AWC เปิดรายได้โรงแรม 7.8 พันล้าน โต 35% เผยลูกค้า MICE ทำรายได้สัดส่วน 52% เตรียมลงทุนเพิ่ม-เข้าซื้อกิจการ ใช้ประโยชน์จากฐานลูกค้าเดิม รับธุรกิจท่องเที่ยวขยายตัว
วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลยุทธ์ของ AWC คือการรวมพอร์ตธุรกิจ ‘โรงแรม’ (Hospitality) และ ‘อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์’ (Retail and Commercial Building) เพื่อสร้างความสมดุลในการสร้างกระแสเงินสด (Balance Cashflow) ทำให้บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรม 52% และรีเทล 48%
รายได้จากธุรกิจโรงแรมในปี 2561 อยู่ที่ 7,861 ล้านบาท เติบโต 35% และ EBITDA เติบโต 33%
ผลประกอบการสำหรับ 3 เดือนแรก สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2562 ของโรงแรม 14 แห่งที่เปิดให้บริการแล้ว มีรายได้ 2,382 ล้านบาท และมี EBITDA เท่ากับ 941 ล้านบาท โดยมีอัตราค่าห้องพักต่อวัน (ADR) ที่ 5,279 บาท ด้วยอัตราการเข้าพัก 83%
รายได้รวมของ AWC (ทั้งธุรกิจโรงแรมและรีเทล) ตั้งแต่ปี 2559-2561 มีอัตราการเติบโต (CAGR) 15%
วัลลภากล่าวอีกว่า จุดแข็งของธุรกิจโรงแรมเครือ AWC คือ การเข้าซื้อกิจการโรงแรมที่มีฐานลูกค้าเดิม จึงช่วยเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายโรงแรม AWC ผ่านช่องทางการขายและการตลาดระดับสากล รวมถึง Guest Loyalty Program กว่า 290 ล้านคนทั่วโลก
วัลลภากล่าวอีกว่า การเข้าซื้อกิจการทำให้ต้นทุนการพัฒนาโครงการของบริษัทใช้เพียงครึ่งเดียวของตลาด นอกจากนี้ยังใช้จุดแข็งคือการทำให้ลูกค้า Dirct Booking ที่ 55% ผ่านช่องทางของโรงแรม จึงไม่ต้องเสียค่าคอมมิชชั่น 20-30%
“เราได้ดีลดีมาก เพราะเราเตรียมแผนระยะยาวที่โรงแรมจะเติบโตไประยะยาวกับเรา” วัลลภาเสริม
ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2562 บริษัทเป็นเจ้าของและผู้พัฒนาโรงแรมทั้งสิ้น 15 แห่ง อีกทั้งยังได้ทำสัญญาซื้อขายหุ้นของบริษัทที่เป็นเจ้าของโรงแรมจำนวน 12 แห่ง (ดำเนินการแล้ว 4 แห่ง และอยู่ระหว่างการพัฒนา 8 แห่ง)
คิดเป็นงบลงทุนกว่า 40,000 ล้านบาท

ด้าน สเตฟาน ฟานเดน อาวาเล หัวหน้าคณะกลุ่มโรงแรมบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ลูกค้ากลุ่ม MICE มีอัตราการเติบโตสูง โดยเฉพาะระดับกลางถึงระดับสูง จากต่างประเทศเกือบ 100% และถือเป็นกลุ่มลูกค้าที่บริษัทให้ความสำคัญมากจากทั้งหมด 4 กลุ่มได้แก่ MICE, City Hotel, Luxury และโรงแรมนอกกรุงเทพฯ (Leisure)
สเตฟานกล่าวอีกว่า บริษัทมีรายได้จากลูกค้ากลุ่มไมซ์ถึง 52% ปัจจุบันมีโรงแรมเฉลี่ย 4 แห่งที่รองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้
นอกจากนี้ ลูกค้าไมซ์ยังช่วยทำให้ธุรกิจและบริการ F&B เติบโตตามไปด้วย
ส่วนรายได้อื่นๆ แบ่งเป็น City Hotel 16.5%, Luxury 11% และ Leisure 20.5%
สเตฟานกล่าวอีกว่า ตลาดไมซ์ถือเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว โดยปี 2561 จำนวนนักท่องเที่ยว MICE เติบโต 47.6% อีกทั้งการใช้จ่ายต่อหัวของลูกค้ากลุ่มนี้ถือว่าสูงกว่านักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ

10 + 5 โรงแรมในมือ AWC ภายใต้เครือทีซีซีกรุ๊ป (TCC Group)
(1) Bangkok Mariott Marquis Queen’s Park
(2) โรงแรมบันยันทรี สมุย
(3) โรงแรมดับเบิ้ลทรี ฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ
(4) โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ
(5) โรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพฯ
(6) โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงใหม่
(7) Sheraton Samui Resort
(8) The Athenee Hotel
(9) Vana Belle
(10) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ
โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา
(11) โรงแรมเดอะ เมโทรโพล ภูเก็ต
(12) โรงแรมอิมพีเรียล โบ๊ทเฮ้าส์ บีช รีสอร์ท
(13) Bangkok Mariott The Asiatique
(14) โรงแรมอินน์ไซด์ แบงค็อก สุขุมวิท
(15) โรงแรมบันยันทรี กระบี่
–
