After You จากร้านขนมหวานเล็กๆ สู่หุ้นอาหารที่เติบโตดีที่สุดในโลก (วิเคราะห์)

ใครจะเชื่อล่ะว่าหุ้น AU ซึ่งเป็นหุ้นของร้านขนมหวาน After Youจากประเทศไทย จะยืนหนึ่งในฐานะหุ้นร้านอาหารที่มีมูลค่าหุ้นเติบโตสูงที่สุดในโลกของกลุ่มร้านอาหาร และเป็นการเติบโตแซงหน้าแบรนด์ Hadilao เชนฮอตพอตที่ร้อนแรงจากประเทศจีนอย่างไม่เห็นฝุ่น เพราะจากการจัดอันดับของ Bloomberg หุ้นของ After Youมีการเติบโตมากถึง 186% ส่วนอันดับสองอย่าง Haidilao มีการเติบโตที่ 87% เท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดา

อ้างอิงจาก https://www.bloomberg.com/news/articles/2019-07-24/world-s-best-performing-restaurant-stock-is-a-thai-dessert-shop

 

โดยสิ่งที่ทำให้หุ้น After Youมีการเติบโตเข้าตา Bloomberg เรามองว่ามาจากเหตุผลหลัก 3 ประการได้แก่

1. ผลประกอบการที่เติบโตต่อเนื่อง

ในปีที่ผ่านมา After Youมีรายได้ปิดปีอยู่ที่ 880.73 ล้านบาท กำไร 147 ล้านบาท เป็นรายได้ที่เติบโตจากปี  2560 ที่ปิดรายได้ที่ 735.38 ล้านบาท กำไร 129 ล้านบาท

ส่วนไตรมาส 1 /2562 มีรายได้อยู่ที่ 289.41 ล้านบาท กำไร  60 ล้านบาท

แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจร้านขนมหวาน 266.22 ล้านบาท

รายได้จากการขายสินค้าและวัตถุดิบ 16.30 ล้านบาท

และรายได้จากการขายและการจัดงานนอกสถานที่ 4.32 ล้านบาท

ซึ่งในปัจจุบัน After Youมีร้านขนมอยู่ด้วยกัน 3 แบรนด์คือ

  • ร้านขนมหวานAfter You
  • ร้านขนมที่มีส่วนประกอบจากทุเรียนAfter You Durian
  • ร้านบิงซูเมโกริ

2. After You การตลาดบนความใหม่อยู่เสมอ

สิ่งที่ทำให้ After Youมีการเติบโตด้านรายได้อย่างต่อเนื่องมาจากการวางแผนการตลาดด้วยการนำเสนอขนมหวานและอื่นๆ มาสร้างปรากฏการณ์ให้กับตลาดอยู่เสมอ โดยในปัจจุบัน After Youมีขนมหวานและสินค้าต่างๆ ออกมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภคมากถึง 100 รายการ

ในกลุ่มขนมหวาน มีฮันนี่โทสต์ ช็อกโกแลตลาวา น้ำแข็งไสคากิโกริ เค้ก ไอศกรีม และอื่นๆ รวมถึงคุกกี้และขนมบรรจุห่อที่ให้ลูกค้าสามารถซื้อกลับไปรับประทานที่บ้านหรือเป็นของฝาก อย่างเช่น ขนมปังเนยโสด และขนมปังนมโสด เป็นสินค้าหลักที่สร้างรายได้หลัก

และยังมีเครื่องดื่มรสชาติต่างๆ และของที่ระลึกของแบรนด์ให้แฟนคลับได้ซื้อไปสะสม

นอกจากนี้ After Youยังมีการจับมือกับพาร์ตเนอร์ในธุรกิจเดียวกันและนอกธุรกิจ เพื่อนำสินค้าไปจำหน่ายในช่องทางใหม่ๆ เช่น การจับมือกับสตาร์บัคส์ นำขนมขึ้นชื่อของ After You ไปจำหน่ายในร้านสตาร์บัคส์ หรือการจับมือกับ Air Asia นำเมนูใหม่ๆ ของ After Youไปจำหน่ายให้กับผู้โดยสารสายการบิน Air Asia บนเครื่องบิน เป็นต้น

