เตรียมตัวดีแบบนี้ ไม่มีตกงาน

นอกจากเป็นแหล่งรายได้หลักในการยังชีพและเลี้ยงดูครอบครัว งานยังทำให้เราได้รู้ว่าตัวเองสำคัญกับบริษัทแค่ไหน และเป็นเวทีใช้ความรู้ความสามารถให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทว่าท่ามกลางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป กลไกดังกล่าวจึงสะดุดอยู่บ่อยครั้ง คนไหนรู้ตัวก่อนและปรับตัวได้ไวก็ไม่ตกงาน ส่วนใครที่ชะล่าใจก็ต้องหางานใหม่

แน่นอนว่าหากเลือกได้ คงไม่มีใครอยากเสียงาน แม้ว่าเป็นการโบกมือลาต้นสังกัดพร้อมเงินชดเชยก็ตาม โดยต่อไปนี้คือวิธีทำให้คุณเป็นพนักงานคนสำคัญของบริษัทอยู่เสมอ และลดโอกาสในการกลายเป็นคนว่างงานแบบไม่รู้ตัว

รู้รอบในงานที่ทำ : วิธีแรกที่ช่วยกันไม่ให้คุณต้องจำใจยอมรับสถานะคนตกงาน คือความรอบรู้ในงาน ทั้งขอบเขตความรับผิดชอบ แผนกที่เกี่ยวข้อง และแน่นอนว่ารวมถึงแนวทางการประเมินผลงาน ที่ได้มาจากทั้งการสังเกต สอบถามและลงมือทำ โดยข้อมูลเหล่านี้จะเป็นเครื่องรับประกันว่า คุณจะไม่พลาดความเคลื่อนไหวต่างๆ ตั้งแต่ในแผนก ขยับขึ้นไปสู่ในบริษัทและขยายไปสู่ภาพรวมของทั้งวงการ เหมือนแม่ทัพที่นำข้อมูลทางทหาร ดินฟ้าอากาศและการเมือง มาประมวลและกำหนดแผนรับมือข้าศึก จนรบร้อยครั้งก็ชนะทั้งร้อยครั้ง

พลาดประจำตรงไหนให้รีบแก้ : ถัดจากหมั่น Update ข้อมูลในสายงานที่ทำแล้ว เพื่อไม่ให้ตกงาน คุณต้องไม่ปล่อยจุดอ่อนไว้นานจนกลายเป็นปัญหา ดังนั้นควรประเมินผลงานตัวเองอยู่เสมอ และไม่ลืมถามเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้าว่า มีจุดบอดตรงไหนอีกบ้างที่มองข้ามไป โดยทันทีที่ทราบให้เร่งขจัดให้หมดไป จำไว้ว่าคนที่มีจุดบกพร่องน้อย ย่อมได้ผลประเมินดีเมื่อปลายปีและมี Bonus ตามมา

ก้าวหน้าแน่ถ้ามุ่งพัฒนาตัวเอง : เพื่อทำให้ความเสี่ยงในการตกงานลดลงไปอีก คุณต้องหมั่นพัฒนาตัวเอง ระบุออกมาเป็นข้อๆ ว่ามีทักษะใดบ้างที่ควรเสริม ควรเรียนรู้เพิ่ม เช่นถ้าทำงานด้านการตลาด ต้องใช้ Social Media ให้คล่อง ส่วนถ้าเป็นฝ่าย IT ของบริษัท ควรมีความเข้าใจ AI ที่นับวันจะมีบทบาทมากขึ้น โดยถ้าไม่รู้จริงๆ ว่าจะเสริมทักษะด้านไหน ไม่ต้องอาย ให้ถามรุ่นพี่หรือหัวหน้าได้เลย เพราะนอกจากจะได้ข้อมูลดีๆ แล้ว ยังเป็นการบอกให้รู้ด้วยว่าคุณเป็นคนที่รักความก้าวหน้าและไม่หยุดพัฒนาตัวเอง

ไม่มัวเน้นส่วนตัวจนลืมส่วนรวม : ทุกบริษัทมักมีคนเก่งที่โชคไม่เข้าข้าง หนทางแห่งความก้าวหน้าช้าและขรุขระกว่าคนอื่นอยู่เสมอ และเมื่อเจอแบบนี้บ่อยๆ เข้า ประสิทธิภาพงานก็จะลดลง จนถูกปลดในที่สุด ทางออกของปัญหานี้ที่สามารถนำไปใช้กับคนทำงานทุกคนได้ด้วย คือการอาสาทำงานส่วนรวมบ้าง เพราะนอกจากแสดงให้เห็นความมีจิตสาธารณะ ลดความเห็นแก่ตัวและสร้างความสามัคคีในองค์กรแล้ว ยังเป็นโอกาสให้หัวหน้าได้เห็นผลงานคุณ โดยที่ไม่ต้องประจบประแจงและมีเหล่าเพื่อนร่วมงานเป็นพยานอีกด้วย ไม่ต่างจากการมี Spotlight ส่องให้เห็นเพชรเม็ดงามที่ซุกตัวอยู่บนผืนทราย

ควรชำนาญในเรื่องที่ทวีความสำคัญ : ตามที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นว่า ปัจจุบันทุกบริษัทต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลง ดังนั้นหากพนักงานคนไหน มองเห็นก่อนว่าความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ระดับพลิกวงการ (Disruption) นั้นคืออะไร และมีทักษะที่จำเป็นในการรับมือคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงนั้นอยู่พอดี เช่น รู้เรื่อง AI และ Big Data พนักงานคนนั้น จะเป็นคนที่องค์กรขาดไม่ได้ จงพัฒนาตัวเองให้เป็นพนักงานคนนั้น เพราะหากทำได้ นอกจากช่วยให้หน้าที่การงานมั่นคงแล้ว ยังจะช่วยให้คุณได้เลื่อนขั้นขึ้นไปทำงานระดับที่สูงกว่า สอดคล้องกับความรู้ความสามารถ และมีส่วนสำคัญต่อการเจริญเติบโตของบริษัทด้วย / hbr