อยากสร้างแบรนด์ แต่งบจำกัด ! บทความนี้จะเผยทางออกของอุปสรรคที่นักการตลาดหลายคนเจอ

เม้าท์กระจายสไตล์ธีรพันธ์ โดย ดร. ธีรพันธ์ โล่ห์ทองคำ

เจ้าของธุรกิจทั้งหลายย่อมต้องการใช้เงินน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในการพัฒนาแบรนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพ ข้อจำกัดทางด้านการเงินดังกล่าวส่งผลให้การวางแผนงบประมาณกลายเป็นเรื่องที่ท้าทาย  ถ้าคุณกำลังจัดทำแคมเปญการสร้างแบรนด์โดยมีงบประมาณอันจำกัด ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับที่จะช่วยผลักดันธุรกิจบนเส้นทางของการประหยัดงบประมาณได้

  1. การมีปฏิภาณไหวพริบและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

การมีไหวพริบดีเป็นความสามารถในการค้นหาวิธีการที่จะทำให้เป้าหมายบรรลุผลสำเร็จแม้จะมีหนทางเพียงเล็กน้อย  การเอาชนะอุปสรรคต้องค้นหาวิธีการที่ฉลาดและจะต้องมีระเบียบวินัยด้วย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตัวเองว่า คุณสามารถประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้

คุณต้องค้นหาวิธีการที่ชี้ให้เห็นและเอาชนะอุปสรรคและความท้าทายภายในองค์กรของคุณ ใช้ทักษะความรอบรู้ของคุณในการสร้างสรรค์วิธีการแก้ปัญหาแบบใหม่ในการบริหารจัดการ การเพิ่มจำนวนผู้ติดตาม และการเพิ่มยอดขายเพื่อขับเคลื่อนองค์กรของคุณให้ก้าวไปข้างหน้า โดยการตอบคำถามต่อไปนี้

  • คุณใช้ไหวพริบในการบริหารจัดการหรือไม่
  • คุณใช้ความเฉลียวฉลาดภายในและนอกองค์กรเพื่อหาวิธีการแก้ปัญหาเมื่อมีข้อบกพร่องเกิดขึ้นหรือไม่
  • คุณมองอุปสรรคหรือความล้มเหลวแล้วคิดว่าเป็นเพียงแค่ความท้าทายชั่วขณะเท่านั้นหรือไม่
  • คุณใช้ไหวพริบในการจัดการอุปสรรคปัญหาเหล่านี้หรือไม่
  1. การเข้าใจตัวคุณเอง

แนวคิดพื้นฐานของการสร้างแบรนด์ คือการมีความเข้าใจตัวเองอย่างถูกต้องเหมาะสมและมุ่งเน้น

ความเข้าใจที่เป็นหนึ่งเดียวกับการพัฒนาแบรนด์ คุณคือส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ของคุณ ยิ่งคุณเข้าใจคุณค่า เป้าหมาย และวิสัยทัศน์ของคุณมากเท่าไร แบรนด์ของคุณก็ยิ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น  แบรนด์ของคุณเป็นกระบอกเสียงที่ดีของคุณ ดังนั้น พยายามค้นหาสิ่งที่ผลักดันคุณและสร้างแรงบันดาลใจให้กับคุณ อันจะนำมาซึ่งแนวคิดที่เป็นเอกลักษณ์และนำเสนออย่างมีคุณค่าสู่ตลาดโลก คุณควรคิดหาขั้นตอนในการทำแบรนด์ของคุณให้โดดเด่นกว่าแบรนด์อื่นๆ ในสายธุรกิจเดียวกันอย่างจริงจัง เพราะคุณต้องแข่งขันกับคู่แข่งจำนวนมากในตลาด

  1. การรู้ว่าลูกค้าเป้าหมายของคุณเป็นใคร

มีธุรกิจจำนวนมากซึ่งทุ่มเทความสนใจไปที่การต้องมีความรู้ความเข้าใจว่า ตัวพวกเขาเองเป็นใครและต้องการขายสินค้าหรือบริการประเภทไหน โดยที่ละเลยการให้ความสนใจว่าพวกเขากำลังขายสินค้าหรือบริการเหล่านั้นให้กับใคร แบรนด์ของพวกเขาจึงต้องประสบความล้มเหลวในที่สุด ดังนั้น คุณจึงควรใช้เวลาในการหาลูกค้าในอุดมคติของคุณว่า พวกเขาเป็นใคร อายุเท่าไร มีรายได้เท่าไร การศึกษาระดับไหน พวกเขามองหาอะไรในบริษัทที่พวกเขาติดต่อธุรกิจด้วย อะไรมีความสำคัญสำหรับพวกเขา พวกเขาใช้สินค้าหรือบริการของคุณเมื่อไร และทำไมพวกเขาถึงใช้สินค้าหรือบริการของคุณ

เมื่อคุณรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายทางการตลาดของคุณเป็นใคร คุณก็สามารถใช้เป็นแนวทางในการวางกลยุทธ์การสร้างแบรนด์และผลสุดท้ายแบรนด์ของคุณก็จะเป็นแบรนด์ที่เชื่อมโยงกับลูกค้าที่คุณต้องการมากที่สุดอย่างแท้จริง

  1. ธุรกิจของคุณต้องการการสร้างแบรนด์ที่ดี

แบรนด์ของคุณควรมีเอกลักษณ์ มีความโดดเด่นและเรียบง่าย รวมถึงการเลือกชื่อ โลโก้ หรือคำขวัญที่เป็นเอกลักษณ์ การทำการตลาดแบรนด์ของคุณไม่ได้หมายความว่า คุณต้องลงทุนด้วยเงินจำนวนมหาศาล

การสร้างแบรนด์ที่ดี หมายถึงการนำส่งสินค้าหรือบริการที่สมบูรณ์แบบแก่ลูกค้าของคุณซึ่งจะทำให้พวกเขาให้ความสนใจและสนับสนุนธุรกิจของคุณ

สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากในการสร้างแบรนด์ก็คือ โลโก้  โลโก้นั้นเป็นหน้าตาของสินค้า บอกว่าสินค้าของคุณเป็นอะไร  ดังนั้น การนำเสนอภาพธุรกิจของคุณด้วยโลโก้จึงควรมีเอกลักษณ์และสามารถถ่ายทอดเรื่องราวสินค้าของคุณ  คุณสามารถสร้างสรรค์โลโก้ได้ด้วยตัวเองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายจากการจ้างผู้เชี่ยวชาญ แต่ก็ต้องใช้ความพิถีพิถันมากเป็นพิเศษ

  1. ถ้า อยากสร้างแบรนด์ แต่งบจำกัด การให้บริการลูกค้าต้องมีความพิเศษ

เป้าหมายของการให้บริการลูกค้าก็คือ เพื่อสร้างความพึงพอใจและสร้างประสบการณ์ร่วมกัน เมื่อคุณทำให้ประสบการณ์ของลูกค้าเป็นสิ่งที่พิเศษ ก็จะทำให้คุณไม่ต้องเสียแรงในการพูดถึงเรื่องนี้มากนัก คุณควรสอบถามพวกเขาเกี่ยวกับคำติชมหรือการโพสต์บนออนไลน์ของพวกเขา หากคุณทำให้พวกเขามีความสุข พวกเขาก็จะเป็นตัวแทนที่ดีที่สุดของแบรนด์คุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ถึงเวลาแล้วที่คุณต้องเลิกคิดว่า การสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริการลูกค้าเท่านั้น เพราะทุกๆ จุดสัมผัสที่ลูกค้าติดต่อกับองค์กรของคุณ ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน เว็บไซต์หรือเนื้อหาของคุณ ล้วนแต่หล่อหลอมเป็นประสบการณ์ทั้งหมดของลูกค้าและความประทับใจโดยรวมต่อองค์กรของคุณด้วย

ยิ่งลูกค้ามีประสบการณ์ที่ดีมากเท่าไร พวกเขาก็จะมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น และพวกเขาก็จะคอยบอกเพื่อนๆ ของพวกเขาเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ดีที่ได้รับจากแบรนด์ของคุณมากตามไปด้วย

การมีเป้าหมายที่ต้องการสร้างและสั่งสมปฏิสัมพันธ์ที่ดีผ่านวงจรชีวิตของลูกค้านั้นจะช่วยให้คุณเหนือกว่าคู่แข่งและยกระดับความสำคัญของแบรนด์คุณในใจของลูกค้าด้วย การสร้างประสบการณ์ต่อแบรนด์ที่มีเป้าหมายในการสร้างความพึงพอใจทั้งก่อนและหลังการขายนั้นสามารถสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ต่อผลกำไรขาดทุนขององค์กรและทำให้ได้เปรียบคู่แข่งเป็นอย่างมาก เพราะลูกค้าที่มีความสุขจะอยู่กับคุณยาวนานกว่าลูกค้าที่เป็นกลางหรือมีประสบการณ์ที่ไม่ดีต่อแบรนด์ของคุณนั่นเอง

  1. การใช้วิธีการทำการตลาดด้วยเนื้อหา

การทำการตลาดด้วยเนื้อหา คือ การสร้างสรรค์ภาพ วิดีโอ หรือสื่อรูปแบบอื่นๆ เพื่อนำเสนอเรื่องราว

และเนื้อหาที่เกี่ยวกับแบรนด์สู่ลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ แบรนด์ที่มีการทำการตลาดด้วยเนื้อหาที่แข็งแกร่งจะทำให้แบรนด์นั้นสามารถเข้าถึงลูกค้าที่มีศักยภาพโดยผ่านทางแพลตฟอร์มและสื่อที่มีความแตกต่างกันหลายๆ ประเภท  คุณสามารถสร้างสรรค์สื่อการตลาดที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถส่งเสริมชื่อเสียงของแบรนด์ได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์โดยการใช้เนื้อหาที่ไม่มีลิขสิทธิ์หรือคิดเนื้อหาขึ้นมาเองก็ได้ คุณต้องสร้างสรรค์เนื้อหาที่ดีเพื่อให้เว็บไซต์ของคุณได้รับการเข้าชมมากขึ้น เนื้อหาที่จะเป็นที่ชื่นชอบนั้นต้องดึงดูดความสนใจ น่าอ่านและดึงดูดลูกค้าที่ตรงตามลักษณะทางประชากรศาสตร์ของกลุ่มเป้าหมาย เช่น อายุ เพศ และระดับราคา เป็นต้น

  1. การใช้วิธีการทำการตลาดด้วยอีเมล

คนส่วนใหญ่มีอีเมล อีเมลจึงเป็นหนึ่งในวิธีการส่งข้อมูลที่ง่ายที่สุด คุณสามารถเริ่มต้นการส่งอีเมลเพื่อการติดต่อและทำให้ลูกค้าเป็นสมาชิกจดหมายข่าวของคุณด้วยค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ คุณยังสามารถส่งรายการส่งเสริมการขายสินค้าเพื่อดึงให้ลูกค้ากลับมาสู่เว็บไซต์ของคุณได้อีกด้วย การส่งอีเมลเดียวกันไปยังผู้รับจำนวนมากพร้อมกัน (Mailshot) เพื่อส่งโฆษณาหรือให้ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับสินค้าแก่ลูกค้านั้นสามารถช่วยคุณได้เป็นอย่างดี ถ้าคุณมีบล็อกก็ส่งรายละเอียดล่าสุดเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของคุณเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของลูกค้า ซึ่งคุณต้องทำรายชื่ออีเมล (Mailing list) ที่ได้ผลดีที่สุดโดยการสร้างอัตลักษณ์ของอีเมลตามความต้องการของลูกค้า เพื่อทำให้แบรนด์ของคุณดูเป็นผู้เชี่ยวชาญมากขึ้น

  1. รู้วิธีการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

ประเภทของสินค้าหรือบริการที่เชื่อมโยงกับแบรนด์ของคุณจะเป็นสิ่งที่กำหนดว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณเป็นใครคุณต้องตัดสินใจว่า ต้องการเจอกลุ่มเป้าหมายของคุณที่ไหน และมุ่งไปที่วิธีการที่จะทำให้พวกเขาเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณอย่างไร แคมเปญการตลาดที่คุณเลือกใช้ควรส่งผ่านสื่อที่กลุ่มเป้าหมายใช้งานอยู่เป็นประจำ เช่น แบรนด์ที่กลุ่มเป้าหมายอายุต่ำกว่า 25 ปี ควรเน้นการใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น อินสตาแกรม ซึ่งเป็นที่นิยมใช้ในกลุ่มผู้ใช้วัยหนุ่มสาว

เมื่อได้กลุ่มเป้าหมายแล้ว คุณต้องขอความคิดเห็นจากพวกเขาเกี่ยวกับแบรนด์ของคุณ รวมถึงต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเองและผู้ที่คุณสื่อสารด้วย เพื่อให้ได้มาซึ่งความไว้วางใจจากลูกค้าของคุณ นอกจากนี้ ยังต้องพยายามสร้างไมตรีจิตและขอผลตอบรับเกี่ยวกับสินค้าและบริการของคุณจากลูกค้าด้วย ซึ่งจะทำให้คุณรู้ว่าต้องพัฒนาตรงจุดไหนบ้าง  กระบวนการสร้างแบรนด์นั้นสามารถปรับเปลี่ยนได้และต้องมีการประเมินผลอยู่เสมอ  การทำการตลาด คือการสร้างความพึงพอใจร่วมกันระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค หากคุณพึงพอใจผลกำไรจากการขาย ลูกค้าของคุณก็ต้องมีความสุขกับสินค้าหรือบริการที่แลกกับคุณค่าของเงินของพวกเขาด้วย  คุณต้องสร้างความไว้วางใจที่จะทำให้พวกเขาสนับสนุนและพูดถึงสินค้าของคุณในแง่บวก

การทำให้ลูกค้าแชร์ผลตอบรับของพวกเขาที่มีต่อแบรนด์ของคุณในข้อเขียน วิดีโอ หรือโพสต์ในโซเชียลนั้น เป้าหมายสูงสุดไม่ได้อยู่ที่ทำให้ได้ลูกค้าจำนวนมาก แต่เพื่อทำให้ได้ลูกค้าที่เป็นแฟนพันธุ์แท้นั่นเอง

  1. การร่วมมือกับคนอื่นๆ

การร่วมมือกับองค์กรที่มีความคล้ายคลึงกันกับแบรนด์ของคุณเป็นอีกวิธีการหนึ่งในการสร้างการรับรู้แบรนด์  คุณควรค้นหาพันธมิตรของธุรกิจที่แชร์ความคิดและมุมมองที่คล้ายคลึงกับแบรนด์ของคุณ รวมถึงแชร์และหาแนวคิดใหม่ๆ ร่วมกันด้วย ในฐานะที่เป็นหุ้นส่วนกันนั้นทั้งสองฝ่ายสามารถสร้างสรรค์หัวข้อที่สดใหม่ เรียนรู้ สิ่งใหม่ๆ และจะพบว่า มีประโยชน์เป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาแบรนด์ของทั้งสองฝ่าย

พันธมิตรของธุรกิจที่มีแบรนด์ขนาดใหญ่กว่าแบรนด์ของคุณจะช่วยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาแก่แบรนด์ที่กำลังเติบโตของคุณ พวกเขาสามารถช่วยในการเปิดตัวแบรนด์ของคุณและทำให้สินค้าหรือบริการของคุณเป็นที่รู้จัก และยังช่วยให้แบรนด์ของคุณได้รับการอ้างอิงด้วย เนื่องจากลูกค้าจำนวนมากมักจะมีพฤติกรรมเลียนแบบและคล้อยตามผู้ซื้อรายอื่นๆ โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีชื่อเสียง เพราะพวกเขาค้นหาสิ่งใหม่ๆ เพื่อทดลอง นอกจากนี้ พันธมิตรของธุรกิจยังสามารถเพิ่มผู้ติดตามและทำให้แบรนด์ของคุณพัฒนาขึ้นด้วย  ดังนั้น จึงเป็นสิ่งที่ดีที่จะหาพันธมิตรของธุรกิจเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับแล้ว ซึ่งจะทำให้แบรนด์ของคุณสามารถถูกค้นพบและแชร์ความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายที่เกิดจากความร่วมมือกัน

สำหรับฉบับหน้าผู้เขียนจะเล่าถึงเรื่องราวอะไรนั้น คอยติดตามอ่าน แล้วพบกันนะครับ!

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer