มากกว่าลูกค้าทั่วไปคือลูกค้าประจำ

มากกว่าลูกค้าประจำคือลูกค้าที่มี Loyalty กับแบรนด์

และมากกว่าลูกค้าที่มี Loyalty กับแบรนด์คือลูกค้าที่เป็น Evangelists หรือลูกค้าที่เป็นสาวกของแบรนด์

เพราะความต่างของ Loyalty กับ Evangelists ก็คือ

Loyalty = ลูกค้าที่ภักดีต่อแบรนด์ ยังไงก็จะใช้แค่แบรนด์นี้แบรนด์เดียว ไม่เปลี่ยนใจไปหาคู่แข่ง

Evangelists = นอกจากจะไม่เปลี่ยนใจไปหาคนอื่นแล้ว ลูกค้ายังทุ่มสุดตัวให้กับแบรนด์นั้น แม้ราคาจะแพงเท่าไรก็ตั้งใจจะเก็บเงินซื้อ หรือบางทีอาจไปถึงจุดที่ว่าหากแบรนด์โดนกระแสวิพากษ์วิจารณ์อะไร ก็พร้อมที่จะออกมาปกป้องอีกด้วย

ตัวอย่างของแบรนด์ที่มีการทำ Evangelist Marketing ในธุรกิจอย่างชัดเจนก็อย่างเช่นทีมฟุตบอล สะท้อนได้จากหน้าฟีดใน Social Media เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาที่สาวกหงส์แดงออกมาโพสต์ฉลองแชมป์กันมากมาย

และอีกธุรกิจที่เน้นการทำ Evangelist Marketing ไม่แพ้กันก็คือศิลปิน K-Pop

ช่วงเช้าหน้าฟีดมีแต่หงส์แดง พอช่วงเย็นในวันเดียวกันหน้าฟีดก็มีแต่ BLACKPINK

เพราะนี่คือวันปล่อยเพลงใหม่ของวง หลังจากปล่อยให้แฟนคลับรอมานานกว่า 1 ปี กับเพลงที่มีชื่อว่า How You Like That

ที่พลัง BLINK (ชื่อเรียกแฟนคลับ BLACKPINK) และพลังของชาวติ่งได้ส่งให้ How You Like That กลายเป็น MV ที่มียอดวิวสูงสุดภายใน 24 ชั่วโมงบน Youtube ด้วยจำนวน 86.3 ล้านวิว

และนั่นก็ทำให้ Top 5 ของ MV ที่มียอดวิวสูงสุดบน Youtube ภายในเวลา 24 ชั่วโมงเปลี่ยนมาเป็น

1

How You Like That : BLACKPINK 

86.3 ล้านวิว

2

Boy With Luv : BTS featuring Halsey

74.6 ล้านวิว

3

Me: Taylor Swift featuring Brendon Urie

65.2 ล้านวิว

4

Kill This Love: BLACKPINK

56.7 ล้านวิว

5

Thank u next: Ariana Grande

55.4 ล้านวิว

จะเห็นได้ว่า 3 ใน 5 คือเพลงของศิลปิน K-Pop และก่อนที่เพลง How You Like That จะขึ้นมาเป็นอันดับ 1 แชมป์เก่าก็คือเพลง Boy With Luv ของบอยแบนด์เกาหลีอย่าง BTS ที่แซงหน้า Taylor Swift และ Ariana Grande ไปหลายสิบล้านวิว

และแม้การแพร่ระบาดของโควิดจะส่งผลกระทบให้ธุรกิจค่ายเพลงขาดรายได้จากการจัดคอนเสิร์ต

แต่การมีสาวกของแบรนด์ (ในที่นี้หมายถึงวง) ก็ทำให้ค่ายเพลงสามารถหารายได้จากช่องทางอื่นได้ไม่ว่าจะเป็นอัลบั้ม, souvenir ต่าง ๆ หรือแม้แต่การเป็นพรีเซนเตอร์ให้แบรนด์สินค้า

สะท้อนได้จากแว่นตาแบรนด์ Gentle Monster ที่เจนนี่ BLACKPINK ได้ไปร่วมออกแบบในคอลเลกชั่น Jentle Home และวางขายในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา

แม้จะเป็นช่วงเวลาที่หลายคนอยู่แต่ในบ้านเพราะโควิด และแว่นตากันแดดไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นในช่วงเวลานั้น

แต่ด้วยพลังของเจนนี่ก็ทำให้แว่นตา Jentle Monster ขายหมดในระยะเวลาที่รวดเร็ว จนทำให้เว็บไซต์ Gentle Monster ล่ม เพราะมีคนเข้ามาสั่งซื้อกันเป็นจำนวนมาก

และสิ่งที่จะทำให้แบรนด์มีสาวกเป็นของตัวเองได้ การทำให้แบรนด์หรือสินค้ามีคุณภาพอย่างเดียวนั้นยังไม่เพียงพอ

แต่ต้องมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ผู้คนรู้สึกหลงใหลและหลงรักได้

ก็เหมือนเวลาที่เรารักใคร การจะเลิกรักนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน

 

ขอบคุณภาพ : Facebook @Thailand Liverpool Fc/Gentle Monster 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer