แม้เทคโนโลยีจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรและขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางหรือ SMB ในประเทศไทยยังคงใช้ระบบคอมพิวเตอร์ที่เก่า อีกทั้งขาดการวางแผนประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่สำคัญอย่าง คลาวด์ และ โมบิลิตี้

ไมโครซอฟท์เอเชียได้ร่วมมือกับบริษัทสำรวจและจัดเก็บข้อมูลสำหรับธุรกิจ SMB ระดับโลกอย่าง TechAisle ซึ่งทำการสำรวจธุรกิจประเภทธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในประเทศไทยกว่า 330 ราย

พบว่า 1 ใน 3 หรือราว 34% ของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในประเทศไทยยังคงใช้คอมพิวเตอร์ที่มีอายุมากกว่า 4 ปี และใช้ระบบปฏิบัติการณ์คอมพิวเตอร์รุ่นเก่า ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังสร้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างมหาศาลให้แก่ธุรกิจ

โดยจากผลสำรวจ มากกว่า 63% ของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในประเทศไทยยอมรับว่า พวกเขาเคยประสบปัญหาเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ในปีที่ผ่านมากับตัวเอง และเมื่อถามถึงนโยบายด้านโมบิลิตี้ ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่ามีเพียง 1 ใน 4 ของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางเท่านั้นที่มีการวางแผนการใช้งานโมบิลิตี้ในธุรกิจ

สมศักดิ์ มุกดาวรรณกร ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจองค์กร ขนาดกลาง ขนาดย่อม และบริหารพันธมิตร, ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เทคโนโลยีคือตัวสร้างโอกาสที่แท้จริงให้กับธุรกิจทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ผู้ประกอบการ SMB ในประเทศควรให้ความสำคัญกับการลงทุนทางเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาธุรกิจทั้งในปัจจุบันและเพื่ออนาคต ประเทศไทยมีธุรกิจขนาดเล็กและกลางอยู่มากถึงราว 3 ล้านราย

และแรงงานในประเทศส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุไม่เกิน 35 ปี 2 ซึ่งเป็นช่วงอายุที่คุ้นเคยและให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อการทำงานที่สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไมโครซอฟท์มุ่งมั่นที่จะช่วย SMB ในประเทศไทยเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว เพื่อธุรกิจจะสามารถพัฒนาไปได้อย่างต่อเนื่องในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจมีอยู่มาก”

นอกจากนี้ สาเหตุที่ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในประเทศไทยมีการปรับตัวทางเทคโนโลยีช้า เนื่องจาก 53% มีความกังวลว่า ระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีใหม่จะไม่รองรับกับระบบและอุปกรณ์ที่มีอยู่เดิม ทำให้ต้องลงทุนเพิ่มมากขึ้นนอกเหนือจากการอัปเกรดอุปกรณ์

นอกจากนี้ มากกว่าครึ่งหรือราว 56% ของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่ถูกสำรวจกล่าวว่า บริษัทไม่ได้ทำตามนโยบายในการอัปเกรดอุปกรณ์ไอที อีกทั้งบางบริษัทที่ตอบแบบสอบถามไม่มีนโยบายเกี่ยวกับการอัปเกรดอุปกรณ์ไอที

ทั้งนี้ การที่ผู้ประกอบการธุรกิจไม่มีนโยบายอย่างเป็นรูปธรรมในการเปลี่ยนหรืออัปเกรดอุปกรณ์ไอทีนั้นอาจส่งผลเสียระยะยาวให้แก่ธุรกิจ

รายงานจากไมโครซอฟท์ระบุว่า อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีอายุมากกว่า 4 ปีนั้นมีโอกาสเสียมากกว่าอุปกรณ์ใหม่ถึง 3.3 เท่า ซึ่งเทียบเป็นเงินราว 1,631 USD ต่อเครื่อง (หรือราว 50,561 บาท) และเสียเวลาในการทำงานมากถึง 208 ชั่วโมงต่อปี

เทคโนโลยีที่สำคัญที่ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางสามารถใช้เพื่อเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ได้แก่ การใช้งานอุปกรณ์ผ่านระบบคลาวด์

โดย 54% ของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในประเทศไทยที่ถูกสำรวจกล่าวว่า พวกเขารู้จักบริการ PC-as-a-Service หรือการเช่าใช้คอมพิวเตอร์ และ 38% มีการวางแผนที่จะใช้บริการดังกล่าวใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งสาเหตุที่ธุรกิจต้องการเปลี่ยนมาใช้บริการดังกล่าวเป็นเพราะต้องการอุปกรณ์ที่สามารถทำงานได้เร็วขึ้น 72% และช่วยลดงานด้านไอทีซัปพอร์ตสำหรับธุรกิจ 62%