หรือจับมือกันคิดค้นเมนูใหม่ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคอยากลองลิ้มชิมรส อย่างเช่นการจับมือกับ Bonchon ไก่เกาหลียอดนิยม ออกเมนู Chicken Toast ที่นำไก่ทอดกรอบบนชิบุย่าโทสต์อบร้อน และการจับมือในครั้งนั้นถือว่าสร้างความฮือฮาให้กับแฟนคลับ After Youและ Bonchon ไม่น้อย

การจับมือกับพาร์ตเนอร์ทั้งในและนอกวงการอาหารนั้น เป็นหนึ่งในการขยาย Awareness ของแบรนด์ไปพร้อมๆ กับขยายตลาดไปยังฐานลูกค้าของพาร์ตเนอร์อีกด้วย

3. กลุ่มเป้าหมาย Mid-Hi End ไม่มีผลกระทบแม้เศรษฐกิจชะลอตัว

ขนมหวาน After Youวางตัวเองเป็นขนมหวานระดับพรีเมียม มีราคาขนมหวานต่อจานละ 125-354 บาท และราคาเครื่องดื่มต่อแก้วที่ 105-115 บาท สำหรับรับประทานในร้าน และ 22-175 บาท สำหรับขนมบรรจุถุงซื้อกลับบ้าน ส่วนบิงซูอยู่ที่ราคา 125-245 บาท

ซึ่งการวางตัวเองเป็นขนมระดับพรีเมียม ทำให้กลุ่มลูกค้าหลักของ After Youจึงเป็นกลุ่มลูกค้าระดับ Mid-Hi End ที่มีกำลังซื้อสูง และลูกค้ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว จึงทำให้ยังคงมีลูกค้าหมุนเวียนเข้าร้านตลอดเวลา และแน่นขนัดอย่างเห็นได้ชัดในช่วงที่มีขนมหวานรูปแบบใหม่ๆ ที่โดนใจกลุ่มลูกค้าของร้าน

ทั้งนี้ แม้ในวันนี้จะมีการเติบโตของหุ้นที่ดี แต่วัฏจักรของธุรกิจย่อมมีขึ้นมีลงเสมอ และจุดมุ่งหมายที่สำคัญของนักลงทุนคือ ผลกำไร ที่ได้จากการเข้าไปถือหุ้น ซึ่งถือเป็นความท้าทายไม่น้อยสำหรับ After Youที่จะพาธุรกิจขนมหวานฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ที่จะเกิดในอนาคตให้สามารถเติบโตไปอย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่ลืมที่จะคิดถึงความต้องการของผู้บริโภคเป็นสำคัญ

 

Marketeer FYI

ร้านขนมหวาน After Youเกิดจากความฝันของ เม กุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ ที่ต้องการมีร้านขนมหวานของตัวเอง โดยเธอได้ร่วมทุนกับลูกพี่ลูกน้องอย่าง แม่ทัพ ต.สุวรรณ เปิดร้าน After You แห่งแรกที่สาขาแรกที่ เจ อเวนิว ทองหล่อ ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2550 และสาขาสองที่ ลา วิลล่า อารีย์ ในปี 2552 ก่อนที่จะขยายสาขาไปมากกว่า 32 สาขา ภายใต้แบรนด์ After You, After You Durian และร้านบิงซูเมโกริ  

After Youได้พาตัวเองเข้าตลาดหลักทรัพย์ MAI จดทะเบียนใช้นามสกุลมหาชนเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2559 ด้วยจำนวนหุ้น 240 ล้านหุ้น ราคาพาร์ 0.10 บาท ขาย IPO 4.50 บาท และในวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 มีราคาปิดอยู่ที่ 17.00 บาท

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer