ชวาร์สคอฟ มั่นใจขึ้นเบอร์ 1 ภายใน 5 ปี

 

ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะในกลุ่ม B2B หรือที่เรียกว่าตลาดโปรเฟสชันนอล เป็นตลาดที่ทรงตัวมาอย่างต่อเนื่องมานานหลายปีจากที่เคยเติบโตปีละ 5%  ด้วยเหตุผลเพราะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยมี ลอรีอัล โปรเฟสชั่นแนลเป็นเจ้าตลาด และชวาร์สคอฟ โปรเฟสชันแนล อันดับ 2

ขยายตลาดจากซื้อสิทธิ์แบรนด์ Top ของโลก

ภายในปี 2566 ธีรศักดิ์ ไตรทิพย์ ผู้จัดการทั่วไป ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชันแนล (ประเทศไทย) วางเป้าหมาย กลุ่มสินค้าในเครือชวาร์สคอฟ โปรเฟสชันแนล ขึ้นอันดับหนึ่งแซงกลุ่ม ลอรีอัล โปรเฟสชั่นแนล

ซึ่งการขึ้นเบอร์หนึ่งได้นั้น ส่วนหนึ่งมาจากกลยุทธ์ในการซื้อลิทธิ์แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอันดับต้นๆ ชองโลกเข้ามาทำตลาดภายใต้เครือข่ายของ ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชั่นแนล

โดยล่าสุด ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชันแนล บริษัทแม่ไปซื้อสิทธิ์แบรนด์ Joico และ Zotos จากชิเชโด ทำตลาดในเอเชียและอเมริกาใต้ จาก3 ปีที่ผ่านมาชวาร์สคอฟ เคยซื้อแบรนด์ Sexy Hair และ Pravana มาทำตลาดก่อนหน้านั้น

ซึ่งในประเทศไทย Joico และ Zotos 2 แบรนด์นี้คือเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ที่มีโพซิชันนิ่งที่แตกต่างกัน โดย Joico โดดเด่นในเรื่องของสีทำผมกลุ่มกึ่งแฟชั่น ส่วน Zotos โดดเด่นเรื่องน้ำยาดัดที่คงความเป็นเบอร์ 1 ในตลาสดน้ำยาดัดมานานกว่า 30 ปี และสีทำผมสีเรียบๆ ที่มีบุคลิกเหมาะสำหรับผู้ใหญ่ ส่วนชวาร์สคอฟ ผลิตทำสีจะเน้นความเป็นแฟชั่น

และ การควบรวมแบรนด์ Joico และ Zotos มาทำตลาดภายใต้ ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชันแนล (ประเทศไทย) ทำให้ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชันแนล ขึ้นส่วนแบ่งอันดับหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์สี และผลิตภัณฑ์ดัด แซงหน้ากลุ่ม ลอรีอัล ได้ในปีนี้

นอกจากนี้ ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชันแนล ยังได้ปรับแผนการตลาด เน้นการสร้างการรับรู้ในตัวผลิตภัณฑ์กับร้านทำผมผ่านผู้ทรงอิทธิพลในวงการช่างทำผม โดย เลือกพัฒนพงษ์ ญาณสิทธิ์ จาก The Best Salon และธารากร ธาราธำรงฤทธิ์ จากร้าน Kudos by Tarakorn เป็นกระบอกเสียงให้กับแบรนด์ Joico และ Zotos แนะนำเทคนิคการทำผมจากผลิตภัณฑ์ Joico และ Zotos

รวมถึงให้ความรู้ช่างทำผมผ่านแอปพลิเคชั่น House of Color สำหรับช่างทำผม และ Essential Look สำหรับอัพเดทแฟชั่น และสร้างแรงบันดาลใจให้กับช่างทำผม

แข่งกันที่ช่างทำผม

ตลาดผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโปรเฟสชันแนลในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะขับเคลื่อนโดยช่างทำผม และเจ้าของร้าน เพราะส่วนใหญ่แล้วลูกค้าจะไม่ระบุแบรนด์ผลิตภัณฑ์เมื่อเข้ารับบริการ และไม่รู้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ช่างทำผมทำให้นั้นเป็นของแบรนด์อะไร แต่จะเลือกเกรดของผลิตภัณฑ์จากระดับราคาที่ช่างทำผมตั้งไว้ เช่นดัดน้ำยา 3,000 บาท ดัดน้ำยา 5,000 บาท เป็นต้น

การแข่งขันของตลาดโปรเฟสชันแนลจึงแข่งขันกันในการสร้าง Relationship ที่ดีกับร้านทำผม เช่นการจัดกิจกรรมต่างๆ ให้กับร้านทำผม เช่นการให้ความรู้และเทคนิคในการทำผมทั้งในและต่างประเทศ

การขยายเครือข่ายร้านเสริมสวยที่ใช้ผลิตภัณฑ์ ด้วยการคัดเลือกร้านเสริมสวยที่มีโพเทนเชียล เช่น ร้านที่มีช่างในร้านมากกว่า 2 คน และเก็บค่าบริการทำสีมากกว่า 1,000 บาท  เพื่อส่งทีมเซลล์ไปแนะนำผลิตภัณฑ์ในร้านเสริมสวย

และเชื่อมสัมพันธ์กับร้านค้าส่ง ซึ่งเป็นร้านที่ส่วนใหญ่ร้านทำผมรายย่อยจะเข้าซื้อผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นกระบอกเสียงแนะนำผลิตภัณฑ์ให้กับร้านเสริมสวย

ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผมปีนี้เติบโตเป็นปีแรก

ธีรศักดิ์ คาดการณ์ว่าในปีนี้เป็นปีแรกที่ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะจะกลับมาเติบโต 5% จากมูลค่าตลาดรวม 4,000 ล้านบาท ซึ่งการเติบโตนี้มาจาก ขยายตัวของร้านเสริมสวย จาก 30,000 ร้านทั่วประเทศ เป็น 40,000 ร้าน,ผู้บริโภคใช้บริการในร้านทำผมมากขึ้น และร้านเสริมสวยใช้ผลิตภัณฑ์ดูและเส้นผมของอินเตอร์แบรนด์มากขึ้น โดยที่ผ่านมาสัดส่วนผลิตภัณฑ์โลคอลแบรนด์จากไทยและจีน 50% อินเตอร์แบรนด์ 50%

โดยผลิตภัณฑ์ทำสีเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วน35% ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงสุด และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 15 ปี ที่ผ่านมา จากคนไทยนิยมทำสีผมเพื่อเสริมบุคลิกมากขึ้น โดยเฉลี่ยคนไทยนิยมทำสีผมทุก 3 เดือนในกลุ่มลูกค้าทั่วไป และทำสีทุก 3 อาทิตย์-1 เดือนสำหรับลูกค้าปิดผมขาว และกลุ่มลูกค้าทำสีผิดผมขาวเป็นกลุ่มที่มีการขยายตัวสูงจากประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมสูงวัย

ผลิตภัณฑ์ดัดมีสัดส่วนประมาณ 30% เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโตรองลงมาจากพฤติกรรมคนไทยโดยเฉพาะผู้ชายนิยมดัดผมตามสไตล์เกาหลีมากขึ้นถึง 50%

ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำยายืดผมเป็นกลุ่มที่เติบโตลดลงจาก 40% ในหลายปีที่ผ่านมา เหลือเพียง 29% เท่านั้น และที่เหลือเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ

ทั้งนี้รายได้ของชวาร์สคอฟแบ่งเป็นรายได้จากกลุ่ม โปรเพสชันนอล 50% และ รีเทล 50%

 

คนไทยติดทำผม

ผู้ชาย นิยมเข้าร้านทำผม 1-2 เดือนต่อครั้ง

ผู้หญิง เข้าร้านทำผมเพื่อสระไดร์ 2-3 วันต่อครั้ง /ทำสีผม ทุก 3 เดือน /ทำสีผมปิดผมขาวทุก 3 อาทิตย์-1 เดือน /ดัดผม 6 เดือน -1 ปี

 

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer