เครือสหพัฒน์ ผ่านการดำเนินงานของบริษัท อี-คอมเมิร์ซ ดิจิทัล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (EDTH) เดินหน้ากลยุทธ์ยกระดับองค์กรสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ หลังจากในงานสหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30 

คุณบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์, ดร. ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น, คุณชัชพล องนิธิวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจ Media Convergence บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด, คุณคิมิมาซา คูโด Vice President, Head of Global Business Division ซอฟต์แบงก์ คอร์ป

ได้ร่วมกันประกาศลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ก่อตั้งเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ‘AI Innovation Alliance’ ร่วมกันระหว่างเครือสหพัฒน์กับ 3 บิ๊กคอร์ปอเรตระดับสากล ได้แก่ ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น, ซอฟต์แบงก์ คอร์ป (SoftBank Corp.) ประเทศญี่ปุ่น, เอ้ก ดิจิทัล (EGG Digital) และ ซอฟต์แบงก์ คอร์ป (SoftBank Corp.)

EDTH เป็นบริษัทย่อยภายใต้เครือสหพัฒน์ ที่จัดตั้งขึ้นด้วยวัตถุประสงค์หลักในการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงบริษัทในเครือให้เป็นหนึ่งเดียว โดยจะคว้าศักยภาพทางเทคโนโลยี AI และ Data Analytics มาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการตลาดดิจิทัลให้กับบริษัทในเครือสหพัฒน์ทั้งหมด

การตัดสินใจร่วมมือกันในครั้งนี้ มาจากการที่เครือสหพัฒน์มองเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงของพฤติกรรมผู้บริโภคและเทคโนโลยี 

ทำให้ธุรกิจต้องปรับตัวอย่างหนักจากการพัฒนาสินค้าใหม่ที่เคยพึ่งพาเพียงอินเฮาส์ภายในองค์กร มาเป็นการใช้อินไซต์จากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งการเข้าถึงข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคกว่า 30 ล้านคนจากกลุ่มทรู ภายใต้การดำเนินงานที่สอดคล้องกับ พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) จะช่วยให้แบรนด์เข้าใจความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้อย่างเจาะลึกมากยิ่งขึ้น

ด้านพันธมิตรทั้ง 3 องค์กร ซึ่งจะดำเนินงานผ่านการบูรณาการเป็น Ecosystem ระดับสากล มุ่งมั่นที่จะนำศักยภาพของตนเข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจ

ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จะดูแลโครงสร้างพื้นฐานครอบคลุมตั้งแต่ Cloud, Cyber Security ไปจนถึง AI Layer 

เอ้ก ดิจิทัล จะนำความเชี่ยวชาญด้าน Data Analytics, Media Convergence และโซลูชัน MarTech เข้ามาช่วยเจาะตลาดและสื่อสารกับผู้บริโภค 

ซอฟต์แบงก์ คอร์ป จะนำองค์ความรู้ด้าน AI และอีคอมเมิร์ซจากญี่ปุ่นมาพัฒนาระบบเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อถอดรหัสพฤติกรรมและความต้องการของมนุษย์ในอนาคต

AI Innovation Alliance จะชูจุดแข็งด้วยการก้าวข้ามกรอบการพัฒนาระบบไอทีแบบเดิม สู่รูปแบบการทำงานโมเดล ‘แบ่งปันผลกำไร’ ที่พันธมิตรจะลงทุนและแชร์ความสำเร็จร่วมกัน 

โมเดลนี้ประสบความสำเร็จเบื้องต้นมาแล้วในโครงการระดับ Proof of Concept ไม่ว่าจะเป็นการนำระบบ IoT มาช่วยลดค่าไฟในโรงงานวาโก้ได้เกือบ 30% รวมถึงการนำ Social Listening มาวางแผนการตลาดให้แบรนด์เครื่องสำอางสัญชาติไทย ‘MTI’ (เอ็มทีไอ) ซึ่งช่วยลดวงจรชีวิตการออกสินค้าจาก 8-12 เดือน เหลือเพียง 3-6 เดือน

สำหรับแผนงานด้านการพัฒนาระบบ ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์นี้จะไม่ทับซ้อนหรือทำหน้าที่ซ้ำซ้อนกับการจับมือกับพันธมิตรอย่าง ‘อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส’ (AWS – Amazon Web Services) ที่เข้ามาร่วมปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีในเครือสหพัฒน์ก่อนหน้านี้ 

เนื่องจากทั้งสองความร่วมมือมีเป้าหมายที่แตกต่างกันชัดเจน โดย AWS เน้นการลดเวลาทำงานของโปรแกรมเมอร์ แต่กลุ่มพันธมิตรใหม่นี้ เน้นการต่อยอดทางธุรกิจ สินค้า และช่องทางการจัดจำหน่ายโดยตรง

อีกทั้งหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะรองรับความร่วมมือนี้ คือการเชื่อมโยงเทคโนโลยีระดับโลกของกลุ่มพันธมิตร เข้ากับความแข็งแกร่งด้านการผลิตและจุดจัดจำหน่ายสินค้านับ 100,000 แห่งของเครือสหพัฒน์

การผสาน AI เข้ามาในธุรกิจเครือสหพัฒน์ ผ่านพันธมิตรระดับโลก จึงถือเป็นการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่เพิ่มความคึกคักให้กับเศรษฐกิจดิจิทัล โดยใช้ประเทศไทยเป็นเสมือนสนามทดสอบนวัตกรรมอย่างหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้เครือสหพัฒน์สามารถยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม และขยายการเติบโตออกสู่ระดับตลาดเอเชียได้ง่ายยิ่งขึ้นหลังจากนี้