31,875 ล้านบาท คือมูลค่าธุรกรรมฝากถอนในบัญชีเงินฝากไทยพาณิชย์ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในเซเว่นอีเลฟเว่นในปีที่ผ่านมา หลังจากที่ไทยพาณิชย์แต่งตั้งให้เคาน์เตอร์เซอร์วิสเป็นแบงกิ้งเอเยนต์

มูลค่า 31,875 ล้านบาท แบ่งเป็นฝากจำนวน 31,776 ล้านบาท ถอนจำนวน 99.46 ล้านบาท เฉลี่ยปริมาณธุรกรรมฝากถอนต่อวันอยู่ที่ 185.3 ล้านบาท

มูลค่าที่กล่าวมาถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการที่ธนาคารไทยพาณิชย์จะก้าวสู่การพาตัวเองไปสู่ช่องทางที่ผู้บริโภครู้สึกสะดวกรวดเร็วในการใช้บริการ และลดภาระของสาขาในการทำธุรกรรมต่างๆ

มาเริ่มต้นปีนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ได้ต่อยอดความสำเร็จกับเคาน์เตอร์เซอร์วิสด้วยการนำเทคโนโลยี Facial Recognition มาใช้กับลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยเป็นลูกค้าธนาคารไทยพาณิชย์มาก่อน ภายใต้แนวคิด “ฉันเองคนนี้ที่เซเว่นฯ”

เพื่อให้ลูกค้าใหม่ของธนาคารสามารถเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ในรูปแบบ eSaving หรือบัญชีออมทรัพย์แบบไม่มีสมุดเงินฝากของธนาคารไทยพาณิชย์ผ่านแอปพลิเคชัน SCB Easy ได้โดยไม่ต้องไปยืนยันตัวตนที่สาขาธนาคารเหมือนที่ผ่านมา ส่วนลูกค้าเดิมที่เคยมีเงินฝากกับธนาคารไทยพาณิชย์อยู่แล้วสามารถขอเปิดบัญชี eSaving ผ่านแอปพลิเคชันได้ทันดีโดยไม่ต้องยืนยันตัวตนอีกครั้ง เนื่องจากธนาคารมีข้อมูลของลูกค้าอยู่ในระบบแล้ว

ในอดีตลูกค้าที่จะเปิดบัญชีเงินฝากของธนาคารไทยพาณิชย์ได้จะต้องเข้ามาที่สาขาธนาคารเพื่อกรอกข้อมูลและยืนยันตัวตนกับพนักงาน เพื่อตรวจสอบว่าบุคคลตามบัตรประชาชนกับบุคคลที่เปิดบัญชีธนาคารเป็นคนเดียวกัน เพื่อป้องกันการแอบอ้างสวมรอยเปิดบัญชีเพื่อใช้ในการทำทุจริตในด้านต่างๆ

การให้บริการยืนยันตัวตนผ่านเซเว่นอีเลฟเว่น มีจุดประสงค์หลักคือ

1. ขยายฐานลูกค้า

จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยในเดือนมกราคม 2563 พบว่าคนไทยมีบัญชีออมทรัพย์มากถึง 89.9 ล้านบัญชี  แต่เมื่อเทียบกับจำนวนผู้มีบัญชีเงินฝากจากข้อมูลของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ป๋วย อึ้งภากรณ์ กลับมีประชากรไทยเพียง 37.9 ล้านคนเท่านั้นที่มีบัญชีเงินฝาก ซึ่งเท่ากับว่ายังมีคนไทยอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถเข้าถึงธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางธนาคารได้

แม้ในวันนี้จะมีแบงกิ้งเอเยนต์อย่างเคาน์เตอร์เซอร์วิสในเซเว่นอีเลฟเว่นที่เข้ามาอำนวยความสะดวกในการฝาก-ถอนเงินนอกธนาคารมากขึ้น แต่การมีบัญชีธนาคารได้จะต้องมาเปิดบัญชีที่สาขาธนาคารเท่านั้น

แต่คนไทยกลุ่มหนึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลสาขาธนาคาร เพราะส่วนใหญ่แล้วธนาคารจะกระจุกตัวเปิดสาขาอยู่ในกรุงเทพฯ และเขตที่เป็นเมืองในจังหวัดต่างๆ

ทำให้เกิดความยากลำบากในการเดินทางไปธนาคารเพื่อเปิดบัญชีและยืนยันตัวตน และมองว่าการเปิดบัญชีธนาคารยังไม่มีความจำเป็นมากพอกับการต้องเดินทางไปในเมืองเพื่อไปเปิดบัญชีที่สาขาธนาคาร

ซึ่งการยืนยันตัวตนของลูกค้าใหม่ผ่านช่องทางเคาน์เตอร์เซอร์วิสในเซเว่นอีเลฟเว่นที่มีสาขามากกว่า 10,000 สาขาทั่วประเทศ และกระจายอยู่ทั้งตามตำบลและหมู่บ้านจะทำให้คนกลุ่มนี้สามารถมีบัญชีเงินฝากธนาคารได้ง่ายขึ้น

แต่เรื่องนี้ก็ยังมีความท้าทาย คือ คนส่วนใหญ่ในต่างจังหวัดยังมีความกังวลว่าการที่ไม่มีสมุดบัญชีธนาคารเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ และเมื่อเงินสูญหายจะไม่หลักฐานมายืนยันถึงเงินที่มีอยู่ ซึ่งเรื่องนี้อาจต้องใช้เวลาในการ educate พอสมควรในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มนี้ ผ่านคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เติบโตมากับเทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นลูกค้ากลุ่มแรกๆ ที่เข้ามาใช้บริการ

2. เข้าไปเป็นธนาคารแรกของคนรุ่นใหม่

ตามที่เรากล่าวมาคนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มที่เกิดมากับดิจิทัล และเมื่อเขามีอายุ 15 ปีขึ้นไป จะสามารถเปิดบัญชีธนาคารได้ด้วยตัวเอง ซึ่งการที่ธนาคารไทยพาณิชย์มีบริการเปิดบัญชีใหม่แบบไม่มีสมุดบัญชีและยืนยันตัวตนผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสได้ จะทำให้ธนาคารไทยพาณิชย์สามารถเข้ามาเป็นธนาคารแรกของคนรุ่นใหม่ แทนธนาคารคู่แข่ง

รวมถึงการหาลูกค้าใหม่ที่เป็นคนรุ่นใหม่ แต่มีบัญชีธนาคารของคู่แข่งและไม่เคยเป็นลูกค้าธนาคารไทยพาณิชย์มาก่อนให้เข้ามาเป็นลูกค้าได้สะดวกขึ้น

และการที่ธนาคารไทยพาณิชย์เป็นธนาคารของคนรุ่นใหม่ที่จะทำให้ธนาคารมีดาต้าเบสผู้บริโภคกลุ่มนี้ พร้อมเสนอผลิตภัณฑ์ต่างๆ หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มนี้มากขึ้น

3. วางรากฐานสู่การยืนยันตัวตนเงินกู้ยืม

การเปิดบริการยืนยันตัวตนผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสในบัญชีเงินออมทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่มีสมุดธนาคาร ถือเป็นการเริ่มต้นจุดแรกที่ธนาคารจะสร้างความคุ้นเคยในการทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน SCB Easy เพื่อหวังผลในการต่อยอดสู่บริการอื่นๆ เช่น บริการยืนยันตัวตนในการกู้เงินแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันที่จะเปิดให้บริการในอนาคต

และการกู้เงินแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันจะเป็นบริการที่ทุกธนาคารต้องการไป จากการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากดอกเบี้ยที่สูงและข้อจำกัดเดิมๆ ที่ผู้กู้จำเป็นต้องมาขอกู้ในสาขา เพื่อยืนยันตัวตน และยื่นหลักฐานการข้อกู้ และการมาสาขาเพื่อขอกู้เงินผู้บริโภคจะรู้สึกว่าผู้เข้ามาใช้บริการอื่นๆ ในธนาคารจะมองแบบดูถูกและหันไปกู้นอนแบงก์แทน เพราะอย่างน้อยคนที่เข้ามาใช้บริการคือผู้ที่ต้องการเงินกู้เหมือนกัน

4. เจ้าของข้อมูลลูกค้าผ่าน NDID

บริการยืนยันตัวตนผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสของธนาคารไทยพาณิชย์เป็นหนึ่งในแนวการยืนยันตัวตนรูปแบบที่เรียกว่า NDID (National Digital ID) หรือการยืนยันตัวตนในรูปแบบดิจิทัลที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการอนุมัติให้ 6 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรี ธนาคารทหารไทย และธนาคารซีไอเอ็มบี นำร่องยืนยันตัวตนผ่านระบบ Facial Recognition เพื่อเก็บข้อมูลลูกค้าธนาคารไว้บนระบบดิจิทัลและทุกธนาคารจะใช้ข้อมูลเดียวกัน

การยืนยันตัวตนผ่านระบบ NDID ลูกค้าใหม่ของธนาคารจะยืนยันเพียงครั้งเดียว ผ่านธนาคารใดธนาคารหนึ่งเท่านั้น และเมื่อลูกค้าจะเปิดบัญชีกับธนาคารอื่นไม่จำเป็นต้องยืนยันตัวตนอีกครั้ง แต่ธนาคารที่สองและธนาคารต่อๆ มาที่ลูกค้าเปิดบัญชี จะขอข้อมูลลูกค้าจากธนาคารแรกเพื่อมาเปิดบัญชีธนาคารให้กับลูกค้า และจ่ายเป็นค่าธรรมเนียมให้กับธนาคารแรกที่เป็นเจ้าของข้อมูล

เช่น A ไม่เคยเปิดบัญชีกับธนาคารไหนมาก่อน มาเปิดบัญชีดิจิทัลกับธนาคารไทยพาณิชย์และยืนยันตัวตนผ่านช่องทางเคาน์เตอร์เซอร์วิสในเซเว่นอีเลฟเว่น ไทยพาณิชย์จะเป็นเจ้าของข้อมูลที่ A ยืนยันตัวตนไว้

เมื่อ A ไปเปิดบัญชีดิจิทัลกับธนาคารกสิกรไทย ระบบธนาคารกสิกรไทยจะดึงข้อมูล A จากธนาคารไทยพาณิชย์มาใช้เพื่อเปิดบัญชีให้กับ A โดยธนาคารกสิกรจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการใช้ข้อมูลกับธนาคารไทยพาณิชย์ และเมื่อ A มาเปิดบัญชีดิจิทัลกับธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงเทพจะต้องเสียค่าธรรมเนียมให้กับธนาคารไทยพาณิชย์เช่นกัน

ทั้งนี้ การยืนยันตัวตนผ่านเคานเตอร์เซอร์วิสธนาคารไทยพาณิชย์ได้คาดว่าหลังจากเปิดให้บริการยืนยันตัวตนผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสจะสามารถขยายฐานเพิ่มลูกค้าใหม่ของธนาคารจากช่องทางนี้ได้กว่า 1 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้

โดยปัจจุบันธนาคารไทยพาณิชย์มีลูกค้าบัญชีออมทรัพย์ทั้งสิ้น 16 ล้านราย และมีผู้ใช้บริการ SCB Easy 10 ล้านราย



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer