ศึกคาเฟอีน ชงยังไงให้โต 20% | Café Amazon VS Starbucks

ปัจจุบันเราสามารถหากาแฟดื่มได้หลากหลายรูปแบบมากๆ ทั้งสำเร็จรูป ชงเอง หรือ ร้านกาแฟ ซึ่งร้านกาแฟนี่แหละที่กำลังเป็นตลาดที่น่าสนใจ…

เชื่อว่าหลายคนคงขมวดคิ้ว ประโยคที่ว่า “ร้านกาแฟเป็นตลาดที่น่าสนใจ”
เพราะเทรนด์การเปิดร้านกาแฟ มีมานานแล้ว และทำให้คนเจ๊งมานักต่อนัก

แต่แบรนด์ที่กำลังจะพูดถึงนี้ ไม่ใช่แบรนด์ธรรมดา แต่เป็น Starbucks และ Café Amazon

มูลค่าตลาดกาแฟปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 19,000-20,000 ล้านบาท หรือโตประมาณ 10% ต่อปี ซึ่งถ้านับแค่ อันดับ 1 และ 2 ก็มีส่วนแบ่งไปมากกว่า 70% แล้ว

Starbucks เปิดในไทยตั้งแต่ปี 2541 (19 ปีที่แล้ว) จนปัจจุบันเป็นแบรนด์กาแฟที่ดังที่สุดในโลกและประเทศไทย (ย้ำอีกที พูดถึงความดัง) ด้วยจำนวน 309 สาขาขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่สุดของสถานที่ และด้วยการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง

ส่วน Café Amazon เปิดในปี 2545 (15 ปีที่แล้ว) ด้วยแนวคิดการเป็นเพื่อนกับนักเดินทาง บรรยากาศร้านที่ร่มรื่น และสาขาในปั๊มปตท. ทำให้ปัจจุบันมีถึง 1,800-2,000 สาขา และเป็นสาขาต่างประเทศถึง 130 สาขา

จะเห็นได้ว่ารายได้ของอเมซอนนั้น ยังตามหลัง Starbucks อยู่ในปี 2556-2557 แต่ในปี 2558 รายได้ของอเมซอนสูงขึ้นถึง 54% !!! นับว่าเป็นตัวเลขที่บ้ามากๆ เพราะการที่ธุรกิจระดับพันล้าน จะโตในระดับ 50% ต้องมีกลยุทธ์ที่ไม่ธรรมดา

Café Amazon

1.โตนอกปั๊ม : หลังจากที่สร้างแบรนด์แข็งแกร่งในปั๊ม ปตท. ก็เริ่มขยายมาทำสาขาในห้างสรรพสินค้าที่คนพลุกพล่าน และเข้าถึงง่ายกว่าปั๊ม ทำให้ไม่ต้องหวังรายได้จากช่วงเทศกาลเหมือนสาขาในปั๊ม นอกจากนั้นในจำนวนร้านทั้งหมด 90% เป็นร้านแฟรนไชส์อีกด้วย

2.โตนอกประเทศ : ปัจจุบัน คาเฟ่ อเมซอน มีสาขาต่างประเทศ 70 แห่ง กระจายในประเทศกัมพูชา ลาว พม่า ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น ซึ่งสำหรับประเทศในเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ลาว และกัมพูชา ธุรกิจร้านกาแฟ ยังสามารถโตได้อีกเยอะ

3. PTT Blue Card : นอกจากธุรกิจน้ำมันแล้ว ปตท.ยังมีธุรกิจอื่นๆ อย่าง อเมซอน ร้านค้า ร้านอาหาร ทำให้การมีบัตรสามารถดึงลูกค้าให้กลับมาใช้บริการในเครือได้

4.Branding : มีการสร้าง Amazon Inspiring Campus (AICA) เพื่อเป็นศูนย์อบรม ศูนย์การเรียนรู้ และโรงคั่วกาแฟ เพื่อทำให้แบรนด์ คาเฟ่ อเมซอน มีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น

 

 

