เป็นคุณคนใหม่ ที่ตัดสินใจได้เฉียบคมขึ้น

กิจกรรมมากมายที่ต้องทำใน 1 วัน ทั้งเรื่องงานและส่วนตัว ช่างสวนทางกับเวลาเพียง 24 ชั่วโมงที่มีอยู่ โดยสมองเป็นหนึ่งในอวัยวะที่ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมกับทุกกิจกรรม ผ่านการคิด ไตร่ตรองและพิจารณาหาทางออกที่เหมาะสม ที่ลงตัว แต่ถ้าก้อนเนื้อในกะโหลกถูกใช้อย่างไม่บันยะบันยัง อาการล้าย่อมเกิดขึ้นได้และที่ตามมาคือความคิดไม่เฉียบคม ไม่ต่างจากที่มีดสนิมเกาะ จะตัด จะหั่นอะไรก็ลำบาก หรือรถที่เดินเครื่องฝืดไปถึงจุดหมายได้ช้าลงกว่าเดิม

ต่อไปนี้คือเคล็ดดลับที่จะทำให้คุณเป็นคนใหม่ที่มีความคิดเฉียบคม มองตะเกียบเห็นถึงป่าไผ่ สังเกตไม่นานก็สามารถเดินหมากรุกฆาตทางธุรกิจ และไม่ต้องสมองล้าจนต้องเดินเข้าป่าอีกต่อไป

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเริ่มวันใหม่ : อย่างแรกที่ต้องทำเพื่อเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ผู้มาพร้อมความคิดเฉียบคมคือวางแผนชีวิต ลดการเสียเวลาไปกับเรื่องไม่จำเป็น และเตรียมตัวรับพรุ่งนี้ก่อนเข้านอนทุกวัน เช่นหยิบเสื้อผ้ามาแขวนไว้ นำสิ่งที่ต้องใช้ใส่กระเป๋าไว้ และหากทำงานที่ไม่ต้องใช้เครื่องแบบ เสื้อผ้าสวมใส่อาจเปลี่ยนมาใช้สีหรือรูปแบบเดียวกันทุกวัน เพื่อที่จะได้มีเวลาในการทำกิจรรมอื่นเพิ่มขึ้น แบบที่อดีตประธานาธิบดี Barack Obama สวมสูทสีน้ำเงินหรือเทาแทบทุกวันตลอด 8 ปีที่อยู่ในตำแหน่ง ขณะที่ Steve Jobs ก็สวมเสื้อคอเต่าแขนยาวสีดำ กางเกงยีนส์และรองเท้ากีฬา จนเป็นภาพจำของคนทั่วโลก

เรื่องไหนสำคัญทำก่อน : เวลาช่วงแรกของวัน หลังอาบน้ำแปรงฟันแต่งตัว ควรใช้ไปกับเรื่องที่สำคัญกับชีวิตในวันนั้นๆ เช่นงานยากสุด งานที่ทำค้างไว้และเรื่องส่วนตัวที่จำเป็น เพราะขณะที่สมองโล่ง สติ สมาธิและพลังความคิดย่อมมีเต็ม 100 โดยผลงานที่ออกมาจึงเป็นที่น่าพอใจที่สุด และส่งผลสืบเนื่องไว้ชั่วโมงนาทีที่เหลือของวันราบรื่นไปด้วย ไม่ต่างอัยการที่พิจารณาคดีแรกๆ ของวันได้ดีกว่าคดีหลังๆ ที่ต้องตัดสินขณะที่สมองใช้งานมาหลายชั่วโมงแล้ว

เครื่องร้อนนานถ้าเน้นความต่อเนื่อง : ทำไมสมาธิเราจึงแตกซ่าน ผลผลิตทางความคิดที่ออกมาถึงไม่เฉียบคมเหมือนเดิม หากสังเกตให้ดีจะรู้ว่าปัญหาเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจาก ทำหลายอย่างมากเกินไป ประเมินตัวเองผิดว่าความรู้ความสามารถ Multitask ได้ ดังนั้นเคล็ดลับข้อถัดมาที่รักษาความคิดให้เฉียบคมเสมอ คือการทำให้เสร็จเป็นอย่างๆ หรือนำกิจกรรมที่ใช้ทักษะใกล้เคียงกันมาทำด้วยกัน จดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าและอย่าไปกังวลที่เรื่องที่ยังไม่ถึง

ไม่ลืมเรื่องกรอบเวลา : คนเราจะมีสมาธิจดจ่ออยู่ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น และควรหาช่วงเวลาทำงานลื่นไหลนั้นให้เจอ ขณะเดียวกันโดยเพื่อให้งานออกมาดีอย่างสม่ำเสมอ ควรกำหนดกรอบเวลาทำงานให้ชัดเจนและลำดับความสำคัญ ทุกบริษัทรู้เงื่อนไขดังกล่าวดีจึงกำหนดกะทำงาน ส่วน Freelance ก็ต้องเตือนตัวเองถึงรื่องนี้ด้วย ผ่านการลุกไปพักสมองพัก พักสายตาบ้าง สัก 10-15 นาที หลังทำงานมานานหลายชั่วโมง อย่าฝืนนั่งจมโต๊ะนานเกินไป เพราะผลร้ายที่ตามมา นอกจากความคิดไม่เฉียบคมแล้ว ยังทำให้คุณเป็น Office Syndrome และเกิดอาการสมองล้าสะสมด้วย

ถ้าสมองล้าลองหามุมงีบ : บ่อยครั้งหน้าที่การงานบีบให้เราต้องฝ่าฝันอุปสรรคมากมาย และแก้ไขสารพัดปัญหาจนแทบจะไม่โงหัวกว่าจะปิด Job ได้ไม่ต่างจากรถสมบุกสมบันที่ลงแข่งในระยะไกล Paris – Dakar ถ้าเผชิญกับสถานการณ์ดังกล่าว ควรหาเวลางีบบ้าง โดยมีผลการศึกษาที่ระบุว่า ระหว่างการงีบหรือหลับ เส้นประสาทในสมองจะหยุดการเชื่อมต่อ เมื่อตื่นขึ้นความกระปรี้กระเปร่าจะกลับมา และมีที่ว่างใช้ในการจดจำสิ่งใหม่ๆ ได้เพิ่มขึ้น แน่นอนว่าที่ตามมาคือความสามารถในการเชื่อมโยงเรื่องราวย่อมกลับสู่ปกติ และมีความคิดที่เฉียบคมขึ้นอีกครั้ง / fastcompany