บ้านสองชั้นหลังหนึ่งในแถบชานเมืองโยโกฮามาของญี่ปุ่น ถูกทิ้งร้างจนขายไม่ออกมาหลายปีแล้ว โดยเหตุผลไม่ใช่จากความเก่า เพราะถ้าจัดการวัชพืชและซ่อมแซมสักหน่อยก็ดูเหมือนใหม่ 

แต่มันมาจากถูกแปะป้ายว่าเป็นบ้าน “จิโกะ บุคเคน” หรือ อสังหาริมทรัพย์มีประวัติอาถรรพ์ หลังมีเรื่องเล่าว่า เคยมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นที่นี่ 

ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย, เพลิงไหม้ที่มีผู้เสียชีวิต และการเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวของคนชรา หรือแม้กระทั่งเหตุฆาตกรรม ซึ่งล้วนเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คนญี่ปุ่นพยายามหลีกเลี่ยง 

อย่างไรก็ตาม คาสุโทชิ โคดามะ ประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์คาชิโมเดะ มองว่า บ้าน จิโกะ บุคเคน เช่นนี้คือโอกาสทางธุรกิจ 

บริษัทของเขาก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2022 เพื่อช่วยเหลือเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่มีประวัติอาถรรพ์ จนยากต่อการขายต่อและปล่อยเช่า ซึ่งหนึ่งในบริการเด่นคือ การสำรวจสิ่งเร้นลับ 

หรืออาจพูดให้เข้าใจง่ายๆ ว่าคือการไปตรวจว่ามีวิญญาณจริงหรือไม่นั่นเอง ซึ่งหากไม่ใช่คนในวงการอสังหาฯ ญี่ปุ่นคงไม่รู้เลยว่า นี่เป็นธุรกิจที่งานชุกและเงินดี 

คาสุโทชิ โคดามะ กล่าวว่า คนญี่ปุ่นมองความตายเป็นเรื่องของความไม่บริสุทธิ์และโชคร้าย การเข้าใกล้ความตายจะนำพาความซวยมาสู่ตนเอง

ส่งผลให้คนจำนวนมาก ไม่อยากแม้แต่จะเดินผ่าน ซึ่งยิ่งถ้าเป็นบ้านจิโกะ บุคเคน ก็ปิดโอกาสการขายต่อหรือปล่อยเช่าไปได้เลย 

ความยุ่งยากในการขายหรือปล่อยเช่าบ้านกลุ่มนี้ ยิ่งถูกซ้ำเติมด้วยกฎหมายที่บังคับให้นายหน้าต้องแจ้งประวัติบ้านแก่ผู้สนใจอย่างตรงไปตรงมา 

แถมยังมีเว็บไซต์ที่รวบรวมพิกัดบ้านจิโกะ บุคเคน พร้อมระบุสาเหตุอย่างละเอียด แม้บางหลังจะระบุเหตุผลสั้นๆ เพียงว่า โปรดสอบถามรายละเอียดจากนายหน้า ก็ตาม 

คาสุโทชิ โคดามะ อธิบายต่อว่า ตามเมืองใหญ่ที่มีความต้องการเช่าสูง เจ้าของบ้านกลุ่ม จิโกะ บุคเคน ถึงกับต้องยอม หั่นราคาค่าเช่าลงถึง 30% 

แต่ถ้าเป็นพื้นที่อื่นอาจต้องลดราคาลงครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว จนในที่สุดกลายเป็นบ้านร้างสมบูรณ์แบบที่ต่อให้ลดราคาแค่ไหนก็ไม่มีใครเอา 

เพื่อแก้ปัญหานี้ คาชิโมเดะจึงไม่ได้ทำแค่เปลี่ยนพรมหรือวอลเปเปอร์ใหม่ แต่เสนอขายบริการเสริม ด้วยการเช็กให้ชัวร์ว่ามีผีหรือวิญญาณสิงอยู่ในบ้านจริงอย่างที่ร่ำลือกันหรือไม่ 

ผ่านการร่วมมือกับอาจารย์มหาวิทยาลัยผู้เชี่ยวชาญด้านปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ ซึ่งเป็นวิธีทางวิทยาศาสตร์ 

เริ่มจากทีมงานจะเข้าไปนอนค้างในห้องที่เคยเกิดเหตุ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. ถึง 06.00 น. ของวันรุ่งขึ้น

จากนั้นติดตั้งกล้องวิดีโอ เครื่องบันทึกเสียง ตรวจวัดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อุณหภูมิ ความชื้น ความกดอากาศ กล้องถ่ายภาพความร้อน และวัดระดับเสียง 

