ปี 2020 ถือเป็นอีกปีแห่งการเปลี่ยนแปลงในโลกดิจิทัล จากการมาของ 5G

และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีจะส่งผลอย่างไรกับการตลาด

ปัทมวรรณ สถาพร กรรมการผู้จัดการ มายด์แชร์ ได้วิเคราะห์ถึงดิจิทัลเทรนด์ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนในปี 2020 มีดังนี้

1. Embracing Technology 5G การเข้าสู่ยุค 5G ของไทย

ด้วยความเร็วของ 5G จะทำให้ผู้บริโภคสามารถตอบสนองต่อสื่อดิจิทัลได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น และทำให้แบรนด์สามารถ Engagement กับผู้บริโภคอย่างมีมิติที่น่าสนใจกว่าที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารผ่านเทคโนโลยี VR AR AI และการสั่งงานและโต้ตอบด้วยเสียง

รวมถึงการนำเสนอคอนเทนต์อื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย และเป็นคอนเทนต์ที่การใช้งาน 4G ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ เพราะความเร็วในการรับส่งข้อมูลไม่มากพอ

นอกจากนี้ 5G ยังเป็นเทคโนโลยีที่บริษัทในประเทศจีนอย่างหัวเว่ยมีความล้ำหน้าในการพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆ ที่สนับสนุนการใช้งานสัญญาณ 5G ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

การที่หัวเว่ยเป็นบริษัทจากจีนได้ส่งอานิสงส์มาที่ประเทศไทยคือ มือถือจากจีนที่เปิดตัวรุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบันได้รองรับเทคโนโลยี 5G เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ มือถือจากจีนยังเป็นมือถือที่มีราคาที่ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย และการที่ดีไวซ์รองรับการใช้งาน 5G เป็นจำนวนมาก ย่อมหมายถึงการขับเคลื่อนอินโนเวชั่นได้รวดเร็ว

การที่บริษัทในประเทศจีนมีการพัฒนาชิพเซ็ตในมือถือที่รองรับเทคโนโลยี 5G อย่างต่อเนื่อง จนเกิดเป็นความสามารถขับเคลื่อนอินโนเวชั่นได้

และ 5G ทำให้ engage คอนซูได้ดีขึ้น จากความเร็วของ 5G รวมถึงการสื่อสารผ่านเทคโนโลยี เออาร์ วีอาร์ รวมถึงการสั่งงานด้วยเสียงในรูปแบบต่างๆ

 

2. More Content, Less Time

5G ได้เชื่อมต่อผู้บริโภคให้สามารถเข้าสู่คอนเทนต์ได้ง่ายและรวดเร็ว จนแบรนด์ได้เร่งผลิตคอนเทนต์รูปแบบต่างๆ ที่มีความหลากหลายทั้งรูปแบบและจำนวนนำเสนอถึงผู้บริโภค

แต่อย่าลืมว่าผู้บริโภคมีเวลาเท่าเดิมคือ 24 ชั่วโมงต่อวัน และเวลาที่เท่าเดิมบนคอนเทนต์ที่มากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกในการเสพคอนเทนต์ที่มากขึ้น และมีสมาธิจดจ่อกับคอนเทนต์ที่น้อยลง

การสื่อสารของแบรนด์จึงยิ่งต้องพยายามทำ Tailored Content ให้ตอบโจทย์ที่มีความจำเพาะของกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น

 

3. Hypertargeting–Super Audience Segmentation

แบรนด์ไม่ได้พูดว่ากลุ่มเป้าหมายของแบรนด์คือ 25+ แต่ต้องมากกว่านั้น 
และโลกดิจิทัลให้แบรนด์สามารถเรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภค ผ่าน Data

ที่ผ่านมาการเรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศได้เรียนรู้จาก

สเต็ปแรกคือ Big Data ผ่านการเก็บข้อมูลของผู้บริโภคมาประมวลผล

สเต็ปที่สองคือ Smart Data ด้วยการนำ Big Data มาประมวลผลที่ชาญฉลาดมากขึ้น

ส่วนในวันนี้กำลังก้าวเข้าสู่สเต็ปที่สามคือ Personalize Data ด้วยการนำ Smart Data มาประมวลผลให้ลึกหลากหลายมิติยิ่งขึ้นกว่าเดิม และทำให้ดาต้าประมวลผลได้เป็นดาต้าที่มีตัวตนขึ้นมา

และ Personalize Data จะทำให้เราเห็นกลุ่มคนใหม่ๆ ที่โลกการตลาดได้บัญญัติขึ้นมาเพื่อตัวแทนของคนกลุ่มนั้นๆ มากขึ้น เช่น กลุ่ม Henry ที่แสดงถึงตัวตนของกลุ่มคนทำงานที่มีเงินเดือนสูง แต่ไม่มีเงินเก็บ จากการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย เป็นต้น

 

4. E-commerce is Still a Hot Topic

อยู่เงียบๆ ก็ช้อปเพียบได้

จากอีคอมเมิร์ซที่เติบโตสูงในประเทศไทย ร้านค้าและแบรนด์ได้ขยับไปยังช่องทางอีคอมเมิร์ซเป็นเหมือนช่องทางการขายหนึ่ง ทำให้ผู้บริโภคสามารถจบการซื้อได้ง่ายโดยไม่ต้องเดินหาสินค้า พร้อมระบบการขนส่งและการจ่ายเงินที่เอื้ออำนวยต่อการซื้อสินค้าที่มากขึ้น

5. Mobile Payment is a New Norm of Thailand

ต่อเนื่องจากการเติบโตของอีคอมเมิร์ซและเทคโนโลยีในยุคนี้

การทำธุรกรรมบนมือถือนับได้ว่าเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคยอมรับและคุ้นเคยยิ่งเป็นตัวผลักดันและกระตุ้นให้เกิดการเติบโตของสื่อดิจิทัลในภาพรวม

และการมาของ Mobile Payment จะสามารถทำให้นักการตลาดต่อยอดไปถึงช่องทางขายสินค้าในรูปแบบใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ Micro Moment มากขึ้น

เช่น การขายสินค้าและจบการขายผ่านทีวี ผ่านคิวอาร์โค้ด

โดยผู้บริโภคเมื่อดูทีวีและเห็นสินค้าที่ชอบสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ทันทีผ่านคิวอาร์โค้ดที่ขึ้นอยู่ในโฆษณาบนทีวี พร้อมชำระเงินผ่าน Mobile Payment และรอสินค้ามาส่งถึงบ้านอย่างง่ายดาย

ผู้บริโภคได้ซื้อสินค้าผ่าน Micro Moment ที่มากขึ้น และง่ายดายขึ้น



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer