โฆษณาดิจิทัล 2019 วิเคราะห์มูลค่าตลาดและเทรนด์ต่างๆ ที่น่าสนใจ

ในงาน DAAT Day 2019 โดยสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ราชศักดิ์ อัศวศุภชัย และพัชรี เพิ่มวงษ์อัควะ สองกรรมการสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) วิเคราะห์แนวโน้มโฆษณาดิจิทัล 2019 และเทรนด์การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ

เราขอสรุปดังนี้

 

1.>เทรนด์การเติบโตของเม็ดเงินมีการเติบโตเพียง 11%

โฆษณาดิจิทัลยังอยู่ในช่วงขาขึ้น ด้วยการเติบโตเฉลี่ย 30-40% (ยกเว้นปี 2016 ที่ประเทศไทยเกิดเหตุการณ์ที่สร้างความเสียใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ)

ส่วนปีนี้คาดการณ์ โฆษณาดิจิทัล เติบโตเพียง 19%

แม้ปีนี้การเติบโตอาจจะน้อยกว่าทุกๆ ปี แต่ถ้าเป็นเม็ดเงินการเติบโตที่ไม่ได้ลดลง แต่ถ้าเทียบฐานมูลค่าเม็ดเงินโฆษณาที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี เพราะเมื่อมองลึกลงไปในปีนี้โฆษณาดิจิทัลยังมีการใช้เพิ่มขึ้นมากกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเม็ดเงินการเติบโตที่ใกล้เคียงกับปี 2017 และปี 2018

โดยครึ่งปีแรก 2019 โฆษณาดิจิทัลมีมูลค่า 9,019 ล้านบาท

และคาดการณ์ว่าครึ่งปีหลังของปี 2019 อุตสาหกรรมโฆษณาดิจิทัลมีมูลค่า 11,144 ล้านบาท

ซึ่งการเติบโตของโฆษณาดิจิทัลในปีนี้เป็นการเติบโตจากการนำเทคโนโลยี แมชชีนเลิร์นนิ่ง และ AI Management มาใช้อย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นปีแรกๆ ที่หลายแบรนด์นำ 2 เทคโนโลยีนี้มาใช้ในธุรกิจ

 

2.> กลุ่มสกินแคร์ ใช้งบดิจิทัลไต่อันดับแรงขึ้นจนรู้สึกได้

เมื่อดูจากมูลค่าการใช้เม็ดเงินดิจิทัลใน Category ต่างๆ พบว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กลุ่มสกินแคร์มีการไต่อันดับกลุ่มที่มียอดการใช้เม็ดเงินโฆษณาสูงสุด จากอันดับที่ 4 ในปี 2017 ขึ้นเป็นอันดับ 2 ในปีนี้

และเชื่อว่าไม่เกิน 3 ปี กลุ่มสกินแคร์ จะมีการใช้เม็ดเงินในสื่อดิจิทัลขึ้นเป็นอันดับหนึ่งได้อย่างแน่นอน

เหตุผลนี้มาจาก

นสพ. และนิตยสารซึ่งเป็นสื่อที่กลุ่มสกินแคร์ให้ความสำคัญกับการลงโฆษณาได้ปิดตัวลง หรือ Transform ตัวเองจากสื่อที่เป็นกระดาษสู่ดิจิทัล ทำให้กลุ่มสกินแคร์โยกเม็ดเงินจากสื่อเดิมมายังดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย

นอกจากนี้ กลุ่มสกินแคร์บางแบรนด์ยังได้โยกเม็ดเงินจากทีวีในรูปแบบ TVC มาเป็นเป็นวิดีโอออนดีมานด์บนโลกออนไลน์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคแบบเฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น

 

3.>ยานยนต์ น็อนแอลกอฮอล์ รีเทล อสังหาฯ เติบโตลดลง

กลุ่มคอมมูนิเคชั่น และอสังหาฯ มีการใช้เม็ดเงินโฆษณาที่ลดลง แต่ยังอยู่ในมูลค่าที่สูงติด Top10 ซึ่งปรากฏการณ์นี้มาจาก

– กลุ่มอสังหาริมทรัพย์

กลุ่มนี้ใช้งบโฆษณาดิจิทัลลดลง 1% ส่วนหนึ่งมาจากเอฟเฟคโอเวอร์ซัปพลายของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และการลดลงทุนและอื่นๆ รวมถึงการที่ภาครัฐมีการขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้บ้านที่ทำให้ตลาดอสังหาฯ เกิดการชะลอการใช้เม็ดเงินน้อยลงจากเดิม

– กลุ่มคอมมูนิเคชั่น

การลดลงในการใช้เม็ดเงินของคอมมูนิเคชั่นมากถึง 18% มาจากสองส่วนคือ

ในส่วนของโอเปอเรเตอร์ยังไม่มีการเปิดตัว 5G ทำให้ดีแทคและทรูมูฟเอชใช้สื่อต่างๆ เพียงแคมเปญการตลาดเท่านั้น และมีเพียงเอไอเอสแบรนด์เดียวที่มีการทำแคมเปญโปรโมตแบรนด์ผ่านเครือข่าย Next G

นอกจากนี้ ในส่วนของโอเปอเรเตอร์ยังมีการจับมือเป็นพาร์ตเนอร์โดยตรงกับสื่อ เช่น ยูทูบ Spotify และอื่นๆ เพื่อทำตลาดและใช้ช่องทางในการโปรโมตร่วมกัน

ส่วนเทลโก้ ไปพาร์ตเนอร์กับสื่อโดยตรงในการทำคอมมูแคมเปญ เช่นกับยูทูบ สโพติพาย ในการแชร์ช่องทางร่วมกัน

ส่วนในมุมของดีไวซ์ในปีนี้ไม่มีแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาคอมมูนิเคชั่นถึงกลุ่มเป้าหมายมากนัก มีแต่ แอปเปิล และซัมซุงยังคงใช้เม็ดเงินตามปกติ บนสินค้าที่เป็นเรือธง

และเชื่อว่าในกลุ่มคอมมูนิเคชั่นถ้า 5G มาอาจทำให้เทรนด์การใช้เงินเปลี่ยนไป

 

4.> กลุ่มยานยนต์-น็อนแอลกอฮอล์ มีการเติบโตที่ลดลง

ในปี 2018 เป็นปีแรกในรอบสี่ปีที่ยอดขายรถยนต์สูงสุด ซึ่งการเติบโตด้านยอดขายส่วนหนึ่งมาจากการทุ่มเม็ดเงินที่สูงเพื่อโปรโมตผลักดันยอดจำหน่าย และการเปิดตัวของรถยนต์โมเดลใหม่ๆ ของ 3 ค่ายหลัก

ส่วนในอนาคตในกลุ่มยานยนต์อาจจะมีการกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง จากการมาของรถยนต์ไฟฟ้าที่มีมากขึ้นจนกลายเป็นรถยนต์แห่งอนาคตที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ

และกลุ่มน็อนแอลกอฮอล์มีการลดลงของโฆษณามาจากการชะลอการใช้เม็ดเงินโฆษณาในกลุ่มสินค้าที่เป็นน้ำผลไม้ เครื่องดื่ม Ready to Drink อย่างชา, กาแฟ รวมถึงน้ำอัดลมสี

ส่วนน้ำอัดลมประเภทน้ำดำยังคงใช้เงินในสื่อดิจิทัลตามปกติอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การเรียกเก็บภาษีน้ำตาลของภาครัฐ ทำให้แต่ละแบรนด์เน้นโปรโมตไปที่น็อนชูการ์เป็นหลัก แทนโปรโมตสินค้าทั้งหมด

 

 

5.>ขนมขบเคี้ยวมีการใช้เม็ดเงินอย่างก้าวกระโดด

ในปีนี้เป็นปีที่กลุ่มขนมขบเคี้ยวเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยการเติบโตมากถึง 109% ซึ่งการเติบโตนี้มาจากการที่กลุ่มนี้ยังมีเม็ดเงินที่ต่ำ โดยปีที่ผ่านมีการใช้เม็ดเงินเพียง 329 ล้านบาทเท่านั้น

การที่ขนมขบเคี้ยวใช้เงินกับสื่อดิจิทัลมากขึ้นมาจากแบรนด์ขนมมีการโยกเงินมาจากสื่อทีวีมาเป็นวิดีโอออนไลน์ เนื่องจากการปิดตัวของทีวีดิจิทัลที่เป็นช่องการ์ตูน

การปิดช่องการ์ตูน ทำให้คนที่อยากดูการ์ตูนหันไปดูออนไลน์เพื่อทดแทน

และทำให้แบรนด์หันมาลงในสนามโซเชียล ทวิตเตอร์ ไลน์ทีวี ยูทูบ ติ๊กตอก จอยลดา มากขึ้น จนเกิด #แปลกๆ ที่นำคนเข้าไปอ่าน

 

6.> ดิสเพลย์สำคัญกับอุตสาหกรรมยานยนต์

คนใช้เวลาศึกษาเป็นเวลานานถึงหกเดือนในการซื้อรถสักคัน

ทำให้สื่อออนไลน์ประเภทดิสเพลย์เป็นสื่อที่อุตสาหกรรมยานยนต์นิยม เพราะสื่อนี้สามารถไดร์ฟคนไปเว็บไซต์หลักของแบรนด์ยานยนต์เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการตัดสินใจ

โดยเว็บไซต์รีวิวรถยนต์เป็นพื้นที่ดิสเพลย์แบนเนอร์ที่แบรนด์รถยนต์ให้ความนิยมสูงสุดในการซื้อสื่อ เพราะเป็นพื้นที่ที่ผู้บริโภคนิยมเข้าหาข้อมูล และเปรียบเทียบ

นอกจากนี้ ในส่วนของกลุ่มรถยนต์ยังมีการใช้โปรแกรมเมติกมาช่วยแนะนำสินค้า และบริการถึงผู้บริโภคได้ถูกต้องตามช่วงเวลามากขึ้น

เช่น ผู้บริโภคซื้อรถยนต์มาใช้นานกว่า 6 ปี โปรแกรมจะคาดเดาว่าผู้บริโภคคนนี้มีโอกาสในการเปลี่ยนรถใหม่ และส่งโฆษณารถยนต์รุ่นใหม่ไปนำเสนอ

ส่วนผู้บริโภคที่เพิ่งซื้อรถใหม่ไม่นาน โปรแกรมเมติกจะเปลี่ยนเป็นการนำเสนอโฆษณาที่แนะนำศูนย์บริการแทน

7.>Youtube ยังคงนิยม

วันนี้แลนด์สเคปของวิดีโอออนดีมานด์เปลี่ยนไป สมาร์ททีวีมีการใช้ทดแทนทีวีปกติตามบ้านมากขึ้น  และในสมาร์ททีวีจะมีแอปยูทูบเข้าไปอยู่ในนั้นด้วย และทำให้คนดูยูทูบมากขึ้นตามมา

นอกจากนี้ ในหลายๆ ปีที่ผ่านมา กูเกิ้ลเจ้าของยูทูบยังทำการตลาดแข็งแรงในการจับมือเข้าถึง FMCG Product รวมถึงเปิดเครื่องมือใหม่ๆ ในการให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคที่น่าสนใจ

 

8.> Creative Digital มีการใช้เพิ่มขึ้น

แบรนด์มีการใช้ความเป็น Creative ดึงให้คนสนใจสิ่งที่ต้องการสื่อสารมากขึ้น อย่างเช่น การใช้สื่อในไซส์ที่แปลกไป และทำให้การทำครีเอทีฟในชิ้นงานที่หลากหลายและรวมถึงวิดีโอที่มีการตัดต่อออกมาเป็นวิดีโอหลากรูปแบบ

 

 

9.>Twitter คือเทรนด์อนาคต

ในปี 2017 มียอดสเปนผ่านทวิตเตอร์เติบโต 412% ส่วนปีนี้เติบโต 52%

เทรนด์นี้มาจากการใช้งานทวิตเตอร์เติบโตสูงอย่างชัดเจน และกลุ่มคนที่ใช้งานทวิตเตอร์ไม่ได้เป็นเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น โดยปัจจุบันการใช้งานทวิตเตอร์มีการขยายไปยังกลุ่มคนทำงานและอื่นๆ ในฐานะเครื่องมือที่ใช้ติดตามข่าวสาร

 

วันนี้เรารู้จักดิจิทัลแลนด์สเคปมากขึ้น แล้วนักการตลาดนำดิจิทัลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุดแค่ไหน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 

 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน