ตลาดอสังหาล่าสุด เผยเทรนด์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ปี 2020 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงก่อนใครที่นี่ !
ปี 2020 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงในวงการอสังหาริมทรัพย์
การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงทั้งแนวโน้มตลาดและเทคโนโลยี ที่จะกลายเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจของอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่
- เทคโนโลยีเชื่อมต่อการอยู่อาศัย
ในปี 2020 จะเห็นเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนหนึ่งในที่อยู่อาศัยเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ ในรูปแบบสมาร์ทโฮมเข้ากับ AI และ IoT เช่น ระบบสั่งการด้วยเสียงบน Google Assistant ผู้ช่วยอัจฉริยะประจำบ้าน ตลอดจนการนำเทคโนโลยีมาเสริมประสิทธิภาพด้านการดูแลบริหารจัดการอาคารในลักษณะของศูนย์ควบคุมแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง

- คอนโดมิเนียมคือพระเอก
2019 เป็นปีที่โครงการแนวราบเริ่มมามีบทบาทในการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจอสังหาฯ จากโครงการที่ตอบโจทย์เรียลดีมานด์ โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยในระดับไฮเอนด์
ส่วนในปี 2020 เป็นปีของโครงการแนวสูงอย่างคอนโดมิเนียม จากโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่เปิดใหม่ ทั้งสายสีเขียว และสายสีน้ำเงิน และสายสีทอง รวมถึงสายสีชมพูและสายสีเหลืองที่มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2021
ทำให้ทำเลตามแนวรถไฟฟ้าเหล่านี้ถูกจับจองด้วยโครงการคอนโดมิเนียมในระดับราคาต่ำกว่า 100,000 บาทต่อตารางเมตร หรือต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนรวมกัน 70% ของโครงการใหม่ทั้งหมด พบว่าส่วนใหญ่ถูกพัฒนาบนพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นนอก ได้แก่ สุขุมวิทรอบนอก แจ้งวัฒนะ มีนบุรี รามอินทรา และพื้นที่รัชดา-ลาดพร้าว
โดยในปี 2020 เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง มองว่าอาจจะเป็นโอกาสให้นักลงทุนซื้อคอนโดมิเนียมในราคาไม่สูง จากราคาคอนโดมิเนียมในตลาดปรับตัวลงจากเดิมในบางทำเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งปีแรก และจะเห็นคอนโดมิเนียมที่ออกมาใหม่ที่ควบคุมราคาต่อตารางเมตรให้ตอบกับตลาดผู้อยู่อาศัยจริงมากขึ้น
ตลาดอสังหาล่าสุด
- มิกซ์ยูสบุกตลาด
อสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบผสมผสาน หรือ มิกซ์ยูส ที่ประกอบไปด้วยสำนักงาน ศูนย์การค้า โรงแรม และที่อยู่อาศัย เป็นรูปแบบที่เหมาะกับเมืองหลวงที่มีที่ดินในเขตใจกลางเมืองที่จำกัดอย่างเช่นกรุงเทพมหานคร
จากการสำรวจของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ พบว่า โครงการมิกซ์ยูสส่วนใหญ่จะทยอยเปิดให้บริการระหว่างปี 2018-2026 ซึ่งเมื่อโครงการสร้างเสร็จเปิดให้บริการจะเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในเรื่องคุณภาพชีวิตคนที่ทำงานในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากมิกซ์ยูสมีจุดเด่นในเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการได้จัดไว้ให้บริการอย่างครบครัน และการเดินทางที่สะดวกสบาย แต่ละโครงการติดถนนหลักและเส้นทางรถไฟฟ้า
- การร่วมมือกันของแบรนด์ต่างๆ
การร่วมมือข้ามแบรนด์จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเป็น Joint Venture ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แต่จะมีการจับมือกับแบรนด์ด้านไลฟ์สไตล์ต่างๆ เข้ามาเปิดบริการร่วมกัน เช่น โครงการคอนโดมิเนียมที่มีการร่วมมือกับค่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสำหรับให้ลูกบ้านในโครงการเช่าใช้ร่วมกัน หรือการร่วมกับร้านสะดวกซื้อที่เข้ามาให้บริการแบบเดลิเวอรี่ให้กับลูกค้าในโครงการ เป็นต้น
- โครงการใส่ใจสิ่งแวดล้อม
ปี 2020 เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกครั้งสำหรับประเด็นด้านการใส่ใจสิ่งแวดล้อม เริ่มจากการเปิดศักราชด้วยการงดแจกถุงพลาสติกสำหรับห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ สร้างการรับรู้และการปรับตัวของผู้ซื้อครั้งใหญ่
ในภาคอสังหาริมทรัพย์เองก็เริ่มมีการเปลี่ยนไปสู่การตั้งเป้าหมายในการเป็นโครงการสีเขียวมากขึ้น ทั้งการใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม วิธีการก่อสร้างที่เกิดเศษวัสดุให้น้อยที่สุด
รวมถึงการนำเศษวัสดุจากการก่อสร้างกลับไปรีไซเคิลเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ การบริหารจัดการสิ่งของเหลือใช้สำหรับจำกัดของเสียในโครงการที่อยู่อาศัยอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหลายโครงการเริ่มนำนวัตกรรมการแปรรูปของเสียในโครงการให้เป็นปุ๋ย และบางโครงการก็ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางให้เป็นแปลงปลูกผักออร์แกนิกซึ่งสามารถนำปุ๋ยชีวภาพที่ผลิตขึ้นมาใช้ในแปลงผักส่วนกลางของโครงการ
- Leasehold
Leasehold หรือการเช่าซื้อพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ระยะยาวจะเริ่มมีบทบาทมากขึ้นจากเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ที่นิยมอยู่แบบเป็นโสด และโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
และด้วยที่ดินในเมืองที่มีอยู่จำกัดทำให้คนไทยเริ่มเปิดใจรับโครงการแบบ Leasehold มากขึ้นกว่าเดิม เพราะเป็นโครงการที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ที่ไม่ต้องการมีทายาท ทำให้ผู้ซื้อเข้าถึงโครงการคอนโดมิเนียมที่ต้องการในราคาถูกกว่าโครงการแบบ Freehold หรือการซื้ออสังหาเป็นของตัวเอง
นอกจากนี้ โครงการแบบ Leasehold ส่วนใหญ่ยังตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมือง และตอบโจทย์การเข้ามาซื้อของชาวต่างชาติในโครงการบ้านเดี่ยวที่แก้ปัญหาเรื่องการไม่สามารถถือครองที่ดินของต่างชาติได้อีกด้วย
ที่มา: พลัส พร็อพเพอร์ตี้ และเน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
