ยอดขายสติ๊กเกอร์ไลน์ เท่าไร ? วิเคราะห์ความสำเร็จของ สติ๊กเกอร์ไลน์ ทำไมถึงโตไม่หยุด

ญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งมังงะ และคาแรกเตอร์ที่มีสีสันและเรื่องราวที่น่าสนใจแตกต่างกันไปตามความชอบของแต่ละบุคคล

และความเป็นคาแรกเตอร์แลนด์นี้เองจึงกลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญให้ธุรกิจไลน์สติกเกอร์ ประสบความสำเร็จด้วยเช่นกัน

จากข้อมูลอัปเดตของไลน์ในเดือนพฤษภาคม 2562 พบว่าในวันนี้ไลน์มีรายได้มาจากการขายสติกเกอร์รวมกันทุกประเทศมากถึง 69 พันล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทยได้ประมาณ 2 พันล้านบาท จากครีเอเตอร์มากกว่า 2 ล้านราย

โดยมีญี่ปุ่นเป็นประเทศอันดับหนึ่งในการสร้างรายได้สูงสุด รองลงมาได้แก่ ไต้หวัน และไทย

และรายได้จากการขายไลน์สติกเกอร์ 773 ล้านเยน จาก 69 พันล้านเยนทั้งหมดยังมาจาก Top Creator ที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุด 10 อันดับในแต่ละประเทศ

เมื่อญี่ปุ่นคือประเทศต้นแบบในการผลิตไลน์สติกเกอร์ที่สร้างรายได้อย่างน่าสนใจ ปีนี้จึงเป็นอีกปีหนึ่งที่ไลน์ประเทศไทยได้พาครีเอเตอร์ที่ชนะการประกวด “LINE CREATORS MARKET STICKER CONTEST” ไปอัปเดตความรู้ด้านสติกเกอร์ของไลน์ในประเทศญี่ปุ่น พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ระหว่างครีเอเตอร์ด้วยกัน

และในปีนี้ Marketeer ได้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมทริปขอติดตามไปพร้อมๆ กับครีเอเตอร์ทั้ง 14 ท่าน ที่เป็นตัวแทนจากไลน์ประเทศไทย เพื่อหาคำตอบถึงความสำเร็จของไลน์สติกเกอร์ในประเทศญี่ปุ่น ที่ทำไมขึ้นชื่อว่าประเทศที่สร้างรายได้จากการขายสติกเกอร์ให้กับไลน์เป็นมูลค่ามากที่สุด

และเราได้พบว่า ไลน์ประเทศญี่ปุ่นได้มี 5 แนวทางในการสร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจสติกเกอร์ที่ครีเอเตอร์ไทยสามารถนำไปปรับใช้ได้ดังนี้

1. Creator Satisfaction for Sicker

ไลน์ ประเทศญี่ปุ่น ประสบความสำเร็จในตลาดสติกเกอร์ มาจากทัศนคติของคนญี่ปุ่นที่มองสติกเกอร์ไม่ใช่แค่ภาพตัวการ์ตูน แต่ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยถ่ายทอดความรู้สึกและอารมณ์ของผู้ส่งไปถึงผู้รับได้เป็นอย่างดี

เมื่อสติกเกอร์มีหน้าที่มากกว่าตัวการ์ตูน หน้าที่ของครีเอเตอร์คือการทำอย่างไรที่จะให้ตัวสติกเกอร์เป็นเครื่องมือที่จะสื่ออารมณ์และข้อความจากผู้ส่งไปถึงผู้รับได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

 

2. Create the Trend

สติกเกอร์ไลน์ประสบความสำเร็จในญี่ปุ่นมาจากการรู้จักลูกค้าที่เป็นลูกค้าหลักของไลน์

จากสถิติของไลน์พบว่า ไลน์ในประเทศญี่ปุ่นมีผู้ใช้งานทั้งหมด 80 ล้านคน โดย 1 ใน 4 ของผู้ใช้เป็นผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป

เมื่อลูกค้าไลน์มากถึง 20 ล้านคนเป็นผู้หญิงสูงวัย ทำให้ครีเอเตอร์สติกเกอร์ในญี่ปุ่นจึงเน้นดีไซน์สติกเกอร์ให้ออกมาโดนใจกลุ่มผู้หญิงอายุ 50 ปีขึ้นไปเป็นหลัก ซึ่งการรู้จักเทรนด์ของผู้ใช้งานนี้เองทำให้สติกเกอร์ไลน์ในญี่ปุ่นประสบความสำเร็จอย่างน่าสนใจ จนญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศที่มีการซื้อขายสูงสุดในโลกของไลน์

 

3. Creator Various Collections

สิ่งที่ทำให้ครีเอเตอร์ญี่ปุ่นประสบความสำเร็จอีกเรื่องหนึ่งคือ การออกสติกเกอร์ที่เป็นซีรีส์คาแรกเตอร์ป้อนสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตัวสติกเกอร์มีการเล่าเรื่องราวอย่างต่อเนื่องไปยังผู้ใช้งาน

 

4. Promote Stickers During a Peak Time

หาช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียมากที่สุดเพื่อทำการโปรโมตสติกเกอร์ตัวเอง อย่างในประเทศญี่ปุ่นจะมีช่วงเวลาในการใช้งานโซเชียลมีเดียมากที่สุดคือตอนเวลาพักเที่ยง และหลังเลิกงานกลับบ้าน ซึ่งเป็น 2 ช่วงเวลาที่คนญี่ปุ่นมีโอกาสในการจับโทรศัพท์ตัวเองมากที่สุด

นอกจากนี้ ช่วงเวลาในการออก Official Sticker ที่จะออกประจำในวันอังคารและพฤหัสบดี ยังเป็นช่วงเวลา Peak Time อีกช่วงเวลาหนึ่งที่จะดึงให้คนเข้ามาอัปเดตเลือกซื้อสติกเกอร์ใหม่ๆ นำไปใช้งานเพิ่มเติมจากสติกเกอร์เดิมๆ ที่มีอยู่

 

5. Continuation is Power

สิ่งสุดท้ายที่สำคัญที่สุดในการสร้างรายได้ให้กับครีเอเตอร์สติกเกอร์ไลน์คือ ความต่อเนื่องในการส่งสติกเกอร์ออกสู่ตลาด เพราะส่วนใหญ่แล้วคนจะซื้อสติกเกอร์จากสติกเกอร์ที่ออกมาใหม่มากกว่าสติกเกอร์เดิมๆ ที่มีอยู่ในตลาด โดยความต่อเนื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นสติกเกอร์ซีรีส์เท่านั้น แต่รวมถึงสติกเกอร์ในคาแรกเตอร์ต่างๆ ที่ออกมาภายใต้ครีเอเตอร์หรือบริษัทเดียวกัน

 

ส่วนในประเทศไทย แม้รายได้จากการขายสติกเกอร์จะอยู่อันดับที่ 3 รองจากไต้หวันซึ่งเป็นประเทศที่มีการเข้าถึงโมบายอินเทอร์เน็ตมากถึง 90% ของประชากรไต้หวันทั้งหมด และมี Penetration ของการใช้บัตรเครดิตที่สูงทำให้การซื้อสติกเกอร์ไลน์ไปใช้งานเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าประเทศไทย

แต่ประเทศไทยก็ขึ้นชื่อว่าเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีการเติบโตด้านตลาดมูลค่าธุรกิจสติกเกอร์ที่ต่อเนื่องทุกปี

โดยเฉพาะในปี 2014 ที่ไลน์ประเทศไทยได้เปิด LINE CREATORS MARKET ขึ้นเพื่อให้บุคคลทั่วไปเข้ามาเป็นครีเอเตอร์พัฒนาสติกเกอร์ในแบบฉบับของตัวเองออกจำหน่าย

อิสรี ดำรงพิทักษ์กุล หัวหน้าธุรกิจสติกเกอร์ LINE ประเทศไทย ได้บอกกับเราว่า LINE CREATORS MARKET เป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้ยอดจำหน่ายสติกเกอร์มีการเติบโตเฉลี่ย 100% ต่อปีในทุกๆ ปี

ซึ่งการเติบโตที่ว่านี้ Marketeer มองว่าส่วนหนึ่งมาจากคาแรกเตอร์สติกเกอร์ที่ครีเอเตอร์พัฒนาขึ้นมามีความหลากหลายตามความถนัดและไอเดียของครีเอเตอร์ในแต่ละคน เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้งานมากกว่า Official Sticker ที่มีราคาจำหน่ายที่สูงกว่า และอาจจะมีความหลากหลายไม่มากพอที่จะโดนใจผู้ใช้ทุกคน

ในปัจจุบัน LINE CREATORS MARKET ในประเทศไทยมีครีเอเตอร์ลงทะเบียนมากถึง 5.3 แสนราย และเป็นครีเอเตอร์ที่มีผลงานแอคทีฟอยู่เสมอจากการส่งผลงานไตรมาสละ 1 เซตขึ้นไป ประมาณ 30% ของจำนวนครีเอเตอร์ทั้งหมด

จากข้อมูลที่ผ่านมาพบว่าในครึ่งปีแรก 2019 ตลาด LINE CREATORS MARKET ในประเทศไทยมีการเติบโตด้านยอดจำหน่ายเป็นอันดับหนึ่ง และจำนวนครีเอเตอร์มากที่สุดเป็นอันดับสองในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

แม้ไลน์สติกเกอร์ไทยจะมีการเติบโตเฉลี่ยเท่าตัวในทุกๆ ปี แต่อิสรีก็ยังมองว่าธุรกิจสติกเกอร์ของไลน์ประเทศไทยยังมีความท้าทายอีกมาก

ความท้าทายแรกของเธออยู่ในฝั่ง ครีเอเตอร์ ส่งผลงานเข้ามาจำหน่ายเป็นประจำและต่อเนื่อง ไปพร้อมๆ กับเพิ่มจำนวนการเติบโตของจำนวนครีเอเตอร์หน้าใหม่เข้ามาเป็นครีเอเตอร์ส่งผลงานสติกเกอร์กับไลน์

ซึ่งความท้าทายนี้เธอได้แก้โจทย์ด้วยการจัดกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Work Shop การทำสติกเกอร์ไลน์ และการประกวดแข่งขันชิงเงินรางวัลผู้ที่มีผลงานดีเด่นในด้านต่างๆ รวมถึงการประกวด LINE CREATORS MARKET STICKER CONTEST ที่พาครีเอเตอร์ที่ชนะการประกวดไปศึกษาดูงานสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในประเทศญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีการสร้างความภาคภูมิใจให้กับครีเอเตอร์ด้วยการนำคาแรกเตอร์ของครีเอเตอร์ที่ได้รับความนิยมมาพัฒนาเป็นสินค้าออกจำหน่ายใน LINE Gift ซึ่งเป็นช่องทางขายสินค้าในรูปแบบ eCommerce ผ่านแอปไลน์

ยอดขายสติ๊กเกอร์ไลน์ มาจากไหน ?

ส่วนความท้าทายที่สองคือทำอย่างไรที่จะเพิ่มความถี่ในการซื้อสติกเกอร์ในลูกค้าเก่า และเพิ่มการเติบโตด้านฐานลูกค้าด้วยจำนวนลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง เพราะถ้าสติกเกอร์ขายได้มากขึ้น นั่นหมายถึงอัตราการเติบโตด้านรายได้ที่ไลน์ประเทศไทยจะได้กลับมา และแบ่งให้ครีเอเตอร์มากขึ้น

ซึ่งการที่ครีเอเตอร์มีรายได้ที่ต่อเนื่อง พวกเขาก็จะมีแรงขับเคลื่อนในการผลิตสติกเกอร์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องเช่นกัน เพราะธุรกิจสติกเกอร์ส่วนใหญ่แล้วผู้ซื้อจะเลือกซื้อสติกเกอร์ในเซตที่ออกมาใหม่มากกว่าการซื้อสติกเกอร์เซตเก่าๆ ที่ครีเอเตอร์วางจำหน่ายเป็นเวลานานๆ

ในปัจจุบันผู้ใช้งานไลน์มีสติกเกอร์ไว้ใช้งานเฉลี่ย 40 ชุดต่อคน ซึ่งถ้าเทียบกับจำนวนสติกเกอร์ที่มีอยู่เป็นหลักหมื่นๆ เซต ถือว่ายังสามารถเติบโตได้อีกมาก ถ้าสามารถนำสติกเกอร์เข้าไปใกล้ชิดผู้บริโภคให้มากกว่าที่ผ่านมา

การใกล้ชิดของผู้บริโภคจะมาจากแนวทาง 2 ด้านคือ

1. การขยายช่องทางจัดจำหน่าย เพื่อลดข้อจำกัดการซื้อสติกเกอร์มาเพื่อใช้งาน เพื่อให้ผู้ใช้งานไลน์ซื้อสติกเกอร์ได้ง่ายขึ้น อย่างเช่นที่ผ่านมาไลน์มีการแต่งตั้ง LINE STICKERS VERIFIED RESELLER ตัวแทนจำหน่ายไลน์สติกเกอร์อย่างเป็นทางการ การขยายสู่ช่องทางการขายผ่านตู้เติมเงิน และอื่นๆ เพื่อมอบความสะดวกสบายให้ผู้ซื้อมากที่สุด

อิสรียังมีแนวทางในการขยายช่องทางจัดจำหน่ายผ่านช่องทางใหม่ๆ ที่น่าสนใจอย่างเช่น การขายสติกเกอร์ไลน์ผ่านโมบายแบงกิ้ง เป็นต้น

2. การเรียนรู้ความต้องการของลูกค้าไลน์สติกเกอร์​ อิสรีได้บอกกับเราว่าผู้ใช้งานไลน์ในวันนี้มีบางกลุ่มที่ซื้อสติกเกอร์น้อยลง ด้วยเหตุผลเพราะ

– เศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ลูกค้าไลน์สติกเกอร์บางกลุ่มคิดให้ถ้วนถี่มากขึ้นก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสติกเกอร์ในแต่ละเซต

– ลูกค้าไลน์สติกเกอร์มองหาสติกเกอร์ที่มีบุคลิกของผู้ใช้มากที่สุดเพราะรู้สึกอาย และกลัวโดนล้อเมื่อใช้สติกเกอร์อะไรก็ได้ที่ไม่เหมาะกับบุคลิกและภาพลักษณ์ของตัวเอง

ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองทำให้ไลน์ต้องร่วมมือกับครีเอเตอร์และพาร์ตเนอร์ใหม่ๆ ในการเรียนรู้และพัฒนาสติกเกอร์ที่มีความเฉพาะเจาะจงกับผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้น เพื่อเข้ามาเป็นหนึ่งในดวงใจลูกค้ามากที่สุด

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer