SCG เปิดตัว “Floating Solar Farm” โซลาร์แบบลอยน้ำแห่งแรกของไทย

เอสซีจี นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชม “โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ หรือ Floating Solar Farm” โซลาร์ฟาร์มแบบลอยน้ำแห่งแรกของประเทศไทย ณ เอสซีจี เคมิคอลส์ จ.ระยอง พร้อมเผยว่าภายใน 3 ปี เครือเอสซีจีจะมีพลังงานทดแทนถึงปีละ 150 เมกะวัตต์ จากเดิมที่มี 30 เมกะวัตต์

ชลณัฐ ญาณารณพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เคมิคอลส์ กล่าวว่า “เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้เริ่มศึกษาและวิจัย Floating Solar Farm มาตั้งแต่ต้นปี 2560 จนสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย โดยในครั้งนี้ได้นำสื่อมวชนเข้าเยี่ยมชม Floating Solar Farm หรือ โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ แห่งแรกของประเทศไทยบนพื้นน้ำจำนวน 7 ตารางกิโลเมตร ภายใน เอสซีจี เคมิคอลส์ จ.ระยอง โดยการเปิดตัวโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำในครั้งนี้ภือเป็นการต่อยอดจากธุรกิจปิโตรเคมี ด้วยการนำเม็ดพลาสติกโพลิเอทิลีนเกรดพิเศษมาออกแบบและพัฒนาเป็นทุ่นลอยสำหรับใช้กับแผงโซลาร์ ซึ่งติดตั้งง่าย รวดเร็ว และ ประหยัดพื้นที่ได้ถึงร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับการติดตั้งโซลาร์เซลล์แบบลอยน้ำชนิดอื่น ๆ นอกจากนี้ ทุ่นลอยน้ำยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานถึง 25-30 ปี ใกล้เคียงกับอายุการใช้งานของแผงโซลาร์”

จากทดสอบโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำจากทางเอสซีจีพบว่าในพื้นที่ 7 ตารางกิโลเมตรสามารถให้กำลังการผลิตไฟฟ้าทดแทนได้ถึง 1 เมกะวัตต์/เดือน และมีต้นทุนการผลิตเพียง 2.5 บาท/หน่วย ซึ่งถูกกว่าการใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าที่ตกอยู่ที่หน่วยละ 4 บาท (ประหยัดได้ 1.5 บาท/หน่วย) โดยพื้นที่ 7 ตารางกิโลเมตร ใช้ต้นทุนในการสร้างจำนวน 40 ล้านบาท ใช้เวลา 8 ปีคืนทุน แต่โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำมีอายุการใช้งาน 25-30ปี

ขยายสู่ลูกค้าที่สนใจ

ปัจจุบันพื้นที่ผิวน้ำในประเทศไทยมีประมาณ 14,600 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 9 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 3 ของพื้นที่ประเทศ หากนำพื้นที่เหล่านี้มาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพก็จะได้รับประโยชน์จากการผลิตพลังงานทดแทนมากขึ้น ซึ่งโซลาร์ฟาร์มแบบลอยน้ำให้ประสิทธิภาพสูงกว่าการติดตั้งบนพื้นดิน และบนหลังคา เนื่องจากอาศัยธรรมชาติของน้ำในการระบายความร้อน แต่โซลาร์ฟาร์มแบบลอยน้ำจะมีต้นทุนมากกว่าการติดตั้งโซลาร์บนบกประมาณ 20% แต่จะได้ประสิทธิภาพสูงกว่าและได้ใช้พื้นที่ผิวน้ำที่ไม่ได้ใช้งานอะไรให้เกิดประโยชน์

สำหรับการต่อยอดหลังจากนี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ จะเริ่มนำเสนอ โซลาร์ฟาร์มแบบลอยน้ำแก่ลูกค้าที่สนใจโดยเป้าหมายเป็นลูกค้าในเชิงอุตสาหกรรมที่มีพื้นที่น้ำ เช่น พวกพื้นที่เก็บน้ำภายในโรงงาน หรือพวกบ่อบำบัดน้ำ ขนาดใหญ่ เป็นต้น เนื่องจากการทำโซลาร์ฟาร์มแบบลอยน้ำนี้จะมีต้นทุนที่สูงมาก

และสำหรับการบำรุงรักษานั้น เราได้เพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับความปลอดภัยในการทำงานโดยใช้ “โดรน” (Drone) บินสำรวจและตรวจสอบค่าความร้อนโดยสามารถบันทึกภาพเพื่อนำมาวิเคราะห์ประสิทธิภาพการทำงานของแผงโซลาร์ได้ นอกจากนี้ยังมีหุ่นยนต์ดำน้ำ หรือ Underwater Visualizer Robot เพื่อตรวจสอบทุ่นและโครงสร้างที่อยู่ใต้น้ำ

ตั้งเป้า 3ปี ผลิตพลังงานทดแทนเพิ่ม 4 เท่า

โดยการเดินหน้าสู่การทำโซลาร์ฟาร์มแบบลอยน้ำในครั้งนี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้เห็นศักยภาพในตลาดพลังงานทดแทนโดยจากการสำรวจพื้นน้ำที่สามารถนำมาทำโซลาร์ฟาร์มแบบลอยน้ำจะสามารถผลิตไฟฟ้าทดแทนได้ถึง 500 เมกะวัตต์/เดือน ซึ่งบนผิวนั้นนั้นในประเทศไทยยังไม่มีคนเคยทำ  เอสซีจี เคมิคอลส์ เป็นเจ้าแรกที่ทำขึ้นมา

ด้านเป้าหมานการผลิตพลังงานทดแทนในเครือเอสซีจี ปัจจุบันรวมการผลิตพลังงานทดแทนทุกประเภทในเครือเอสซีจีแล้วอยู่ที่ 30 เมกะวัตต์/เดือน เฉลี่ยประหยัดค่าไฟฟ้าได้เดือนละประมาณ 5 ล้านบาท โดยภายใน 3ปีต่อจากนี้ 2561-2563 เครือเอสซีจีได้ตั้งเป้าเพิ่มการพลิตไฟฟ้าทดแทนอีก 120 เมกะวัตต์ รวมแล้วเป็น 150 เมกะวัตต์ หรือจะสามารถประยัดค่าไฟฟ้าไปได้ถึง 25 ล้านบาท (รวมทั้งเครือ) โดยจะเริ่มขยายและติดตั้งโซลาห์บกและโซลาร์ฟาร์มแบบลอยน้ำ รวมถึงการผลิตไฟฟ้าทดแทนรูปแบบอื่นๆ เพิ่มขึ้นใน Scg Packing, Scg แก่งคอย และ โรงงานเอสซีจีทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นอีกด้วย