สงครามราคาในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มกำลังสิ้นสุดลง และการก้าวเข้าสู่ยุคที่ “จุดต่าง” คือทางรอดเดียวของธุรกิจ ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หมุนเร็วอย่างก้าวกระโดด
ผู้ประกอบการไทยจำนวนมากกำลังเผชิญกับคำถามสำคัญว่า จะปรับตัวอย่างไรไม่ให้ล้มหายตายจากไปจากตลาดที่มีการแข่งขันสูงอย่างในปัจจุบัน
เพื่อค้นหาคำตอบนี้ Marketeer ได้พูดคุยกับ คุณวราภรณ์ ธรรมจรีย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์เอ็กซ์ ไบเทค (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำทัพการจัดงาน “GFT 2026” งานแสดงเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตเครื่องนุ่งห่มและสิ่งทอที่ครบครันที่สุดในอาเซียน ซึ่งจะกลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งที่ 26 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา 1-4 กรกฎาคมนี้ ถึงมุมมองสถานการณ์ตลาด พร้อมชี้ช่องทางสร้างแต้มต่อด้วยนวัตกรรมและการออกแบบธุรกิจใหม่เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

ตลาดเปลี่ยน กติกาเปลี่ยน “ราคา” ไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป
ในฐานะผู้จัดงานระดับภูมิภาคที่คลุกคลีกับซัพพลายเชนสิ่งทอมาอย่างยาวนาน คุณวราภรณ์ฉายภาพให้เห็นว่า การทำธุรกิจในอดีตที่เน้นการผลิตจำนวนมาก (Mass Production) เพื่อกดต้นทุนให้ต่ำลงและแข่งขันด้วยกลยุทธ์ราคา ไม่สามารถใช้เป็นสูตรสำเร็จในยุคนี้ได้อีกต่อไป
“ไม่ว่าสถานการณ์โลกหรือการแข่งขันในตลาดจะท้าทายเพียงใด สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ประกอบการจะต้องค้นหาจุดแข็งและจุดต่างของตนเองให้เจอ ยิ่งไปกว่านั้น การแข่งขันด้านราคาไม่ใช่คำตอบที่ยั่งยืนอีกต่อไป ทุกฝ่ายจึงต้องไม่หยุดนิ่งและพร้อมเปิดรับนวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่เสมอ”
พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองหาเพียงแค่สินค้าที่มีราคาถูกที่สุด แต่หันมาให้ความสำคัญกับคุณค่าที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน ตลอดจนกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น หากธุรกิจไทยยังเลือกที่จะสู้ในศึกสงครามราคา ก็มีแต่จะเหนื่อยล้าและสูญเสียความสามารถในการทำกำไรไปในที่สุด
ถอดรหัส ‘Discover • Design • Differentiate’ เข็มทิศนำทางธุรกิจทุกขนาด
เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็นเข็มทิศในการก้าวข้ามผ่านความท้าทายนี้ งาน GFT 2026 ในปีนี้ จึงถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดหลักอย่าง ‘Discover ● Design ● Differentiate ค้นพบ ● ออกแบบ ● แตกต่าง’
เมื่อถามถึงเบื้องหลังของแนวคิดนี้ คุณวราภรณ์อธิบายว่าแนวคิดทั้ง 3 คำนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ชื่องาน แต่คือกระบวนการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Process) ที่ธุรกิจทุกขนาดจำเป็นต้องนำไปปรับใช้
Discover (ค้นพบ): การพาตัวเองออกไปนอกกรอบเดิม ๆ เพื่อค้นพบนวัตกรรมใหม่ โซลูชันการผลิตที่ทันสมัย และซัพพลายเออร์รายใหม่ ๆ ที่มีประสิทธิภาพ
Design (ออกแบบ): การนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ค้นพบมาใช้ออกแบบโครงสร้างธุรกิจใหม่ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความโดดเด่นโดนใจผู้บริโภค
Differentiate (แตกต่าง): ผลลัพธ์จากการออกแบบที่จะสร้างความแตกต่างเหนือคู่แข่งอย่างมีชั้นเชิง เพื่อให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในตลาดยุคปัจจุบัน
“เราต้องการสะท้อนความต้องการของผู้ประกอบการในทุกระดับ ตั้งแต่กลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง ไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ต้องการยกระดับประสิทธิภาพสายการผลิต” คุณวราภรณ์กล่าวเสริม

จากแฟชั่น สู่ “สิ่งทออัจฉริยะ” ที่เชื่อมโยงทุกอุตสาหกรรม
อีกหนึ่งความเข้าใจผิดในอดีตคือความคิดที่ว่า สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มจำกัดอยู่แค่เพียงวงการแฟชั่นเสื้อผ้าเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงจากข้อมูลเชิงสถิติจากปีที่ผ่านมาสะท้อนภาพเชิงลึกที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
คุณวราภรณ์เปิดเผยสถิติที่น่าสนใจจากงาน GFT ในปี 2025 ที่ผ่านมาว่า มีผู้เข้าชมงานรวมทั้งสิ้นถึง 12,715 ราย ที่สำคัญคือเป็นกลุ่มผู้บริหารระดับสูงและเจ้าของโรงงานมากถึง 54% ซึ่งตัวเลขนี้ยืนยันว่าเวทีนี้คือพื้นที่เจรจาธุรกิจที่มีการตัดสินใจระดับนโยบายอย่างแท้จริง
สะท้อนว่าธุรกิจสิ่งทอได้เข้าไปสอดแทรกอยู่ในทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรม โดย 46% มาจากอุตสาหกรรมผลิตและตัดเย็บเสื้อผ้าโดยตรง ส่วนที่เหลือกระจายไปยังกลุ่มโรงงานพิมพ์และฟินิชชิ่ง, โรงงานปัก, ตลอดจนผู้จัดจำหน่ายฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ นอกจากนี้ ยังมีผู้ชมงานข้ามอุตสาหกรรม เช่น เฟอร์นิเจอร์, ของขวัญ, สิ่งทอเพื่อการตกแต่งภายในและบรรจุภัณฑ์, อุตสาหกรรมยานยนต์ และการก่อสร้าง
“อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มและสิ่งทอไม่ได้จำกัดอยู่แต่เพียงเครื่องแต่งกายอีกต่อไป แต่มีความเชื่อมโยงกับทุกอุตสาหกรรมที่ใช้สิ่งทอ ทั้งกลุ่มผ้าทอ (Woven) และผ้าไม่ถักไม่ทอ (Non-woven Textile)”
เทรนด์นี้สอดคล้องกับพฤติกรรมความต้องการซื้อในตลาด โดยประเภทนวัตกรรมที่ได้รับความสนใจสูงสุดในงานคือ บริการรับผลิต (OEM) ตามมาด้วยนวัตกรรมประเภท Functional Textile (สิ่งทอคุณสมบัติพิเศษ เช่น ผ้าทนไฟ หรือผ้ายับยั้งเชื้อแบคทีเรีย) และ Non-woven Textile ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ การแพทย์ และการก่อสร้างยุคใหม่

เจาะลึก 7 เทคโนโลยีกับการใช้โซลูชันเป็น Game Changer
สำหรับการกลับมาของ GFT 2026 ในวันที่ 1-4 กรกฎาคมนี้ ณ ฮอลล์ 100 ไบเทค บางนา คุณวราภรณ์ระบุว่ามีการรวบรวมผู้แสดงสินค้ากว่า 250 แบรนด์จากหลายประเทศ (61%) และต่างประเทศ (39%) เช่น ฮ่องกง เวียดนาม สหรัฐอเมริกา และไต้หวัน พร้อมพาวิลเลียนพิเศษจากจีนและไต้หวัน
โดยแบ่งกลุ่มผู้แสดงงานออกเป็น 7 กลุ่มหลัก เพื่อครอบคลุมทั้ง Ecosystem ได้แก่ เครื่องจักรผลิตเครื่องนุ่งห่ม, งานปัก, เทคโนโลยีการพิมพ์, เทคโนโลยีการเย็บ, โซน OEM/ODM ภายใต้ชื่อ “MyStyle Zone”, ผ้าคุณสมบัติพิเศษ และอุปกรณ์เสริม/ซอฟต์แวร์
คีย์หลักที่แบรนด์ต่าง ๆ นำเสนอในปีนี้ มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด (Pain Points) ของผู้ประกอบการใน 3 มิติหลัก คือ
- เพิ่มประสิทธิภาพ ลดขั้นตอน Manual ด้วยระบบอัตโนมัติ (Automation)
Smart Cut GLS Automatic Multi-ply Cutting Systems: เครื่องตัดผ้าอัตโนมัติประสิทธิภาพสูงที่เข้ามาแก้ปัญหาการตัดวัสดุนุ่มให้มีความแม่นยำ เหมาะสำหรับการผลิตงานจำนวนมากทั้งในฝั่งเฟอร์นิเจอร์ สิ่งทอยานยนต์ และงานกลางแจ้ง
เครื่องตัดผ้าอัตโนมัติอัจฉริยะ Richpeace: โซลูชันสำหรับ SMEs ที่เชื่อมต่อระบบ CAD/CAM และขั้นตอนการเย็บเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ ช่วยลดขั้นตอนการทำงานแบบดั้งเดิมและลดโอกาสเกิดความเสียหายจากการผลิต
- ยกระดับ Speed-to-Market และงานพิมพ์คุณภาพสูง
เครื่องพิมพ์ผ้า GZ Model Apsaras G4D G4P/G5P: นวัตกรรมพิมพ์ตรงลงเนื้อผ้าโดยปราศจากกระบวนการใช้กระดาษ รองรับทั้งคอตตอนและโพลีเอสเตอร์ ให้สีสันที่คมชัดสดใหม่
เครื่องพิมพ์ผ้า DGI Model HERCULES: นำเข้าจากเกาหลี หน้ากว้าง 1.90 เมตร มาพร้อมระบบหัวพิมพ์ความเร็วสูงถึง 97 ตารางเมตรต่อชั่วโมง ตอบรับความต้องการของธุรกิจ Fast Fashion และกลุ่มเสื้อผ้ากีฬา
- ตอบโจทย์แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และความยั่งยืน
นวัตกรรมเส้นใยลดกลิ่น CICLO: เทคโนโลยีสีเขียวที่ช่วยพัฒนาเส้นใยเพื่อลดกลิ่นอับชื้นโดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีเคลือบผิว มุ่งเป้าในการช่วยลดขยะสิ่งทอและปัญหาไมโครพลาสติกปนเปื้อนในระบบนิเวศ
ระบบ iGarment JOS: เครื่องมือสำคัญสำหรับการบริหารจัดการออเดอร์และสายการผลิตบนระบบคลาวด์สำหรับโรงงานเสื้อผ้ารายแรกของโลก ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการบริหารงานผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล
นอกจากนี้ ยังมีโซนสร้างสรรค์แรงบันดาลใจ อาทิ โซน Functional Textile, โซน My Style และโซน Thailand Textiles Tag ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์สิ่งทอไทยมาตรฐานสากล รวมถึงเวิร์กชอปร่วมกับ Bunka Fashion School ในการนำเศษวัสดุเหลือใช้มาดีไซน์เป็นถุงหอมตามแนวคิด Circular Economy

เวทีติดอาวุธทางปัญญา
นอกจากเทคโนโลยีเครื่องจักรแล้ว อีกหนึ่งไฮไล?สำคัญของงานคือ “การส่งต่อองค์ความรู้” ผ่านเวทีระดับสากลอย่าง “GFT Inspire” ซึ่งเป็นพื้นที่รวมตัวของกูรูแถวหน้าทั้งในและต่างประเทศที่จะมาร่วมชี้ช่องทางทำกินในมิติใหม่ ๆ อาทิ
วิเคราะห์กติกาใหม่สิ่งทอโลก: บนเวทีหัวข้อ Sustainability Shift: กติกาใหม่กำหนดอนาคตสิ่งทอไทย โดย ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
ถอดรหัส OEM สู่การสร้างแบรนด์ร้อยล้าน: สัมมนาหัวข้อ Turning Point: เส้นทาง OEM ต่อยอดสู่การสร้างแบรนด์ และเวที เมื่อสินค้าไม่ใช่ความต่าง แต่แบรนด์คือคำตอบ ที่ชี้ชัดว่าการสร้างแบรนด์คือคำตอบสุดท้ายของการสร้างคุณค่า
การตลาดยุคดิจิทัลและการเชื่อมต่อเทคโนโลยี: ในหัวข้อ Marketing Technology: จากเครื่องมือสู่กลยุทธ์การตลาดที่วัดผลได้ และการแชร์มุมมองเรื่อง Design x OEM: จากดีไซน์สู่การผลิตจริง
นวัตกรรมระดับโลกและการก้าวสู่ตลาดอินเตอร์: การบรรยายพิเศษส่งตรงจากต่างประเทศอย่างหัวข้อ Minutes, not Months: Redefining Speed-to-Market through End-to-End Automation โดยซีอีโอ Clothing Tech สหรัฐอเมริกา และหัวข้อเรื่องนวัตกรรมและความยั่งยืนจากประธานสหพันธ์สิ่งทอไต้หวัน (Taiwan Textile Federation) โดยภายในงานเตรียมระบบแปลภาษาด้วย AI อัจฉริยะเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ฟังทุกคน
นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่เวิร์กชอปที่ชวนผู้ประกอบการมาลงมือปฏิบัติจริง (Hands-on) ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมร่วมระดมสมองคิดและนำเสนอแนวคิดผลิตภัณฑ์จากคุณภาริดี โฆษิตจิรนันท์, การทดลองพิมพ์ลายเย็บหมอนอิงด้วยเครื่องพิมพ์รุ่นล่าสุด และการเรียนรู้วิธีสร้างแฟชั่นคอลเลกชันผ่านการสร้าง Mini Fashion Mood board กับผู้ร่วมก่อตั้ง The CAS design space เพื่อค้นหาอัตลักษณ์ของแบรนด์ตนเอง
งาน GFT 2026 คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 15,000 รายจากทั่วอาเซียน และเป้าหมายสำคัญคือ “การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและความคิด” ของผู้ประกอบการไทยที่จะนำเอาเทคโนโลยี ดีไซน์ และนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมเหล่านี้กลับไปพัฒนาและสร้างจุดต่างให้ธุรกิจของตนเอง

งาน GFT 2026 มีกำหนดการจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-4 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00-18.00 น. ณ ฮอลล์ 100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
สำหรับผู้ประกอบการ ดีไซเนอร์ และนักอุตสาหกรรมที่มองหาทางรอดและโอกาสเติบโต สามารถลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้