โดยทั้งหมดมีค่าบริการอยู่ที่ 88,000 เยน (ประมาณ 20,000 บาท) ต่อคืน 

เป้าหมายคือการยืนยันว่าห้องพักได้รับการปรับปรุงจนสะอาดเรียบร้อย และ พิสูจน์ด้วยข้อมูลจากเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ว่าไม่มีปรากฏการณ์โพลเทอร์ไกสท์ (วิญญาณรบกวน) หรือสิ่งลี้ลับใดๆ เหลืออยู่ 

โดยเจ้าของบ้านสามารถนำรายงานนี้ไปยืนยันกับผู้เช่าเพื่อสร้างความมั่นใจได้ 

คาสุโทชิ โคดามะ เผยว่า ส่วนใหญ่ไม่ตรวจพบเจอพลังงานลึกลับใดๆ แต่ก็มีบางครั้งที่เครื่องมือเคยจับความผิดปกติได้บ้าง

เช่น กล้องดับไปเอง หรือไมโครโฟนทำงานผิดปกติ และส่วนใหญ่มักเป็นเพียงเหตุการณ์ครั้งเดียวที่ไม่สามารถทำซ้ำได้ 

อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่ามีบ้านบางหลังที่มีปรากฏการณ์ประหลาดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องยาวนานเกินกว่า 1 ปีจริงๆ จนในที่สุดต้องถอนตัวไป 

ด้านโจอี้ สต็อกเกอร์แมน ผู้ร่วมก่อตั้ง อากิยะมาร์ท แพลตฟอร์มซื้อขายบ้านร้างในญี่ปุ่น เผยว่า ปัญหาบ้านร้างกำลังกระจายไปทั่วประเทศ แม้แต่ในใจกลางเมืองใหญ่ 

ข้อมูลสำรวจจากรัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อปลายปี 2024 ระบุว่า มีบ้านร้างหรือ อากิยะ ทั่วประเทศมากถึง 9 ล้านหลัง ซึ่งคิดเป็น 13.8% ของที่อยู่อาศัยทั้งหมดในประเทศ) 

โดยนอกจากปัญหาโครงสร้างประชากรลดลงและการตกลงเรื่องมรดกในครอบครัวไม่ได้แล้ว ความความเชื่อเรื่องสิ่งเหนือธรรมชาติและวิญญาณ ก็เป็นปัจจัยสำคัญ 

โจอี้ สต็อกเกอร์แมน กล่าวต่อว่า คนญี่ปุ่นถือเรื่องพวกนี้มาก จึงทำให้การเช่าบ้านที่มีคนตายเป็นเรื่องยากมาก และพวกเขาก็กระทั่งไม่อยากอยู่ใกล้สุสานด้วยซ้ำ 

เขายังเล่าถึงคนรู้จักที่เคยช้อนซื้อบ้านจิโกะ บุคเคน ในชานเมืองโตเกียวด้วยราคาถูกเหมือนได้เปล่า

แต่สุดท้ายก็ต้องปล่อยทิ้งร้างไว้นานถึง 2 ปี กว่าจะหาผู้เช่าได้ เพราะนายหน้ายึดถือความซื่อสัตย์ เปิดเผยเลยว่านี่เป็นบ้าน จิโกะ บุคเคน จากสาเหตุใด 

เพื่อบรรเทาปัญหานี้ โจอี้ สต็อกเกอร์แมน ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีซับซ้อนอย่างการจับพลังงานลึกลับเหนือธรรมชาติ แต่ก็มีแพ็กเกจเสริม เช่นกัน 

ด้วยการนิมนต์ นักบวชในศาสนาชินโต มาทำพิธีปัดเป่าและล้างสิ่งชั่วร้ายออกจากบ้าน ซึ่งนอกจากได้รับความสนใจจากลูกค้าไม่น้อยแล้ว ยังเป็นการเปิดช่องทางสร้างรายได้เพิ่มเติมอีกด้วย 

กลับมาที่ คาสุโทชิ โคดามะ ซึ่งอยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ญี่ปุ่นมากว่า 15 ปี โดยเขาทิ้งท้ายอย่างมั่นใจว่า บริการตรวจสอบและขจัดอดีตอันเลวร้ายออกจากบ้าน

ที่เป็นโปรเสริมและซ่อนตัวอยู่ในตลาดอสังหาฯ ญี่ปุ่นมานานนี้ จะโตได้อีกมากในอนาคต เพราะความเชื่อเรื่องพลังงานลึกลับ โชคลาง และวิญญาณที่ยึดติดสถานที่ยังฝังรากลึกในวัฒนธรรมญี่ปุ่น / dw