Starbucks

1.Promotion : โปรโมชั่นที่ทุกคนรู้จัก คือ 1 แถม 1 ซึ่งทำให้เกิดเหตุการณ์คนต่อแถวตอนเที่ยงเป็นประจำ ซึ่งสิ่งที่แตกต่างจากร้านอื่นก็คือ ถึงแม้จะหมดโปรนี้แล้ว มูลค่าของแบรนด์ไม่ได้ลดลง คนก็ยังเข้าเยอะเหมือนเดิม

2.Membership : คนที่เป็นแฟน Starbucks จะต้องมี Starbucks Card แน่นอน เพราะมันทำให้คุณเก็บดาวสะสม เพื่อเลื่อนขั้น และรับสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้นนั่นเอง อารมณ์เหมือน True Card ที่มี Red และ Black Card หรือ Dtac ที่มี Silver, Gold และ Blue Member เป็นต้น

3.Merchandise : ไม่ว่าจะเป็นแก้วกาแฟ กระติกน้ำ หรือสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ มักได้รับการตอบรับที่ดีอยู่เสมอ จนปัจจุบันแบรนด์กาแฟอื่นๆ เริ่มทำตามกันบ้าง แต่ของแบบนี้ ถ้าแบรนด์ไม่แข็งจริง บอกเลยว่ายาก

4.Content Marketing : เมื่อ Starbucks สร้างแบรนด์มาแข็งแกร่ง ไม่ว่าพวกเขาจะพูดอะไร ก็สามารถเป็นคอนเทนต์ได้หมด เช่น เมนูที่คิดโดยพนักงาน เมนูลับที่รู้แค่บางสาขา เรื่องราวการดีไซน์ร้าน เรื่องราวของเมล็ดกาแฟแบบใหม่ เป็นต้น

 

กลยุทธ์ผู้เล่นอื่นๆ ในตลาด

คอกาแฟร้านอื่นๆ อย่าเพิ่งน้อยใจ เพราะนอกจากสองร้านนี้ยังมีแบรนด์กาแฟดีๆ ที่แข็งแกร่งอีกมาก ทั้งระดับกลาง และพรีเมียม อย่าง Black Canyon, Coffee Beans, Coffee World, True Coffee, Caffè D´Oro, Feragano, Mezzo, ชาวดอย, อินทนิล หรือ ดอยช้าง

ยกตัวอย่าง Black Canyon ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2546 ก็ไม่ได้ทำแค่กาแฟเพียงอย่างเดียว แต่ทำเรื่องอาหารไทย และอาหารนานาชาติ เพื่อสร้างความแตกต่างและรายได้ที่หลากหลายขึ้น

อย่างอินทนิล ที่เป็นของบางจาก ก็ใช้โมเดลขยายตามปั๊มแบบเดียวกับปตท. แต่ความแตกต่าง คือ อินทนิล วางแบรนด์ตัวเองให้เป็น แบรนด์ที่รักธรรมชาติ ด้วยการใช้แก้วที่ย่อยสลายได้ หรือ การนำแก้วมาเองแล้วลด 5 บาท เป็นต้น

หรือ ดอยช้าง ก็เด่นในเรื่องมีเมล็ดกาแฟเป็นของตัวเอง ทำทุกอย่างตั้งแต่ปลูก ผลิตและจัดจำหน่าย จนถึงร้านกาแฟ ฉะนั้นเวลานึกถึงดอยช้าง คอกาแฟก็จะรู้ว่าคุณภาพของเมล็ดกาแฟนั้น เหนือกว่าเจ้าอื่นๆ แต่ครั้นจะขยายตามปั๊ม หรือตามห้างนั้น ก็ไม่สามารถทำได้แบบแบรนด์ใหญ่ๆ

ฉะนั้นการทำร้านกาแฟไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากรสชาติ และราคา แล้วปัจจัยอย่าง บรรยากาศ เมนูอื่นๆ รวมถึงการรักษาคุณภาพในแต่ละสาขา ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้แบรนด์เล็กๆ สามารถดึงลูกค้าหน้าใหม่ให้กลับมาใช้บริการได้อีกด้วย


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer