ไอเดียทางธุรกิจสามารถผุดขึ้นได้ทุกช่วงเวลา รวมไปถึงในช่วงเทศกาลส่งความสุขท้ายปีอย่างคริสต์มาส ซึ่งผู้ที่คว้าโอกาสทองนี้ไว้ได้คือ ภาคการท่องเที่ยวของ “รัฐคอนเนตทิคัต” ในสหรัฐฯ 

ความน่าสนใจของเรื่องนี้อยู่ที่การต่อยอดจากภาพยนตร์คริสต์มาสจำนวนมากที่ยกกองมาถ่ายทำในรัฐแห่งนี้ ซึ่งด้านหนึ่งสะท้อนให้เห็นการเติบโตของหนังรักแนวอบอุ่นหัวใจ ที่เริ่มต้นจากการเป็นเพียงแผนการตลาดของค่ายการ์ดอวยพรชื่อดัง แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันคือโอกาสทองในการ “รีแบรนด์” ภาพลักษณ์ของรัฐผ่านการท่องเที่ยว

แม้ภาพยนตร์อย่าง “Christmas at Pemberly Manor” หรือ “Romance at Reindeer Lodge” อาจไม่มีวันเฉียดใกล้เวทีประกาศผลรางวัลออสการ์ แต่สำหรับบรรดาแฟนคลับแล้ว ภาพยนตร์รักโรแมนติกที่เนื้อหาเดาทางง่ายแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นเหล่านี้ คือสิ่งที่พวกเขารอคอย และในฤดูกาลนี้ แฟนๆ จำนวนมากกำลังออกเดินทาง “ตามรอย” ไปยังสถานที่ถ่ายทำฉากประทับใจเหล่านั้น

รัฐคอนเนตทิคัตกลายเป็นโลเคชั่นหลักในการถ่ายทำภาพยนตร์คริสต์มาสไปแล้วอย่างน้อย 22 เรื่อง (ทั้งจากค่าย Hallmark และ Lifetime ) ส่งผลให้ทัวร์พาชมเมืองเล็กๆ ที่น่ารักราวกับหลุดออกมาจากการ์ดอวยพรบูมขึ้นมา 

เมืองในรัฐคอนเนตทิคัตเหล่านี้คือฉากหลังของพล็อตเรื่องสูตรสำเร็จที่คุ้นเคย เช่น ทนายสาวผู้บ้างานจากเมืองใหญ่ กลับมาเยี่ยมบ้านช่วงวันหยุด และบังเอิญได้เจอกับถ่านไฟเก่าสมัยมัธยมที่สวมเสื้อลายสก๊อตและเป็นเจ้าของไร่ต้นคริสต์มาส

แอบบี้ รัมเฟลท์ หญิงสาวจากนอร์ทแคโรไลนา หนึ่งในลูกทัวร์ตามรอยหนังคริสต์มาส กล่าวอย่างตื่นเต้นหลังจากก้าวลงจากรถบัสที่เมืองเวเธอร์สฟิลด์ว่า “มันน่าตื่นเต้นมาก แค่รู้ว่าที่นี่เคยอยู่ในหนัง แล้วเราได้มาเห็นมันจริงๆ ด้วยตาตัวเอง”

รัมเฟลท์คือหนึ่งในผู้ร่วมทริป 53 คน (ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง) ของทัวร์ “Hallmark Movie Christmas Tour” ที่จัดโดยบริษัท Mayfield Tours โดยทัวร์นี้ได้รับความนิยมสูงมากจนบัตรขายหมดเกลี้ยงภายใน 2 สัปดาห์ โดยเส้นทางที่ใช้ก็มาจากตามแผนที่ “Connecticut Christmas Movie Trail” ที่ทางการรัฐคอนเนตทิคัตจัดทำขึ้นเมื่อปี 2024 เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวตามเทรนด์นี้โดยเฉพาะ ซึ่งมีเป้าหมายหลักคือการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาตามรอยหนังนั่นเอง

จูเลีย คูลูริส เจ้าของร้าน Heirloom Market at Comstock Ferre สถานที่ถ่ายทำเรื่อง “Christmas on Honeysuckle Lane” และ “Rediscovering Christmas” เล่าว่า เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็รู้จักรัฐคอนเนตทิคัต ต้องขอบคุณทัวร์ตามรอยหนังที่ทำให้ผู้คนพากันมาถ่ายรูปแล้วแท็กโลเคชั่นในอินสตาแกรมกันยกใหญ่

จนทางร้านของเธอถึงกับทำเสื้อยืดขายที่มีโลโก้มงกุฎ (สัญลักษณ์ของ Hallmark) พร้อมข้อความว่า “ฉันอาศัยอยู่ในหนังคริสต์มาส ที่เวเธอร์สฟิลด์, CT 06109” ออกมาขายเพื่อเพิ่มรายได้ 

สำหรับหนังคริสต์มาสแม้มีมาตั้งแต่ยุค 1940 (เช่นเรื่อง It’s A Wonderful Life) และรัฐคอนเนตทิคัตเองก็เป็นที่รู้จักของชาวอเมริกันจากหนังเรื่อง Christmas in Connecticut อยู่แล้ว แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2006 เมื่อ Hallmark บริษัทผู้ผลิตการ์ดอวยพร ปล่อยเรื่อง “The Christmas Card” ออกมาและประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล

โจแอนนา วิลสัน กูรูรายการทีวีวันคริสต์มาสอธิบายว่า พอ Hallmark เห็นเรตติ้งที่พุ่งกระฉูด พวกเขาก็เริ่มสร้าง ‘สูตรสำเร็จ’ ของตัวเองขึ้นมา ทั้งพล็อตเรื่องและรูปแบบการเล่า จนกลายเป็นมาตรฐานของหนังรักคริสต์มาสทางทีวีที่เราเห็นกันทุกวันนี้

นี่ทำให้จากเดิมที่ทำเพื่อกระตุ้นยอดขายการ์ดอวยพร แต่กลับกลายเป็นว่าการสร้างหนังผ่านสถานีโทรทัศน์ได้กลายเป็นอีกหนึ่งขาธุรกิจที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับ Hallmark

สิ่งนี้ทำให้ตลาดหนังคริสต์มาสในสหรัฐฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนมีเงินสะพัดหลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อปี โดยนอกจาก Hallmark หรือ Lifetime แล้ว บรรดาแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ตั้งแต่ Netflix, Disney+ ไปจนถึง Prime Video ต่างก็พากันผลิตหนังคริสต์มาสออกมาเช่นกัน โดยแแม้ได้เพิ่มความหลากหลายทั้งเชื้อชาติและประเด็น LGBTQ+ เข้าไปในเนื้อหา แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ ตอนจบที่มีความสุขและเนื้อเรื่องที่เดาทางได้

ฮาเซล ดันแคน คุณยายวัย 83 ปี เล่าว่า เธอกับสามีที่แต่งงานกันมา 65 ปี ชอบดูหนังพวกนี้ด้วยกันตลอดทั้งปี เพราะมันดูได้ทั้งครอบครัวและชวนให้นึกถึงความหลังสมัยหนุ่มสาว โดยบางครั้งเธอกับสามีก็นั่งจับมือกัน ปิดประตูเงียบๆ แล้วเปิดทีวีดู ดื่มด่ำกับช่วงเวลาแบบง่ายๆ กันแบบสองคนตา-ยายในคืนวันคริสต์มาส

ส่วนสาเหตุสำคัญที่ทำให้ รัฐคอนเนตทิคัต กลายเป็นสถานที่ยอดฮิตในการถ่ายทำหนังคริสต์มาสนั้น มาจากอาคารบ้านเรือนทรงโคโลเนียลที่สวยงาม และมาตรการลดหย่อนภาษีให้กองถ่ายหนัง

แอนโทนี เอ็ม. แอนโทนี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของรัฐคอนเนตทิคัต มองว่านี่คือโอกาสในการรีแบรนด์รัฐ เพื่อเปลี่ยนจากเมืองท่องเที่ยว ไปเป็นเมืองที่น่าอยู่อาศัย ซึ่งวิธีโปรโมตที่ดีและง่ายที่สุดก็คือ “หนังคริสต์มาส” นั่นเอง / japantoday, ap 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer