มื่อวานนี้ (16 เม.ย. 63) ธนาคารกสิกรไทย โดยบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกิตติคุณ (Chairman Emeritus) พร้อมด้วย สมบัติ อติเศรษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร โรงแรมในเครือกะตะธานี และประมุขพิสิฐ อัจฉริยะฉาย ประธานกรรมการบริหาร โรงแรมในเครือกะตะกรุ๊ป

ได้แถลงข่าวร่วมกันผ่าน Facebook Live ในโครงการ ”เถ้าแก่ใจดี เจ้าหนี้มีใจ” โครงการที่ธนาคารกสิกรไทยต้องการช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 ที่กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักไปให้ได้

เพียงแต่คราวนี้แบงก์ไม่ได้มองแค่การช่วย “เถ้าแก่” หรือลูกหนี้เท่านั้น แต่มองลึกไปถึงการช่วยเหลือ ”พนักงาน” ของเถ้าแก่ที่มีรายได้น้อย ให้สามารถอยู่รอดในสถานการณ์ตอนนี้ได้ด้วย

โดยเป็นการร่วมมือระหว่างธนาคารและธุรกิจ ด้วยการลดดอกเบี้ยและเพิ่มเงินทุนให้กับธุรกิจ เพื่อช่วยให้มีกำลังจ้างพนักงานให้มีงานทำต่อเนื่อง มีรายได้ พร้อมช่วยลดภาระหนี้ต่างๆ

เป็นนวัตกรรมใหม่ของการร่วมมือที่ไม่ใช่ แค่ให้เถ้าแก่ “รอด“ แต่ลูกน้อง “ไม่รอด”

บัณฑูรกล่าวว่า ทางธนาคารจะเริ่มต้นก่อนกับ 2 บริษัทนี้ซึ่งเป็นเครือโรงแรมใหญ่ในภูเก็ต จังหวัดที่มีความสำคัญอย่างมากกับภาคธุรกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทย

“เมื่อวิกฤตเกิดขึ้นรายได้ของการทำธุรกิจการท่องเที่ยวหายไปคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือพนักงานระดับชั้นผู้น้อยเงินเดือน 1-1.5 หมื่นบาท ที่มีจำนวนมาก ส่วนใหญ่การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นคือเจ้าของก็จะลดค่าใช้จ่าย ง่ายที่สุดคือการเอาพนักงานออก”

แต่เมื่อเจ้าของโครงการทั้ง 2 นี้ไม่ได้คิดแบบนั้นโครงการเพื่อรักษาคนที่อยู่ในระดับล่างสุดของระบบธุรกิจเลยเกิดขึ้นจากองค์ประกอบ 2 เรื่องคือ

1. มีเถ้าแก่ใจดี มีคุณธรรม ต้องการช่วยเหลือพนักงาน  

2. มีเจ้าหนี้ที่มีกำลังสามารถตัดรายได้ส่วนหนึ่งจากดอกเบี้ยที่เคยได้ไปเลย

ดังนั้น แทนที่จะเอาพนักงานออก กลับคิดใหม่ว่าต้องเก็บพนักงานทั้งหมดไว้ โดยสมมุติว่าพนักงานคนหนึ่งมีเงินเดือน 1 หมื่นบาท เถ้าแก่กับเจ้าหนี้หรือแบงก์ จะแบ่งภาระรับผิดชอบกันคนละครึ่ง คือทางแบงก์จะลดดอกเบี้ยให้เถ้าแก่ 5 พันบาท แล้วให้เถ้าแก่เอาเงิน 5 พันบาทนี้ไปจ่ายให้พนักงาน เมื่อรวมกับอีกครึ่งหนึ่งที่เถ้าแก่ต้องจ่ายอยู่แล้ว ก็จะทำให้พนักงานคนนั้นได้รับเงินเดือนเท่าเดิม

“ที่สำคัญที่สุดธนาคารต้องมีระบบติดตามผลด้วยว่า เงินที่ช่วยไปนั้นถึงพนักงานจริงๆ สำหรับบริษัทที่เข้าร่วมโครงการนี้ใช้ระบบจ่ายเงินเดือนให้พนักงานผ่านแบงก์กสิกรอยู่แล้ว ทำให้สามารถตรวจสอบเป็นรายบุคคลได้ง่ายในทุกๆ เดือน”

ในจังหวัดภูเก็ตจะมีผู้ประกอบการประมาณ 127 รายที่มีคุณสมบัติตามที่ธนาคารกำหนด สามารถเข้าร่วมโครงการได้ พร้อมตั้งงบช่วยเหลือ 100 ล้านบาท เพื่อช่วยพนักงาน 3,000 คน เป็นระยะเวลา 6 เดือน และเตรียมขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆ โดยตั้งเป้างบทั้งโครงการราว 500 ล้านบาท ช่วยพนักงาน 15,000 คน

สมบัติ อติเศรษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร โรงแรมในเครือกะตะธานี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นวิกฤตที่หนักมาก เป็นเหตุการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่รู้จะจบเมื่อไหร่ แต่คิดว่าอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 18 เดือนแน่นอน

กะตะธานีมีโรงแรมใน 3 จังหวัดคือ ภูเก็ต พังงา เชียงราย มีพนักงานประมาณ 1.8 พันคน และได้ประกาศไปตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม ว่าโรงแรมจะไม่ลดพนักงาน ไม่ลดเงินเดือน สวัสดิการทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมทั้งหมด 

นอกจากนั้นพอได้รับเงื่อนไขการช่วยเหลือจากธนาคารยิ่งมีความมั่นใจมากขึ้น ว่าจะสามารถช่วยเหลือพนักงานไม่ให้เดือดร้อน และเมื่อโรงแรมเปิดอีกครั้งคนกลุ่มนี้พร้อมจะกลับเข้ามาทำงานอีกครั้ง 

ประมุขพิสิฐ อัจฉริยะฉาย ประธานกรรมการบริหาร โรงแรมในเครือกะตะกรุ๊ป เปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ต่างจากเมื่อครั้งตอนเกิดสึนามิ ที่เกิดขึ้นแค่ในจุดเล็กๆ แห่งหนึ่งของโลก  ซึ่งได้รับความเดือดร้อนก็จริง แต่เพียงแค่ระยะเวลา 2-3 เดือนก็ฟื้นตัวแล้ว เพราะนักท่องเที่ยวกลับมาเร็วมาก   

กะตะกรุ๊ปมีพนักงานทั้งหมด 2 พันคน จากโรงแรม 7 แห่ง ทุกคนเป็นทรัพย์สินอันทรงคุณค่าของธุรกิจ ไม่เคยคิดเลิกจ้างพนักงาน และไม่เคยคิดจะปล่อยลูกน้องไว้ข้างหลัง

ถึงแม้ว่าทุกโรงแรมในเครือปิดหมดตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา และให้พนักงานทุกคนกลับบ้านหมด โดยทุกคนยังได้รับเงินเดือนเท่าเดิม (มีเพียงพนักงานระดับสูงที่เงินเดือนมีลดบ้าง) เหลือเพียงระดับหัวหน้าส่วนหนึ่งเข้ามาดูแลโรงแรมแต่ละแห่ง 

เขาย้ำว่า ในสถานการณ์ปกติพนักงานช่วยทำงาน สร้างความมั่งคั่งให้ธุรกิจ ในยามเจอวิกฤตก็ต้องฝ่าฟันไปด้วยกัน เพราะเชื่อมั่นว่ายามที่พนักงานลำบากแล้วเจ้าของไม่ทอดทิ้งคอยประคับประคองให้เขาอยู่ได้ เมื่อวันที่โรงแรมกลับมาเปิดอีกครั้ง พนักงานทุกคนจะกระตือรือร้น มุ่งมั่น และรักในองค์กรมากขึ้น จึงอยากแนะนำให้องค์กรต่างๆ รักษาพนักงาน ช่วยเหลือและอย่าทอดทิ้งกัน

“พอคุณบัณฑูรให้เจ้าหน้าที่ติดต่อมาว่ากสิกรไทยจะเข้ามาช่วยเหลือส่วนหนึ่ง เพราะธนาคารเป็นห่วงเรื่องพนักงานมาก  คือผมฟังแล้วตื้นตันจริงๆ เพราะหาแบงก์ที่มองไปถึงคนระดับล่างยากมาก และทำให้ผมโล่งใจเพิ่มขึ้นและมั่นใจว่าจะรักษาคนของเราไว้ได้”

การรักษาพนักงานระดับล่างที่มีการเทรนมาอย่างต่อเนื่องเพื่องานบริการที่ดี จะส่งผลให้การกลับมารอบใหม่ของการท่องเที่ยวซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของระบบเศรษฐกิจของประเทศ เดินหน้าได้รวดเร็วขึ้น

การช่วยเหลือภายใต้โครงการนี้ ธนาคารกสิกรไทยจะติดต่อลูกค้าผู้ประกอบการเพื่อเชิญเข้าร่วมโครงการ โดยจะมีทั้งมาตรการช่วยเหลือทั้งนักธุรกิจและพนักงาน 

บัณฑูรยังทิ้งท้ายไว้ว่า

การที่จะก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้ ในระหว่างทางสังคมต้องช่วยเหลือกัน คนมีต้องช่วยเหลือคนไม่มี โดยเฉพาะคนที่อยู่ระดับล่างที่สุด เราต้องใช้กำลังปัญญากำลังทรัพย์ทุกอย่าง เพื่อช่วยดึงเขาขึ้นมาและก้าวไปด้วยกัน

“ผมยังจำพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งอยู่บนฟ้าที่เคยรับสั่งว่าการที่ประเทศไทยผ่านวิกฤตต่างๆ และยังยืนหยัดอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ เพราะเรายังมีการ “ให้” กันอยู่ คนที่มีต้องให้คนที่ไม่มี”

โครงการ “เถ้าแก่ใจดี เจ้าหนี้มีใจ” ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของการให้และธนาคารกสิกรไทยไม่สามารถทำให้โครงการนี้สำเร็จลงได้เลยถ้าปราศจาก “เถ้าแก่ใจดี” ที่ต้องการร่วมทุกข์ ร่วมสุข กับพนักงานทุกคน แบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังจริงๆ เพื่อช่วยให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ภาวะปกติ และแข็งแกร่งได้โดยเร็ว 

และเป็นความคิดนอกกรอบของธนาคารกสิกรไทย ที่มักจะมีโครงการใหม่ๆ ที่แตกต่างเพื่อช่วยเหลือลูกค้าอยู่เสมอ 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer