ทำไมกรุงเทพ จะเป็น Smart City ไม่ได้
ชวนดูเมืองต้นแบบ ทำให้ชีวิตดี ๆ เกิดขึ้นจริง by WHIZDOM 1O1

เพราะชาวเมล์เบิร์นเริ่มมีปัญหาสุขภาพจากสิ่งแวดล้อมที่ย่ำแย่ พวกเขาจึงช่วยกันปลูกต้นไม้ จากสวนสาธารณะแห่งแรกของเมืองเมล์เบิร์น ปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองสีเขียวที่ยั่งยืนของโลก ยังมีนโยบาย Urban forest เพื่อเพิ่มจำนวนต้นไม้ ลดมลพิษทางอากาศ ทำให้เมืองกลายเป็นศูนย์กลางของทำกิจกรรมกลางแจ้ง ชาวเมืองมีความสุข ในขณะเดียวกันเมืองหลวงสำคัญๆ อย่างอัมสเตอร์ดัม และสตอกโฮล์ม ก็สร้างเมืองต้นแบบของการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างสำเร็จ แล้วกรุงเทพฯ ของเราอยู่ตรงไหน?
กรุงเทพ ฯ ต้องเผชิญปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม กระทบการใช้ชีวิตของคนเมืองไม่ต่างจากเมืองหลวงทั่วโลก Smart Cities – Clean Energy Award โดยกระทรวงพลังงานเป็นการผลักดันให้ประเทศไทยขยับเข้าใกล้เมืองแห่งชีวิตที่ดีด้วยการก้าวสู่ความเป็นเมืองที่นำเทคโนโลยี และพลังงานสะอาด มาเกื้อหนุนกันเพื่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างสมดุล สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อให้คนได้ใช้ชีวิตในเมืองที่โอบล้อมด้วยพื้นที่ส่วนรวมที่สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างยั่งยืน
Marketeer นำ 1 โครงการที่มีแนวคิด Smart Cities – Clean Energy มาใช้และเพิ่งได้รับรางวัลจากกระทรวงพลังงาน เพื่อบอกสัญญาณที่ดีสำหรับคนกรุงเทพ ฯ ว่านี่ไม่ใช่แค่โปรเจคในกระดาษ แต่กำลังสร้างให้ทุกคนได้ใช้งานกันได้จริงๆ แล้ว
สวนสาธารณะ กับแนวคิดใหม่ ที่ยั่งยืน
ในยุคก่อนเรามีการขยายพื้นที่สีเขียว เพิ่มจำนวนต้นไม้ เพื่อลดมลพิษได้ ภายใต้ข้อจำกัดของเมืองและจำนวนประชากรที่หนาแน่น ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป แนวคิดสวนสาธารณะยั่งยืนจึงเป็นแนวคิดของสวนแห่งยุคปัจจุบัน ที่ต้องออกแบบโดยคำนึงถึงระบบนิเวศ มีระบบจัดการน้ำที่หมุนเวียน การมีสวนแนวนอนขนาดใหญ่ 3 ไร่ ในพื้นที่ WHIZDOM 1O1 โครงการที่มีพื้นที่สีเขียว 32% ทำให้เกิดการใช้ประโยชน์และลดมลพิษในพื้นที่ได้อย่างมาก
อัจฉริยะ อาคาร สิ่งปลูกสร้าง ลดพลังงาน
อาคาร พื้นที่ประโยชน์ใช้สอย ที่เน้น Passive Design สถาปนิกออกแบบให้สอดคล้องกับธรรมชาติ และนำพลังงานธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรักษาความสมดุล โดยตัวโครงการของ WHIZDOM 1O1 ได้ออกแบบให้อาคารหันหาแดดน้อยลง รับลมได้ดี ปลูกต้นไม้เพื่อลดอุณหภูมิ สิ่งเหล่านี้ช่วยลดการใช้เครื่องปรับอากาศ ทำให้ลดการใช้พลังงานได้ถึง 30 เปอร์เซนต์จากค่ามาตรฐาน และจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 15,000 ตันต่อปี

แนวคิด Green Lifestyle เพื่อการใช้ชีวิตใน Third Place ใกล้พื้นที่พักอาศัย
เมื่อทุกการก้าวเดินของคุณจะช่วย ‘เปลี่ยนโลก’ ให้ดีขึ้น
จะเป็นอย่างไรเมื่อการก้าวเดินเข้าตึกของคุณสามารถช่วยผลิตพลังงานได้ Passive Design ของโครงการ WHIZDOM 1O1 ออกแบบพื้นทางเชื่อม SKYWALK หน้าโครงการ ที่คนจำนวนมากเดินผ่านทุกๆ วันทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือน คิดเป็น 1 ก้าวเดินสามารถผลิตพลังงานได้ 5 วัตต์ นำไปใช้เป็นไฟส่องสว่างทางเดิน ผสานแนวคิดที่เรียบง่ายกับเทคโนโลยี ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการใช้พลังงานได้อย่างแท้จริง Passive Design นี่เองที่ทำให้ WHIZDOM 1O1ได้รับรางวัล Smart Cities – Clean Energy ไปครอบครอง และเราตื่นเต้นกับโครงการที่กำลังจะแล้วเสร็จในอนาคตอันใกล้นี้

ภาพโครงการมุมจากถนนสุขุมวิท
ย้อนกลับไปที่เมืองเมลเบิร์น เมืองที่มีพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริง ต้องยอมรับว่ามันอาจเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่เป็นการเดินไปด้วยกันระหว่างชุมชน องค์กรเอกชน รวมถึงรัฐบาล ที่พวกเขาทำสำเร็จ เพราะเมืองอัจฉริยะ เกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าหากขาดการเชื่อมโยงของคนในชุมชน โมเดล WHIZDOM 1O1 จึงเป็นโมเดลเมืองในอนาคตที่ดี ที่จะเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ และอีกหลายพื้นที่ของประเทศไทยเช่นเดียวกัน

เกี่ยวกับ WHIZDOM 1O1 (วิสซ์ดอม วัน โอ วัน) : โครงการ Mixed-use ขนาดใหญ่ย่านปุณณวิถี พัฒนาโดย บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) พื้นที่ไลฟ์สไตล์ ออฟฟิศ และคอนโดมิเนียม ที่มุ่งเน้นเรื่องคุณภาพของที่อยู่อาศัย คำนึงถึงการประหยัดพลังงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการคำนึงถึงความสัมพันธ์ในชุมชนโดยรอบ ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีและปลอดภัยขึ้น
นอกจากนี้ WHIZDOM 1O1 ยังถูกพัฒนาให้เป็นเมืองที่สร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่ (Startup) ที่ต่อยอดไปสู่การเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ในอนาคตอีกด้วย
