ในช่วงวิกฤตแบบนี้ เจ้าของธุรกิจ SME ควรทำอย่างไรถึงจะอยู่รอดก้าวไปต่อได้

ระหว่างรายได้ที่น้อยลง และปิดกิจการลง หรือจะปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจ ผู้ประกอบการที่สามารถรับมือกับวิกฤตผ่านการตัดสินใจที่ยากลำบากอย่างรวดเร็วคือผู้ที่ชนะในวิกฤตการณ์นี้

World Economic Forum ได้กล่าวไว้ว่า ราว 60% ของผู้บริหารระดับโลกเชื่อว่าจะสามารถฟื้นกิจการจากวิกฤตได้อย่างรวดเร็ว แม้จะมีระยะห่างระหว่างขาลงและขาขึ้นกิจการที่ยาวนาน

และถึงเวลาที่ธุรกิจขนาดเล็กจะปรับตัวเข้าหาหนทางการอยู่รอดที่แปลกใหม่ไปจากเมื่อก่อน

เฟดเอ็กซ์แนะนำ 7 เคล็ดลับช่วยชี้ทางรอดให้กับเจ้าของธุรกิจ

1.ทรัพยากรสำหรับธุรกิจขนาดเล็กมีอยู่ล้นหลาม เพียงแค่มองหาให้ถูกที่

คอยติดตามโครงการช่วยเหลือจากรัฐบาล คอยติดตามและติดต่อขอความช่วยเหลือจากสถาบันทางการเงินทั้งหลาย เช่น ธนาคาร สหภาพแรงงาน หรือสมาคมทางการค้า เพราะสถาบันเหล่านี้ล้วนมีประสบการณ์แก้ไขปัญหาธุรกิจในภาวะวิกฤตการณ์ต่าง ๆ

และอย่าปฏิเสธความช่วยเหลือเกี่ยวกับธุรกิจ อย่างมาตรการด้านสินเชื่อ ทั้งการผ่อนปรน การยกเว้น หรือการพักชำระหนี้ชั่วคราว รวมไปถึงเงินอุดหนุนบุตร

2. ดูแลสุขภาพจิตของตัวเองและคนใกล้ตัวให้ดีอยู่เสมอ

ในช่วงวิกฤตนี้สภาวะทางอารมณ์ของหลายคนอาจมีความแปรปรวนเป็นอย่างมาก จึงไม่ควรใช้พลังงานทั้งหมดในการนั่งกังวลเรื่องในอนาคต ดังนั้นการจัดสรรเวลาทำงานและพักผ่อนอย่างเพียงพอจึงสำคัญมาก เพื่อสุขภาพจิตที่ดีของคุณ และพนักงานของคุณ

หลายบริษัทได้ใช้โอกาสนี้ในการยกเลิกระบบบางอย่างที่ล้าสมัย หรือทำให้ระบบการทำงานภายในองค์กรใช้งานได้ง่ายขึ้น ช่วยเพิ่มเวลาในการกระตุ้นการเติบโตขององค์กร หรือกำหนดทิศทางใหม่ของบริษัท

3. รักษาสภาพคล่องทางการเงินเอาไว้ และทบทวนความสำคัญก่อนการปล่อยกระแสเงินสด

ในช่วงเวลาที่ไร้ความแน่นอน เพราะฉะนั้นต้องตรวจสอบสภาพคล่องทางการเงินของธุรกิจไว้ให้ดี การเข้าถึงแหล่งเงินทุนและความสามารถในการหาเงินสำรองฉุกเฉินได้จัดเป็นเรื่องที่สำคัญมากในยามวิกฤต

การจำกัดรายจ่ายให้น้อยจึงเป็นตัวช่วยในการชดเชยความเสียหายได้ ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นทิ้งไป อย่างค่าเดินทาง เงินก้อนสำหรับลงทุนให้เก็บเอาไว้ก่อน

4. สร้างความภักดีต่อองค์กร

5. การสื่อสารมีความสำคัญเป็นอย่างมาก

วิกฤตที่เกิดขึ้นทำให้หลายคนรู้สึกใกล้ชิดกันมากกว่าเดิม เพราะในขณะที่เราไม่สามารถเดินทางมาพบกันได้ เราได้ค้นพบหนทางในการติดต่อสื่อสารกันอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

นอกจากนี้ บรรดาเจ้าของบริษัทต่างเข้าใจแล้วว่า พนักงานทุกคนสามารถทำงานที่บ้านของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งข้อสำคัญในการทำงานจากระยะไกลคือการสื่อสาร และความโปร่งใสในการทำงาน เพื่อให้พนักงานและผู้ถือหุ้นทุกคนรับทราบข้อมูลการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ตอนนี้เป็นเวลาสำคัญที่บริษัทจะต้องสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กร ความไม่แน่นอนและการขาดปฏิสัมพันธ์ทางกายภาพสามารถก่อให้เกิดความกดดันทางธุรกิจ และอาจทำให้พนักงานที่มีสำคัญต่อองค์กรลาออกได้

6. เตือนตนเองและลูกค้าว่ามีเทคโนโลยีให้ใช้มากมาย

นั่นคือการปรับเปลี่ยนให้ทันยุค จากธุรกิจที่มีเฉพาะการจ่ายเงิน เก็บเงินแบบเงินสด ก็ต้องปรับมาสู่ในยุคออนไลน์มากขึ้น

7. สร้างโมเดลธุรกิจที่ยืดหยุ่น และอย่าปล่อยให้บริษัทล้าหลัง

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer