เหตุผลหลักที่ทำให้ผู้คนยอมจ่ายเงินในกระเป๋าตังค์เพื่อไปคอนเสิร์ตหรือ Music Festival ก็คือศิลปินที่มาแสดงในงาน รองมาก็คือ Organizer ที่เป็นผู้จัด และอีกเหตุผลหลักที่กำลังจะกลายมาเป็นปัจจัยสำคัญในการจะทำให้ผู้ตัดสินใจเดินทางออกมาเสพย์เสียงเพลงนอกบ้านก็คือ ‘สปอนเซอร์’

อย่างไรนะหรือ?

เพราะแม้ศิลปินบนเวทีจะบรรเลงเสียงเพลงให้เรามีความสุขหรือร้องตามได้มากเพียงไหน แต่ความสุขเหล่านั้นก็อาจจะหมดไปด้วยสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ทั้งผู้ร่วมงานที่เยอะเกินไปจนเกิดความแออัด ห้องน้ำที่สกปรกเฉอะแฉะ ลานจอดรถที่ไม่เพียงพอจนทำให้ต้องขับวนและกว่าจะหาที่จอดได้เพลงแรกก็จบลงไปเรียบร้อยแล้ว

เหล่านี้คือ Pain Point ที่เชื่อว่าหลาย ๆ คนต้องพบเจอ และกลายเป็นประสบการณ์แย่ ๆ ที่อาจไม่คุ้มค่ากับบัตรราคาหลายพันบาทเท่าไหร่

ย้อนกลับไปที่ประเด็นข้างต้น ว่าแล้วสปอนเซอร์จะกลายมาเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ผู้คนเลือกมาคอนเสิร์ตได้อย่างไร? ถ้าอย่างนั้นเราก็คงจะต้องหยิบยกแบรนด์ Heineken® มาเล่าเป็น Case Study ให้ทุกคนได้ฟังกัน

เล่า Background ของแบรนด์ให้เข้าใจกันก่อนคร่าว ๆ ว่า Heineken® คือแบรนด์ที่ถูกจัดอยู่ในระดับบนที่เน้นสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภค คอนเสิร์ตที่ Heineken® เข้าไปเป็นสปอนเซอร์จึงเป็นอะไรที่ดูเท่ห์ ดูคูล  และกลายเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการรายแรก ๆ ที่เรียกได้ว่าเป็นจุดกำเนิดเสียงดนตรี EDM ขึ้นในประเทศไทย รวมทั้งสามารถเอาดีเจ EDM ชื่อดังระดับโลกมาเล่นในบ้านเราได้ด้วย

ดังนั้นแล้วการเข้าไปเป็นสปอนเซอร์ตามคอนเสิร์ตหรือ Music Festival ต่าง ๆ ของ Heineken® จึงไม่ใช่เพียงแค่ให้เงินสนับสนุนแล้วแปะโลโก้ใหญ่ ๆ ของแบรนด์ไว้ในงานเท่านั้น แต่เป็นการสร้างประสบการณ์และ Signature บางอย่างที่แม้กลับถึงบ้านไปผู้ร่วมงานก็ยังประทับใจไม่ลืม ไม่ว่าจะเป็น

Heineken®Star Hive Limousine – เพราะรู้ว่าสงกรานต์ที่ S2O นั้นคนเยอะแล้วก็คงไม่ค่อยอยากจะมีใครเอารถมา ทาง Heineken® ก็เลยจัดรถจาก BTS Ekkamai หรือ Airport Rail Link รามคำแหงไปส่งถึงหน้างาน ไม่ต้องวนหาที่จอด ลงแล้วเปียกได้เลย!

Heineken® Star Hive Drying Tunnel – ถึงจะอยากเปียกในงานสงกรานต์ แต่เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากจะเดินเฉอะแฉะกลับบ้าน ภายในงาน S2O ทาง Heineken® จึงมีอุโมงค์ยักษ์เป่าลมร้อนแห้งเตรียมไว้ให้ ทีนี้ก็หมดความกังวลใจเรื่องตัวเปียกแล้วแท็กซี่จะไม่รับไปได้เลย

และไม่ใช่แค่ในเชิงของ Functional แต่ในด้านดีไซน์ นี่ยังเป็นอุโมงค์ที่ออกแบบมาได้อย่างล้ำสมัยไม่ว่าใครเดินผ่านก็อยากจะถ่ายรูปแล้วเอาไปแชร์

Heineken®Star Hive Lounge – เต้นเหนื่อย ๆ กันมาทั้งงานก็อยากจะพักบ้างเบรคบ้างเพื่อออมแรงเอาไว้สำหรับดีเจคนต่อไป ทาง Heineken® ก็เลยดีไซน์เลาจน์วิวสวยให้คุณได้พักผ่อน เซลฟี่ระหว่างนั่งพักหรือจะนั่งรอเพื่อนที่ยังเข้ามาไม่ถึงก็ได้ทั้งนั้น ที่สำคัญใครที่ได้ขึ้นมานั่งบนเลาจน์นี้จะไม่อยากจะไปไหนเลย เพราะเรียกได้ว่าเป็นเพอร์เฟกวิวที่คุณจะได้เห็นบรรยาการงานและเวทีอย่างชัดเจนและเจ๋งสุดๆ

Heineken® Star Hive Grooming – อันนี้ขอใส่ความเห็นส่วนตัวลงไปหน่อยว่า ชอบมากๆ เพราะใครจะคิดว่าในงาน S2O จะมีโซนอัพลุคเปียกให้ดูดีจาก Smile ClubXHeineken ซึ่ง Heineken® ได้จับร่วมมือกับ Smile Club ให้หนุ่มๆ สาวๆ มีลุค สวย เท่ กันทุกคนเพื่อพร้อมจะไปมันส์กันในงาน ซึ่งการจับมือในครั้งนี้ไม่ได้เพียงแค่นี้ แต่ทาง Heineken® ได้มองเห็นสไตล์ลิสต์ที่มืออาชีพที่จะมาช่วยสร้างสีสันแต่งให้ลุคของคุณดูเป๊ะขณะที่ยังเปียกจนงานจบ ทรงผมก็ยังสวย เท่ ไม่เปลี่ยน แถมยังมี Tattoo กันน้ำให้แปะเล่นเอาไว้เป็นกิมมิกให้ผู้เข้าร่วมงานได้เต้นกันแบบคูลๆอีกด้วย

Heineken® Star Hive Sustainability – มันส์กับเสียงเพลงเสร็จก็ต้องสร้างจิตสำนึกให้กับผู้เข้าร่วมงานด้วยเช่นกัน เพราะขยะคือร่องรอยแห่งความสนุกที่ผู้คนในคอนเสิร์ตมักจะชอบทิ้งเอาไว้ตามพื้น

ทาง Heineken® มองเห็นในสิ่งที่เป็นขยะที่คนรอบข้างนั้นมองข้ามผ่านไป อย่างในงาน Music Festival สำหรับคนที่คิดว่ากระป๋องเบียร์เป็นขยะ แต่จริงแล้วมันไม่จริงเลย ซึ่ง Heineken® ได้มองเห็นและสรรสร้างไอเดียดีๆขึ้นมา

เพราะ Heineken® มองเห็นปัญหาหลักของผู้บริโภคทั้งสองฝ่ายทั้ง ผู้จัดและผู้บริโภค โดยนำกระป๋องเบียร์ที่เป็นขยะ มารีไซสเคิลใหม่และยังแก้ไขปัญหาแบตเตอรี่มือถือหมดสำหรับคนที่มาร่วมงานอีกด้วย ทำให้กลายเป็นการนำกลับมาใช้ใหม่โดยไม่ให้เสียไปเปล่าประโยชน์

ก็เลยแก้ปัญหานี้ด้วยการจูงใจให้ผู้คนหยิบกระป๋องออกมาทิ้งที่ตู้ Sound Recycle ซึ่งกระป๋องนั้นก็จะแปรเปลี่ยนจากการสั่นของเสียงมาเป็นพลังงานไฟฟ้าให้ได้ชาร์ตแบตให้กับมือถือได้อีกครั้ง ซึ่งก็จะทำให้คุณได้สนุกทั้งคืนโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมดแล้วจะติดต่อเพื่อนกันไม่ได้

จะเห็นได้ว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ Heineken® ได้ทำไม่เป็นเพียงแค่การแก้ Pain Point เท่านั้น แต่หมายถึงการสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆที่ทำให้ผู้เข้าร่วมงานได้รู้สึกสนุกอย่าง ‘สมบูรณ์แบบ’ และก็กลายเป็นภาพจำที่หากงานไหนมี Heineken® เข้าไปเป็นสปอนเซอร์ทั้งผู้จัด-ผู้ร่วมงาน ก็จะรู้สึกมันส์แบบเต็ม 5 ดาวแน่นอน

และนี่ก็คืออีกหนึ่ง Case Study ที่สะท้อนให้เห็นว่า ‘สปอนเซอร์’ ในงานคอนเสิร์ตไม่ได้มีหน้าที่แค่ให้เงินสนับสนุนแล้วแปะป้าย แต่ยังต้องให้ผู้ร่วมงานได้รับอะไรบางอย่าง

‘ที่มากกว่าความสนุกของเสียงเพลง’


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer