SME Think Tank โดย ดร. เกษม พิพัฒน์เสรีธรรม

         ปีหนูที่เดิมคาดกันว่าน่าจะเป็นปีหนูทอง แต่ด้วยพิษสงของหนูผี (ค้างคาว) ทำให้ปีหนูกลายเป็นปีหนูผีเพราะเจ้าไวรัส COVID-19 ก็ขอให้เจ้าหนูตัวนี้เกเรเฉพาะไตรมาสแรกของปีนี้ และขอให้เจ้าหนูทองกลับมา

ไม่ใช่เพียงโรคระบาด COVID-19 เฉพาะเดือนแรกของปีนี้ มาดูกันว่าโลกเราเจอภัยพิบัติอะไรกันบ้าง

อิหร่าน หลังจากมหาอำนาจเกเรอย่างทรัมป์สั่งเก็บนายพลมือพระกาฬของอิหร่าน รัฐบาลอิหร่านก็แสดงอาการโกรธแค้นต้องการเอาคืน แล้วก็พลาดไปยิงขีปนาวุธใส่เครื่องบินของสายการบินยูเครนตก คนตายทั้งลำ 176 คน ยังดีว่าทั้งสหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้คิดว่าถ้าทำสงครามจะเจ็บตัวทั้งสองฝ่าย จึงได้แต่เพียงฮึ่มๆ กันไม่มีสงคราม

ฟิลิปปินส์ ภูเขาไฟระเบิดรุนแรง ประชากรกว่า 450,000 คนที่อาศัยอยู่รอบๆ ภูเขาไฟต้องอพยพหนีตายกันจ้าละหวั่น

อินโดนีเซีย น้ำท่วมใหญ่ มีผู้เสียชีวิต 60 คน อพยพกว่า 1.7 แสนคน

ออสเตรเลีย ไฟป่าครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปี ยอดผู้เสียชีวิต 28 คน สัตว์ป่าตายกว่า 480 ล้านตัว บ้านเรือนเสียหายกว่า 3,000 หลัง

ทวีปแอฟริกา กองทัพตั๊กแตนทะเลทรายถล่มแอฟริกาตะวันออกรุนแรงที่สุดในรอบ 25 ปี ส่งผลกระทบต่อประชากร 20 ล้านคนเสี่ยงปัญหาอดอยาก

จีน เกิดโรคระบาด COVID-19 ระบาดจนกระจายไปกว่า 80 ประเทศใน 5 ทวีปทั้งเอเชีย ออสเตรเลีย ยุโรป แอฟริกา อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ ขณะที่เขียนบทความนี้ (6 มี.ค. 2563) โรคนี้ยังระบาดรุนแรงและมีผู้ติดเชื้อมากขึ้น แม้ว่าทุกประเทศจะทำการป้องกันและต่อสู้กับเจ้าไวรัสร้ายนี้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะประเทศจีนที่ทุ่มทรัพยากรทุกอย่างเพื่อการนี้อย่างน่านับถือ

เหตุการณ์ทั้งหมดที่ผมว่าไปนี้เข้าไปซ้ำเติมเศรษฐกิจโลกที่ออกอาการไม่ค่อยดีตั้งแต่ปีที่แล้วเพราะสงครามการค้าที่สหรัฐอเมริกาทำกับจีน

COVID-19 ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การบิน โรงแรม การผลิต การบริโภคถูกกระทบกระเทือนอย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อต้นเหตุของโรคระบาดนี้เกิดที่จีน โรงงานผลิตใหญ่ของโลก ทำให้การผลิตหยุดชะงัก และห่วงโซ่การผลิตมีปัญหา หลายประเทศที่ขายสินค้าให้จีนไปผลิตต่อและประเทศที่ซื้อสินค้าจากจีนเกิดปัญหาต่อเนื่องกันไปทั่ว รวมทั้งการขนส่งทางเรือ ทางอากาศ และทางบก

อุตสาหกรรมการค้าและบริการ ร้านอาหาร การจัดงานสัมมนา ประชุมต่างๆ ห้างสรรพสินค้า ค้าปลีก ร้านค้าปลอดภาษี ถูกกระทบอย่างหนัก

หากเราชาวโลกสามารถหยุดยั้ง COVID-19 ได้ภายในเดือนเมษายน ก็พอจะมีความหวังว่าเศรษฐกิจน่าจะพอดีขึ้นในไตรมาส 4 ปีนี้ แต่ถ้าการระบาดยาวไปถึงเดือน พ.ค. หรือ มิ.ย. ก็คงยากที่เศรษฐกิจปีนี้จะพอผ่านไปได้ เหนื่อยหนักครับ

ปัจจัยภายนอกว่าหนักแล้ว ปัจจัยภายในประเทศเราเองก็หนักพอๆ กัน ไม่ว่าปัญหาภัยแล้ง (ที่ทุกรัฐบาลแก้ไม่สำเร็จเสียที) จะส่งผลให้การเกษตรเกิดปัญหา ผลผลิตไม่ดี ปากท้องของพี่น้องเกษตรกรก็จะแย่ไปด้วย

การจัดตั้งรัฐบาล (หลายพรรคการเมือง) ล่าช้า ซ้ำเติมด้วยนักการเมืองไทยทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านก็ร่วมมือกันสร้างพฤติกรรมน่ารังเกียจ กดบัตรออกเสียงแทนกัน จนทำให้งบประมาณผ่านสภาฯ ช้าไปกว่า 5 เดือน เพราะฉะนั้นกระแสเงินที่จะอัดฉีดเข้าระบบเศรษฐกิจจากโครงการต่างๆ ของภาครัฐก็พลอยล่าช้าไปด้วย

รัฐบาลแก้ขัดไปด้วยแคมเปญอัดเงินเข้าระบบกระตุ้นเศรษฐกิจแบบชั่วคราว เช่น รายการ ชิม ช้อป ใช้

ไม่ต้องพูดถึงการส่งออกที่เป็นเครื่องจักรหลักในการทำเงินเข้าประเทศมีปัญหามาต่อเนื่องตั้งแต่สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา และเงินบาทที่แข็งค่ายาวนานต่อเนื่องทำให้ส่งออกได้น้อย พูดแล้วก็เซ็ง พอบาทอ่อนค่าก็มาในจังหวะที่ COVID-19 ระบาดหนัก ก็เลยไม่ช่วยการส่งออกเท่าไร

ผมคงพูดให้ท่านเห็นปัจจัยลบทั้งในและนอกประเทศประมาณนี้ และขอให้ท่านผู้ประกอบการทำใจครับ ว่าเศรษฐกิจปีนี้ไม่ดีแน่ ทำใจเสร็จแล้วก็ตั้งหลักให้ดี วางแผนว่าจะผ่านปีนี้ไปอย่างไรให้รอด

ผมเขียนเรื่องการรับมือเศรษฐกิจฝืดไปสองสามตอน คงใช้ได้ครับในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แต่อยากจะเพิ่มเติมเพื่อรับมือ COVID-19 เพิ่มเติมดังนี้

  1. ต้องรับความจริงว่าเศรษฐกิจปีนี้ไม่ดีแน่นอน ไม่ต้องมองบวก หวังว่าจะสดใส เอาแค่พอรอดไปได้

ก็นับว่ารับได้แล้วครับ

  1. ตั้งเป้าว่าปีนี้จะทำผลประกอบการได้เท่าไร ให้คิดในมุมมองที่ร้ายสุดๆ แล้วดูว่ากิจการจะทำกำไร

หรือขาดทุนเท่าไร ยอดขายเท่าไร ค่าใช้จ่ายเท่าไร แล้วเอาเป้าหมายทางการเงินเป็นตัวตั้ง แล้วจึงไปวางแผน

กลยุทธ์ธุรกิจ หรือจำเป็นต้องปรับรูปแบบการทำธุรกิจ

  1. หัวใจของการทำธุรกิจคือกระแสเงินสด (Cash Flow) และเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital)

เพราะฉะนั้นต้องพิจารณาว่าในสถานการณ์ที่ลบสุดๆ กิจการของท่านต้องมี Cash Flow เท่าไร ในแต่ละเดือนจึงจะประคับประคองไปได้ถึงสิ้นปี การทำให้กระแสเงินสดเป็นบวกมีหลักการง่ายๆ (แต่ทำไม่ง่าย) คือยืดหรือลดกระแสเงินสดออก แล้วเร่งหรือเพิ่มกระแสเงินสดเข้า ผมคงพูดคร่าวๆ เพราะท่านคงได้อ่านแล้วในบทความเดือนที่แล้ว

การยืดหรือลดกระแสเงินสดออก ทำได้ เช่น ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เปลี่ยนต้นทุนคงที่ให้เป็นต้นทุนผันแปร เปลี่ยนจากการซื้อทรัพย์สินเป็นเช่าทรัพย์สิน ขอผ่อนหรือยืดการชำระหนี้จากเจ้าหนี้และผู้ขายปัจจัยการผลิต หากยังไม่เคยทำงบประมาณ ต้องเริ่มจัดทำงบประมาณค่าใช้จ่าย เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย เป็นต้น

การเร่งหรือเพิ่มกระแสเงินสดเข้า ทำได้ เช่น ขายลดราคาสินค้าคงคลังที่ขายไม่ดีหรือขายไม่ค่อยได้

เร่งเก็บเงินจากลูกหนี้การค้า พิจารณาให้ส่วนลดในการชำระหนี้เร็วขึ้น พิจารณาจัดชั้นลูกหนี้เพื่อ

จัดการบริหารให้ถูกกับสถานการณ์ ทำการส่งเสริมการขายตามสถานการณ์และจังหวะที่เหมาะสม

  1. ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อความอยู่รอดและเตรียมการเพื่อการฟื้นฟูและเดินหน้าธุรกิจ

ต่อไป ควรพิจารณาปรับการทำงานที่สามารถทำด้วยเทคโนโลยีแทนแรงงานคน หรือพิจารณาลดขั้นตอนการทำงาน

  1. ต้องรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและผู้ขายปัจจัยการผลิตหลักของกิจการ ท่านต้องรักษาทั้งลูกค้า

และผู้ขายปัจจัยการผลิตที่ดี ทำความเข้าใจแบบร่วมทุกข์ร่วมสุข ผ่อนสั้นผ่อนยาว ประคับประคองกันไป เพราะเมื่อเศรษฐกิจกลับมาสู่สภาพปกติ ท่านก็พร้อมที่จะฟื้นฟูและเดินหน้าต่อไปได้

มองในแง่ดี วิกฤติคราวนี้โดนกันทุกคน เพราะฉะนั้นไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ แต่หากท่านรู้จักตนเองและกิจการของท่านอย่างแท้จริง ไม่ฝืน ไม่กล้าอย่างไร้เหตุผล วางแผนการดำเนินธุรกิจให้ดีน่าจะผ่านไปได้ หรืออาจจะเป็นโอกาสปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ

COVID-19 สร้างความต้องการอย่างมหาศาล ในเรื่องสุขอนามัย การป้องกันโรค การแพทย์ การสื่อสาร บริการส่งสินค้า อาหาร ถึงที่พักอาศัย อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับสุขอนามัย การประกันสุขภาพ รูปแบบที่พักอาศัยแบบใหม่ที่เน้นอุปกรณ์ เทคโนโลยีด้านสุขอนามัย การประกันสุขภาพ การประกันเดินทาง และอื่นๆ อีกมากมาย

ผมอยากจะสรุปแบบนี้ครับ

ทำใจรับสถานการณ์ให้ได้ วิเคราะห์พิจารณาผลประกอบการในสภาพเศรษฐกิจที่เลวร้ายสุดๆ แล้วกำหนดกลยุทธ์การทำธุรกิจให้รอดพ้นวิกฤตินี้ แล้วพิจารณาโอกาสใหม่ๆ ตลาดใหม่ๆ ธุรกิจใหม่ๆที่ท่านสามารถทำได้ แล้วเตรียมตัวให้พร้อม

วิกฤติมาพร้อมกับโอกาสเสมอ สำหรับคนที่ไม่ยอมแพ้และรู้จักหาโอกาส โชคดีครับ



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer