ซานโตรินี พาร์ค ปิดกิจการชั่วคราว เกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจนี้กันแน่ (วิเคราะห์)

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2563 ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ ของตระกูลตันติจิรสกุล ในเครือพีน่า กรุ๊ป ประกาศทางเฟซบุ๊ก Santorini Park Cha-Am ปิดกิจการซานโตรินี พาร์คชั่วคราวเป็นเวลา 12 เดือน หรือจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะยุติ และนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวตามปกติ

เนื่องจาก ซานโตรินี มีรายได้หลักมาจากชาวต่างชาติ

การประกาศปิดกิจการชั่วคราวของ ซานโตรินี พาร์ค เป็นการประกาศหลังจากที่ ซานโตรินี ประกาศปิดสวนน้ำ ซานโตรินี พาร์ค วอเตอร์เวนเจอร์ อย่างไม่มีกำหนดเพื่อซ่อมบำรุง เมื่อ 1 กรกฎาคม 2562 

ซึ่งเท่ากับว่า ซานโตรินี พาร์ค ปิดให้บริการสวนน้ำซึ่งถือเป็นบริการที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดีและเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงจากคู่แข่งในพื้นที่เดียวกัน และสวนสนุกที่เข้ามาเสริมการให้บริการครบครัน 

หลังจากที่ ซานโตรินี พาร์ค ประกาศปิดกิจการชั่วคราวเพียง 1 วัน

วานานาวา คู่แข่งหลักของซานโตรินี สวนน้ำใหญ่ที่อยู่ในพื้นที่หัวหิน ห่างออกไปจากซานโตรินี พาร์ค เพียง 40 กิโลเมตร ประกาศเตรียมความพร้อมทดสอบระบบก่อนเปิดให้บริการจริงเมื่อรัฐบาลประกาศปลดล็อก อนุญาตให้สวนน้ำกลับมาเปิดบริการได้อีกครั้ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ที่อาจจะมีการวางแผนการท่องเที่ยวอีกครั้งเมื่อสถานการณ์ทุกอย่างคลี่คลาย

นอกจาก วานานาวา ที่ออกมาประกาศเตรียมความพร้อมสร้างความเชื่อมั่นแล้ว

สวนน้ำ รามายณะ สวนน้ำที่อยู่ในพื้นที่พัทยาออกมาโพสต์ในเฟซบุ๊กสวนน้ำรามายณะ Ramayana Water Park ในวันที่ 1 มิถุนายน 2563 สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวเช่นกันว่าสวนน้ำ รามายณะกำลังเตรียมความพร้อมต่าง ๆ รอต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง เมื่อรัฐบาลปลดล็อกธุรกิจสวนน้ำเช่นกัน

ส่วนการ์ตูน เน็ตเวิร์ค อเมโซน พัทยา ยังไม่มีความเคลื่อนไหวแต่อย่างใด

เท่ากับว่าในวันนี้ ซานโตรินี พาร์คเป็นเพียงสวนน้ำใหญ่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่ออกมาประกาศปิดตัวชั่วคราวอย่างเป็นทางการเท่านั้น

 

การประกาศปิดกิจการชั่วคราวของซานโตรินี นอกจากเหตุผลหลักที่รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไป มาจากอะไร

1. ธุรกิจสวนน้ำชะอำ-หัวหิน แข่งขันสูงในกลุ่มนักท่องเที่ยวไทย

ในพื้นที่เพชรบุรี ธุรกิจสวนน้ำขนาดใหญ่ที่คนไทยรู้จักกันดีจะมีด้วยกัน 2 แห่ง คือซานโตรินี พาร์ค ของกลุ่มพีน่า กรุ๊ป และ วานานาวา ของ พราว เรียล เอสเตท

โดยซานโตรินีถือเป็นสวนน้ำและสวนสนุกแห่งแรกในเส้นทางชะอำ-หัวหิน ที่เปิดในปี 2556 จากการมองเห็นโอกาสธุรกิจท่องเที่ยวในชะอำ หัวหิน มีการเติบโตจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ก่อนที่จะขยายไปยังบริการที่พักขนาดเล็กให้บริการนักท่องเที่ยว

ส่วนวานา นาวา เปิดในปี 2557 การเปิดตัว วานา นาวา ถือเป็นเฟสแรกในโครงการมิกซ์ยูสของ พราว เรียล เอสเตท ที่ต้องการพัฒนาพื้นที่เป็นจุดหมายของการพักผ่อนและแหล่งรวมความบันเทิงครบวงจร

การแข่งขันในช่วงเวลาแรกของซานโตรินี พาร์ค และวานานาวา แข่งขันกันที่สวนน้ำเป็นหลัก ทั้งเครื่องเล่น บริการ และความสะอาด เนื่องจากสองธุรกิจนี้ยังไม่มีความแตกต่างด้านอื่น ๆ มากนัก

จนฮอลิเดย์ อินน์ วานานาวา หัวหิน ซึ่งเป็นเฟสสองในโครงการมิกซ์ยูสของ พราว เรียล เอสเตท เปิดให้บริการในต้นปี 2561 การแข่งขันในธุรกิจสวนน้ำของทั้งสองแห่งเริ่มมีความแตกต่างอย่างชัดเจนขึ้น

จากจุดเด่นของ ฮอลิเดย์ อินน์ วานานาวา หัวหิน คือ เป็นที่พักขนาดใหญ่ด้วยห้องพักกว่า 300 ห้อง และมีแคมเปญทำตลาดบันเดิ้ลบัตรเข้าสวนน้ำให้กับผู้เข้าพักฟรี

ซึ่งการมัดรวมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจของวานานาวา ทำให้ลูกค้าโดยเฉพาะลูกค้าชาวไทยที่มองความคุ้มค่าเลือกสวนน้ำนาวาวานามากขึ้นจากแคมเปญที่กล่าวมา

และทำให้ซานโตรินีหันมาจับตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น เพราะเป็นตลาดที่มีช่องว่างที่จะเข้าไปเปิดธุรกิจได้อีกมาก และนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นกลุ่มที่สามารถสร้างรายได้ได้เกือบทั้งปี จากการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ซึ่งต่างจากนักท่องเที่ยวไทย ที่ฤดูกาลท่องเที่ยวหลักคือในช่วงหน้าร้อน ตอนปิดเทอม และเทศกาลวันหยุดต่าง ๆ

แต่เพราะโควิด-19 ทำให้ประเทศไทยปิดประเทศไม่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้ซานโตรินี พาร์คได้รับผลกระทบด้านรายได้อย่างชัดเจน

2.ซานโตรินี พาร์ค อยู่ในภาวะขาดทุนต่อเนื่อง

นอกจากรายได้ที่หายไปของซานโตรินี พาร์คแล้ว ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาซานโตรินี พาร์คมีรายได้ลดลงต่อเนื่องทุกปี

ในปี 2561 ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ พบว่า ซานโตรินี พาร์คจดทะเบียนภายใต้ชื่อบริษัท บริษัท ธีม แอสเซ็ทส์ พาร์ค แอนด์ โฮเต็ล จำกัด มีรายได้หลัก 87.85 ล้านบาท ขาดทุน 114.77 ล้านบาท เป็นการขาดทุนอย่างต่อเนื่องมานานหลายปี

 

ปี 2559 รายได้ 125.58 ล้านบาท ขาดทุน 108.66 ล้านบาท

ปี 2560 รายได้ 107.46 ล้านบาท ขาดทุน 113.02 ล้านบาท

และปี 2561 รายได้ 87.85 ล้านบาท ขาดทุน 114.77 ล้านบาท

 

ซึ่งการปิดกิจการชั่วคราวเพราะพิษโควิด-19 ในครั้งนี้อาจเป็นการช่วยลดการขาดทุนสะสมให้กับซานโตรินี สามารถลดต้นทุนทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจ เช่น จ้างพนักงาน การซ่อมบำรุง และค่าไฟฟ้า น้ำประปา และอื่น ๆ ได้อย่างน้อย 1 ปี ในวันที่ไม่สามารถหารายได้จากการให้บริการได้เป็นกอบเป็นกำ

แต่การประกาศปิดกิจการชั่วคราวของซานโตรินี พาร์ค เป็นเหมือนดาบสองคมทางธุรกิจ

ดาบคมแรก

สร้างภาพลักษณ์ที่ตรงไปตรงมา

การประกาศปิดกิจการล่วงหน้าก่อนรัฐบาลประกาศปลดล็อกธุรกิจ เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ตรงไปตรงมา เพื่อบอกกับนักท่องเที่ยวที่กำลังวางแผนการท่องเที่ยวให้ทราบอย่างชัดเจน ป้องกันการวางแผนท่องเที่ยวที่ไม่สามารถเข้าไปใช้บริการได้ตามแผนที่วางไว้

และทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกรักแบรนด์ในฐานะแบรนด์ที่มีความตรงไปตรงมา และเกิดความเห็นใจในผลกระทบที่เกิดขึ้น

ดาบคมที่สอง

ความเชื่อมั่นในแบรนด์ลดลง

การประกาศออกมาอย่างชัดเจนทำให้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มขาดความเชื่อมั่นในแบรนด์ เพราะไม่แน่ใจว่าเมื่อสถานการณ์โควิด-19 จบลง ซานโตรินี จะสามารถเปิดให้บริการอีกครั้งได้หรือไม่ เพราะการปิดกิจการ 1 ปี เป็นการปิดกิจการที่ค่อนข้างยาวนาน

และการปิดกิจการชั่วคราวในครั้งนี้ยังสร้างความไม่มั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่เป็นสมาชิกว่าสมาชิกที่สมัครไปนั้นมีการยืดอายุสมาชิกออกไปนานแค่ไหน และกลับมาใช้ได้ถึงเมื่อไร

 

แต่ทั้งนี้ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจสวนน้ำในประเทศไทยไม่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเหมือนในอดีต จากนักท่องเที่ยวไม่ได้มองว่าสวนน้ำเป็นกิจกรรมที่รู้สึก ว้าว เมื่อเทียบกับช่วงเปิดตัวใหม่ ๆ ในปี 2556-2559 ที่ธุรกิจสวนน้ำผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด จากนักลงทุนมากหน้าหลายตา ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสสวนน้ำและประสบการณ์ใหม่ ๆ จนในวันนี้ใคๆ ก็มองสวนน้ำเป็นเพียงกิจกรรมหนึ่งในการมาพักผ่อนเมื่อไปเที่ยวต่างจังหวัดกับครอบครัวและกลุ่มเพื่อนเท่านั้น

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน