ธุรกิจค่ายเพลง ปี 2563 รายได้มาจากไหน ? วิเคราะห์ธุรกิจค่ายเพลงกับการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

ในวันที่ธุรกิจค่ายเพลงเผชิญกับความท้าทายมากขึ้นทุกวัน สะท้อนได้จากการเกิดศิลปินร้อยล้านวิวที่ไม่สังกัดค่ายขึ้นมากมาย

หรือกับการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจของสองค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Grammy และ RS ที่ไม่ได้พึ่งพารายได้จากการขายเพลงเป็นหลักเหมือนอย่างอดีต

แต่ความท้าทายที่ว่า กลับสวนทางกับจำนวนค่ายเพลงขนาดเล็ก-กลาง ที่ในรอบไม่ถึงปีที่ผ่านมาก็มีค่ายเพลงเกิดใหม่อย่างน้อยๆ 3 ค่ายแล้ว

ไม่ว่าจะเป็น Nadao Music โดยย้ง-ทรงยศ, 411 Music โดยกึ้ง-เฉลิมชัย หรือ KIT Music โดยปอ-ณัฐภูมิ

และกับอีกมากมายหลายค่ายที่กระจายตัวอยู่ตามต่างจังหวัด แม้จะไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่ก็สามารถสร้างฐานคนฟังเป็นของตัวเองได้

ค่ายใหญ่พึ่งพารายได้จากการทำเพลงน้อยลง

ศิลปินไม่สังกัดค่ายมีจำนวนมากขึ้น

แต่ก็มีค่ายขนาดเล็ก-กลางเพิ่มขึ้นเช่นกัน

แล้วสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับธุรกิจค่ายเพลงในตอนนี้คืออะไร?

เทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้ต้นทุนการทำเพลงถูกลง 

เพราะอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการทำเพลงนั้นถูกลงและเข้าถึงได้ง่ายกว่าในอดีต

และไม่ใช่แค่กับตัวเพลงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงชิ้นงานต่างๆ ที่ใช้ในการทำการตลาดให้กับเพลง ไม่ว่าจะเป็น Music Video หรืออาร์ตเวิร์กต่างๆ

รวมไปถึงทีมงาน ที่เทคโนโลยีนั้นทำให้การทำเพลงไม่จำเป็นต้องใช้คนมากเหมือนแต่ก่อน

และเมื่อต้นทุนด้านต่างๆ ในการทำเพลงถูกลง ส่วนเพลงก็ยังเป็นคอนเทนต์ที่มีคนฟังอยู่ตลอดเวลา เหล่านี้จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงเห็นค่ายเพลงขนาดเล็ก-กลางเกิดขึ้นใหม่มากมาย

ออนไลน์ทำให้ค่ายเพลงเจอคนฟังที่เป็น ‘กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง’ ได้มากขึ้น

การเข้ามาของออนไลน์ทำให้เราได้ยินเพลงแนวใหม่ๆ ผ่านหูกันมากขึ้น ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ดนตรีในกระแส หรือเพลงแนว Pop/Rock/Hip Hop/R&B เท่านั้น

ทั้งยังช่วยทำให้ค่ายเพลงประหยัดต้นทุนการทำ Marketing ได้มากกว่าในอดีต  ซึ่งสามารถโฟกัสการทำตลาดไปยังคนฟังที่เป็นกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทำไมยุคนี้เราถึงเห็นเพลงที่ไม่รู้จักแต่กลับมีคนฟังบน youtube เป็นร้อยล้านวิวได้ เพราะเราอาจไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของเขานั่นเอง

ธุรกิจค่ายเพลง เมื่อเทียบความต่างของแต่ละค่าย  

1. Nadao Music: ค่ายที่เกิดจากการที่ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ ต้องการจะเพิ่มยูนิตเพื่อรองรับนักแสดงในสังกัด นาดาว บางกอก ที่มีอยู่กว่า 30 คน โดยมีนักร้องชื่อดังอย่าง เบล-สุพล มานั่งแท่น Producer ดูแลเรื่องงานเพลงต่างๆ

ความสำเร็จของ Nadao Music เริ่มตั้งแต่เพลงแรกของค่ายอย่าง ‘รักติดไซเรน’ ที่กลายเป็นกระแสทั่วบ้านทั่วเมืองในปี 2019

และเพียงเปิดมาไม่ถึง 1 ปีก็สามารถทำแคมเปญ Music Marketing ให้กับแบรนด์สินค้าผ่านเพลงที่ชื่อว่า ‘ดี๊ดี’ ได้เป็นที่เรียบร้อย

2.411 Music: ค่ายเพลงที่นำทัพโดย กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ ซึ่งเดิมทีทำธุรกิจเป็นผู้จัดคอนเสิร์ต-งานมีตติ้ง ให้กับศิลปินและนักแสดงเกาหลีที่มาจัดงานในไทย ภายใต้แบรนด์ 411 entertainment มากว่า 11 ปี

จากนั้นจึงต่อยอดด้วยการทำ 411 Music โดยมี แอลลี่-อชิรญา นิติพน ลูกสาวของ อ่ำ-อัมรินทร์ นิติพน เป็นศิลปินเบอร์แรกของค่าย ที่ก่อนจะเปิดตัวซิงเกิ้ลแรกออกสู่ตลาด กึ้งก็ได้ส่งแอลลี่ไปฝึกที่เกาหลีนานร่วมปี

ในแง่ของกลุ่มเป้าหมาย 411 Music ต้องการเจาะคนฟังที่เป็นคนรุ่นใหม่เหมือนกับ Nadao Music

3. KIT Music: ค่ายเพลงที่เกิดจากบริษัท นิวสเปคทีฟ ที่หลายคนอาจจะรู้สึกไม่คุ้นกับชื่อของค่ายนี้มากเท่าไร

ซึ่งจริงๆ แล้ว นิวสเปคทีฟ เป็นบริษัทที่รับทำ Event Marketing และเป็น Media Buyer ให้กับแบรนด์ต่างๆ มานานกว่า 15 ปี

แต่ด้วยเทคโนโลยีที่เข้ามา Disrupt ให้คนที่ทำธุรกิจเป็น ‘ตัวกลาง’ ต่างๆ มีรายได้ที่ลดน้อยลง

ผู้บริหารของนิวสเปคทีฟ อย่าง ปอ-ณัฐภูมิ รัชยากร จึงลุกขึ้นมาทำ KIT Music ด้วยเหตุผลที่บอกว่า อย่างไรเพลงก็ยังคงเป็นคอนเทนต์ที่ขายได้ตลอด

และการทำเพลง-ทำศิลปินเป็นของตัวเอง ยังเอื้อต่อธุรกิจเดิมที่นิวสเปคทีฟทำอยู่ ทำให้สามารถขายทุกอย่างเป็นเหมือน One Stop Service ได้ ทั้งในแง่ของผู้จัดงานและต้นสังกัดของศิลปิน

โดยกลุ่มเป้าหมายของ KIT Music ในตอนนี้จะเป็นต่างจังหวัด โดยเฉพาะกับภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มี Volume มาก และมี Segment หลากหลายให้เลือกจับอีกมากมาย

ที่ตั้งเป้าไว้ว่า KIT Music จะทำให้รายได้รวมของนิวสเปคทีฟเติบโตขึ้นราว 20% จากปีที่ผ่านมาซึ่งทำรายได้อยู่ที่ 100 ล้านบาท

แม้จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ แต่ออนไลน์ยังไม่ใช่รายได้หลักของค่ายเพลง

แม้ออนไลน์จะเข้ามาทำให้สัดส่วนรายได้ของค่ายมาจาก Music Streaming ต่างๆ มากขึ้น

แต่นั่นก็ยังเป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบกับรายได้หลักอย่างการขายโชว์-ขายคอนเสิร์ตของศิลปิน ที่ส่วนใหญ่จะคิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมดของค่าย

รองลงมาคือรายได้จากการดูแลศิลปิน เช่น การที่ศิลปินไปเป็นพรีเซนเตอร์หรือถ่ายแบบให้กับสินค้า

จากนั้นถึงจะเป็นรายได้ที่มาจากช่องทางออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาที่เกิดจากยอดวิวบน youtube หรือรายได้จากการขายเพลงบน Apple Music เป็นต้น

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน