ทั้งสองเข้าด้วยกัน คุณจะทราบถึงความต้องการ ทัศนคติ พฤติกรรมและประสบการณ์ของลูกค้า ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลในการดำเนินการเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจต่อไป

วิธีการที่คุณจะเข้าถึงและได้ประโยชน์จากกลยุทธ์ออฟไลน์ เช่น

  • การออกแบบสร้างสรรค์นามบัตร และสิ่งพิมพ์ต่างๆ
  • การเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ งานสัมมนา รูปแบบการจัดงานแสดงสินค้า
  • การเป็นสปอนเซอร์กิจกรรมต่างๆ ที่ลูกค้าสนใจ
  • การใช้กลยุทธ์ปากต่อปาก

สำหรับการสร้างแบรนด์ออนไลน์นั้นมีเครื่องมือและโอกาสต่างๆ มากมายเมื่อเทียบกับออฟไลน์

นอกจากนี้ ยังง่ายต่อการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของคุณโดยอาศัยการใช้กลยุทธ์ที่เฉียบคม ซึ่งกลยุทธ์เหล่านี้ไม่ได้จำกัดเพียงแค่เว็บไซต์และหน้าเฟสบุ๊กอย่างที่บริษัทส่วนใหญ่เข้าใจเท่านั้น

คุณจำเป็นต้องมีเว็บไซต์ที่มีศักยภาพในการสร้างความคุ้นเคยกับสินค้าหรือบริการของคุณ คุณสามารถออกแบบและจัดทำร้านค้าออนไลน์เพื่อความสะดวกของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย สำหรับการใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียคุณต้องมั่นใจว่าข้อความของคุณนั้นเข้าถึงพวกเขา

แทนที่คุณจะสร้างเว็บไซต์แล้วรอคอยลูกค้าผ่านเข้ามาหรือโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างไร้จุดหมายโดยไม่มีผลด้านบวกใดๆ คุณควรหยุดคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ของคุณก่อน วิธีการที่มีประสิทธิภาพในการโปรโมตแบรนด์ของคุณผ่านทางออนไลน์ ได้แก่

  • ให้ความรู้กลุ่มเป้าหมายของคุณ เช่น การสร้างบล็อกเพื่อแชร์เนื้อหาที่มีสารประโยชน์ ซึ่งเป็นการชี้ให้เห็นว่า บริษัทของคุณเป็นแบรนด์ที่มีความสามารถและมีความเชี่ยวชาญ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย
  • สร้างชุมชนออนไลน์ที่จะทำให้ได้ลูกค้ามีความจงรักภักดี ซึ่งคุณสามารถใช้โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มได้ คุณต้องใช้ทุกโอกาสในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายของคุณและสร้างความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นกับพวกเขาเหล่านั้น
  • สร้างความไว้วางใจกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ ลูกค้าที่มีความสุขและความพึงพอใจเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จของคุณ  คุณต้องถามลูกค้าของคุณเพื่อให้พวกเขาวิจารณ์บริษัทของคุณ และใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการสร้างความไว้วางใจในหมู่มวลลูกค้าที่มีศักยภาพของคุณ

คนมักจะไว้วางใจกันและกันมากกว่าไว้วางใจแบรนด์ ดังนั้น อีกหนึ่งวิธีในการสร้างแบรนด์ก็คือ การทำการตลาดผ่านผู้มีอิทธิพลทางสังคมออนไลน์ ซึ่งคุณต้องทำงานร่วมกันกับบุคคลที่มีผู้ไว้ใจพวกเขาและติดตามเขาเหล่านั้นบนแพลตฟอร์มต่างๆ

ดังนั้น ทุกครั้งที่ผู้มีอิทธิพลโพสต์บางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับแบรนด์ของคุณ สารของคุณก็จะแพร่กระจายไปยังผู้ที่ติดตามพวกเขา ซึ่งจะเพิ่มการรับรู้แบรนด์ของคุณและเพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่ให้คุณมากขึ้นอีกด้วย

คุณต้องใช้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์เสมอ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ร่วมกันเพื่อทำให้แบรนด์ของคุณมีความสอดคล้องกันในทุกๆ ช่องทาง คุณต้องทดสอบกลยุทธ์ของคุณและทำการปรับปรุง รวมทั้งต้องระลึกถึงความต้องการของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของคุณไว้เสมอ

ทำไมบริษัทต่างๆ ถึงล้มเหลวใน การสร้างแบรนด์

บริษัทส่วนใหญ่มักจะคิดว่า ทำอย่างไรไม่ให้เกิดความล้มเหลว คุณต้องยอมรับว่า คุณจะไม่สามารถประสบความสำเร็จหากปราศจากความพยายาม และถ้าคุณมีความพยายามคุณก็สามารถหลีกเลี่ยงความล้มเหลวได้

เหตุผลที่บริษัทส่วนใหญ่ประสบกับความล้มเหลว มีดังนี้

  • พวกเขาไม่ได้กำหนดหรือไม่มีวิสัยทัศน์ระยะยาว ซึ่งเป็นความผิดพลาดอันใหญ่หลวง
  • อัตลักษณ์และสารที่เกี่ยวกับแบรนด์ของพวกเขาไม่สอดคล้องกัน สร้างความสับสนให้กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย
  • กำหนดกลุ่มเป้าหมายผิดกลุ่ม ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ใช้สินค้าหรือบริการของพวกเขา
  • ไม่ได้กำหนดจุดยืนในตลาดให้กับตราสินค้า
  • ไม่สนใจความต้องการของลูกค้าของพวกเขา
  • ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาที่ไม่คาดคิดซึ่งพวกเขาไม่สามารถควบคุมได้

เหตุผลเหล่านี้จะทำให้คุณคิดทบทวนซ้ำในขณะที่กำลังดำเนินการตามกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ของคุณ นอกจากนี้ถ้ากลยุทธ์ของคุณล้มเหลวคุณก็จะมีโอกาสในการวิเคราะห์หาสิ่งที่ผิดพลาด ปรับปรุงและรีบดำเนินการให้เหมาะสมและถูกต้องต่อไป

การสร้างแบรนด์เป็นเรื่องยาก ในขณะที่การทำลายแบรนด์นั้นเป็นเรื่องง่ายมาก การสร้างแบรนด์ที่แข็งแรงต้องอาศัยกลยุทธ์ที่ดีจึงจะนำคุณไปสู่ความสำเร็จ คุณควรใช้ขั้นตอนข้างต้นในการสร้างสรรค์กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนทำให้กลยุทธ์การตลาดออนไลน์และออฟไลน์เชื่อมโยงกันเพื่อความสอดคล้อง รวมทั้งสร้างความมั่นใจและความไว้วางใจแก่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของคุณ

แล้วพบกับเรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจในฉบับหน้า แล้วพบกันนะครับ!

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer