ในวันที่ 15 มกราคม 2563 จะเป็นวันสุดท้าย “เปลี่ยนบัตรเดบิต” จากบัตรแถบแม่เหล็ก (Magnetic Card) ให้เป็นบัตรชิปการ์ด (Chip Card) ใครยังไม่เปลี่ยนรีบไปเปลี่ยนกัน เพราะบัตรรุ่นเก่าไม่สามารถใช้งานได้แล้ว

มาตรการการเปลี่ยนบัตรแถบแม่เหล็ก (Magnetic Card) ให้เป็นบัตรชิปการ์ด (Chip Card) เป็นชิปการ์ด เป็นโครงการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีมาตรการประกาศให้ธนาคารพาณิชย์ยกเลิกการให้บริการบัตรเดบิตและเอทีเอ็มที่แม่เหล็ก และเปลี่ยนเป็นบัตรชิปการ์ดทั้งหมด

“เปลี่ยนบัตรเดบิต” ด้วยเหตุผลคือความปลอดภัย

ปลอดภัยจากการตั้งรหัส PIN 6 หลัก เมื่อใช้บริการผ่านตู้เอทีเอ็ม

ป้องกันการถูกโจรกรรมข้อมูลบัตร (Card Skimming)

และรองรับมาตรฐาน EMV ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กันทั่วโลก

โดยมาตรการเปลี่ยนบัตรเดบิตและเอทีเอ็มเป็นชิปการ์ดทั้งระบบนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ประกาศมาตั้งแต่ปี 2559

และให้เวลา 3 ปี สำหรับผู้ใช้บัตรเดบิตและเอทีเอ็มที่เป็นแถบแม่เหล็กมาทำเรื่องขอเปลี่ยนบัตรใหม่ที่ธนาคารที่มีบัญชีเงินฝาก โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างใด

เพียงแค่แสดงบัตรประจำตัวประชาชน บัตรเดบิตหรือบัตรเอทีเอ็มใบเดิม และสมุดบัญชีเงินฝากเพื่อทำเรื่องเปลี่ยนบัตรใหม่กับธนาคารเจ้าของบัตรเท่านั้น และธนาคารจะขอเรียกเก็บค่าธรรมเนียมประจำปีในการใช้บัตรเดบิตและเอทีเอ็ม แต่ละประเภทในวันเปลี่ยนบัตรใหม่เช่นกัน

ซึ่งถ้าผู้ใช้บัตรแถบแม่เหล็กไม่เปลี่ยนใหม่ตามเวลาที่ธนาคารให้เปลี่ยนบัตรแม่เหล็กเป็นชิปการ์ดฟรี ผู้ใช้บัตรจะต้องเสียค่าธรรมเนียมออกบัตรใหม่เอง ในราคาค่าธรรมเนียมออกบัตรใหม่โดยเฉลี่ย 100 บาทต่อใบ

ในปัจจุบัน (อัปเดตเดือนกันยายน 2562) ยังมีบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตแถบแม่เหล็กอยู่ในระบบมากถึง 20 ล้านใบที่จะไม่สามารถใช้งานได้หลังวันที่ 15 มกราคม 2563

แต่การถือครองบัตรเดบิต-เอทีเอ็มสำหรับคนไทยในวันนี้หลายคนมองมีความจำเป็นน้อยลง

เพราะ Mobile Banking และ Internet Banking เข้ามาตอบโจทย์ทั้งการโอนเงิน จ่ายค่าสินค้าบริการและทำธุรกรรมต่างๆ ที่บัตรเดบิต-เอทีเอ็มทำได้

รวมถึงการถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มในธนาคารเดียวกัน

ทำให้หลังวันที่ 15 มกราคม 2563 ผู้ใช้บัตรเดบิต-เอทีเอ็มที่ใช้บัตรแม่เหล็กที่ยังไม่เปลี่ยนบัตรใหม่ ยังสามารถทำธุรกรรมการเงินกับบัญชีเงินฝากที่ผูกติดกับบัตรเดบิตและเอทีเอ็มแถบแม่เหล็กสามารถทำธุรกรรมผ่าน Mobile Banking และ Internet Banking ได้

รวมถึงการถอนเงินสดด้วยสมุดบัญชีที่สาขาธนาคาร โอนเงินชำระค่าสินค้า บริการ ที่สาขาได้เช่นกัน

 

แต่อย่างไรก็ดี Marketeer มองว่า ในวันนี้แม้บัตรเดบิตและเอทีเอ็มแถบแม่เหล็กยังคงใช้งานได้อยู่ แต่เราก็อยากให้ผู้อ่านนำบัตรเก่าไปเปลี่ยนบัตรใหม่เมื่อมีเวลา และอย่ารอให้บัตรหมดอายุเสียก่อน เพราะอาจจะต้องเสียค่าธรรมเนียมทำบัตรใหม่โดยไม่รู้ตัว



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer