Swatch นาฬิกาที่เกิดจากความเรียบง่าย แต่กลายเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ (ประวัติ จุดเปลี่ยน และความสำเร็จของนาฬิกา Swatch)

งานยากหลังตัดสินใจลุยต่อ เมื่อไม่ยอมแพ้ให้กับความท้อคือจะฝ่าวิกฤตไปทางไหนและอย่างไร แต่สถานการณ์ซึ่งเหมือนฉากแรกของหนังที่เริ่มด้วยสถานการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุดนี่เอง กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของบางแบรนด์ โดย Swatch แบรนด์ส่วนน้อยออกสตาร์ทพร้อมโจทย์ว่าใหญ่จะทำอย่างไรให้ 2 ค่ายนาฬิกาใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ฟื้นขึ้นมาท่ามกลางการรุกหนักของแบรนด์ต่างชาติ  

ความน่าสนใจของ Swatch ยังมาจากการคิดต่างของแกนนำคลี่คลายสถานการณ์ที่เลือกตัด ใช้พลังความเรียบง่าย และทำให้ไม่ว่าใครก็ต้องมอง ‘เบอร์สอง’ ในมุมใหม่ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อแบรนด์นั่นเอง 

 

เดิมพันครั้งสำคัญที่สร้างแบรนด์ใหม่วงการนาฬิกา  

หมุนเวลาย้อนกลับไปราวปี 1900 นาฬิกากลายเป็นอุตสาหกรรมสร้างชื่อให้สวิตเซอร์แลนด์ในเวทีโลกและมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ แต่เศรษฐกิจโลกตกต่ำครั้งใหญ่ ต้นยุค 1930 บีบให้บริษัทในอุตสาหกรรมนี้ต้องรวมตัวเพื่อความอยู่รอด

Tissot Swatch

ช่วงดังกล่าวทำให้เกิด 2 บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์บอกเวลารายใหญ่คือ ASUAG ซึ่งมีธนาคารหลายแห่งหนุนหลัง กับ SSIH ซึ่งมี 2 แบรนด์ดังคือ Omega และ Tissot 

ล่วงมาถึงปี 1970 เกิดจุดเปลี่ยนขึ้นอีกครั้งที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมนาฬิกาของสวิตเซอร์แลนด์ โดยแบรนด์ญี่ปุ่น กลายมาเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในวงการนาฬิกา หลังนำแร่ควอตซ์มาผลิตนาฬิกาข้อมือราคาถูกส่งขายไปทั่วโลก จนทำให้นาฬิกาสวิสที่ใช้ระบบกลไกมานานต้องสั่นสะเทือน

casio quartz Swatch

เหตุการณ์ดังกล่าวที่เรียกกันว่าวิกฤตควอตซ์ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะต้นยุค 80 การมาถึงของนาฬิกาดิจิทัล จากแบรนด์ญี่ปุ่นอย่าง Seiko กับ Casio และภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นชาติที่นำเข้านาฬิกาสวิสรายใหญ่สุด ฉุดให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก 

วิกฤตดังกล่าวทำให้ทั้ง ASUAG และ SSIH ใกล้ล้มละลายและกำลังจะถูกขายให้บริษัทญี่ปุ่น ซึ่งกลายมาเป็นแบรนด์ใหญ่ในวงการนาฬิกาเต็มตัว

Hayek Swatch Nicolas Hayek

และมีส่วนสำคัญในการพาให้เศรษฐกิจของประเทศขณะนั้นโตอย่างก้าวกระโดดด้วยการส่งออก ผู้ที่บรรดาธนาคารสวิสเลือกให้มาจัดการทั้ง 2 บริษัทให้พร้อมสำหรับการขายให้แบรนด์ญี่ปุ่นคือ Nicolas Hayek

แต่เขากลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม เพราะเชื่อว่าบริษัทนาฬิกาทั้งคู่ ยังน่าจะฟื้นได้และกลับมามีผลประกอบการที่ดีจนธนาคารทุกแห่งพึงพอใจ 

Hayek ซึ่งโด่งดังมาจากปรับโครงสร้างองค์กรที่ใกล้ล้มหลายแห่งให้กลับมาเดินหน้าต่อได้อีกครั้ง เริ่มกู้วิกฤตด้วยการนำ ASUAG และ SSIH มารวมเป็นบริษัทเดียวกัน ภายใต้ชื่อ SSIH/ASUAG Holding Company

Ernst Swatch

Ernst Thomke

จากนั้น Hayek ร่วมกับ Ernst Thomke หนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของบริษัทแห่งนี้ที่เพิ่งก่อตั้งซึ่งมาจากฝั่ง SSIH พัฒนานาฬิกาข้อมือที่ยังความเป็นนาฬิการะบบกลไก จุดเด่นของนาฬิกาสวิสเอาไว้ แต่ลดชิ้นส่วนลงจาก 150 ชิ้นเหลือเพียง 51 ชิ้น 

นาฬิกาสวิสที่ลดความซับซ้อนลง แต่มีสีสันสดใส ใช้เป็นเรือนที่สองในโอกาสต่างๆ และราคาถูกกว่าเรือนแรกที่ราคาแพงกว่า สอดคล้องกับชื่อแบรนด์ Swatch ที่มาจากการนำอักษร S ของคำว่า Second มาใส่เข้าไปที่คำว่า Watch (นาฬิกาเรือนที่ 2) ออกสู่ตลาดครั้งแรกในปี 1983 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ SSIH/ASUAG Holding Company เพิ่งตั้งไข่ จึงกล่าวได้ว่านี่คือปีที่ Swatch นับหนึ่ง 

Swatch Color

ปีแรกในการวางตลาด Swatch 1.1 ล้านเรือน ซึ่งถือว่าไม่เลวเลยสำหรับแบรนด์น้องใหม่ ปี 1986 ยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 12 ล้านเรือน โดยยอดขายที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนดังกล่าวไม่เพียงทำให้ทั้ง SSIH และ ASUAG พ้นวิกฤตเท่านั้น

แต่ยังช่วยให้อุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสฟื้นตัวอีกด้วย โดยในปี 1998 SSIH/ASUAG Holding Company ก็เปลี่ยนชื่อเป็น Swatch Group และปีต่อๆ มาทยอยซื้อกิจการแบรนด์อื่นจนขยายใหญ่เป็นแบรนด์ที่มีแบรนด์ลูกมากมาย 

ปัจจุบัน Swatch Group เป็นกลุ่มแบรนด์นาฬิกาลำดับต้นๆ ของโลก มีแบรนด์ในเครือทั้งหมด 20 แบรนด์ ครอบคลุมตั้งแต่นาฬิกาแฟชั่นอย่าง Swatch

Longines Swatch

ไปถึงนาฬิกาหรูอย่าง Longines, Breguet และ Blancpain อยู่ภายใต้การบริหารของ Nick และ Nayla ซึ่งรับช่วงต่อจาก Nicolas Hayak ผู้เป็นพ่อที่เสียชีวิตไปเมื่อปี 2010

ปี 2018 มียอดขายรวมอยู่ที่ 8,470 ฟรังก์สวิส (ราว 262,570 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 2 ปีต่อเนื่องนับจากการตกต่ำครั้งล่าสุดเมื่อปี 2016 ส่วนปีนี้เป็น Swatch แบรนด์สวิสมูลค่าสูงสุดอันดับที่ 20

Swartch Nick Neyla Nick  (ซ้าย) และ Nayla Hayek (ขวา)  

และเป็นการเกาะกลุ่มแบรนด์สวิสมูลค่าสูงสุด 20 อันดับแรก ร่วมกับแบรนด์ใหญ่ในธุรกิจอื่นอย่าง Nestle, Nestcafe, UBS, Roche และ ABB ไว้ได้อย่างเหนียวแน่นมาตั้งแต่ปี 2014  

 

ถอดกลไกนาฬิกาสวิส 

ด้วยขนาดพื้นที่เพียง 41,000 ตารางเมตรและประชากรราว 8.5 ล้านคน สวิตเซอร์แลนด์คือประเทศเล็กแต่บนเวทีโลก ประเทศที่ไร้ทางออกทางทะเล และพื้นที่ส่วนใหญ่คือภูเขา กลับ ‘ใหญ่’ และ ‘ดัง’ ไม่แพ้ประเทศไหนๆ

เช่น เป็นสถานที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ขององค์กรระดับโลกมากมาย (IMF และ CERN) สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติงดงามดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากมาย และแน่นอนว่าเป็นประเทศแรกๆ ในใจคนทั่วโลกเสมอในเรื่องนาฬิกา 

Swatch Swiss

ฉายา “ดินแดนแห่งนาฬิกา” ของสวิสเซอร์แลนด์ เพิ่งมาปรากฏชัดจริงๆ เมื่อปี 1900 หลังมีการทำนาฬิกาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านคุณภาพ ปริมาณ และองค์ความรู้ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

แม้ก่อนหน้านั้นไม่ใช่ประเทศแรกที่คิดค้นหรือพัฒนาอุปกรณ์บอกเวลา รวมถึงมีทักษะที่ช่วยเรื่องการผลิตตามหลังประเทศใหญ่ในยุโรปอย่างอังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์ 

Swiss made Swatch

ความห่างไกลและอยู่เป็นเอกเทศของแต่ละเมืองที่สร้างความสงบในการทำงานก็เป็นอีกปัจจัยที่เอื้อต่ออุตสาหกรรมนาฬิกาของสวิตเซอร์แลนด์  โดยปัจจุบันนาฬิกาโดยเฉพาะนาฬิกาหรูและนาฬิการะบบกลไกที่มีความซับซ้อน ยังถือเป็นสินค้าประทับตรา Swiss Made ที่สร้างชื่อและสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศ

ขณะเดียวกัน Baselworld ยังเป็นงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวกับนาฬิกาอันดับหนึ่งของโลกมาอย่างยาวนาน 

Baselwolrd Swatch

ข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตนาฬิกาสวิส (FH) ระบุว่า มกราคมถึงพฤศจิกายนปี 2018 ยอดส่งออกนาฬิกาอยู่ที่ 1,990 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 61,690 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 7.1% จากกรอบเวลานี้ของปีก่อน

ฮ่องกงยังเป็นตลาดใหญ่สุด โดยปี 2018 มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 280 ล้านฟรังก์สวิส (ราว 8,680 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปี 2017 ถึง 21%

ตามด้วยสหรัฐฯ กับจีนที่ตามมาในอันดับ 2 และ 3 ซึ่งปี 2018 มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 230 และ 180 ล้านฟรังก์สวิส (ราว 7,130  และ 5,580 ล้านบาท) ตามลำดับ 

Swatch Apple Watch

ส่วน Smartwatch ที่โตอย่างต่อเนื่องตามความนิยมของผู้บริโภค แม้เคยส่งผลกระทบแต่ปัจจุบันแยกออกเป็นอีกตลาดอย่างชัดแทบไม่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมนาฬิกาสวิตเซอร์แลนด์แล้ว/nytimes, bbc, wornandwound, branddirectory, wikipedia

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer