จรูญเภสัช 40 ปีของการเป็น First Mover เติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วย Data Analytics

สำหรับโลกธุรกิจ “ภาวะวิกฤต” คือบททดสอบสำคัญของการเป็นผู้นำที่แท้จริง

ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบันอาจจะพูดได้ว่า เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ Marketeer นำเสนอบทสัมภาษณ์ของผู้บริหารในหลากหลายองค์กรชั้นนำ พร้อมผ่ากลยุทธ์และวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนธุรกิจ

และนี่เป็นอีกครั้งที่มีโอกาสพูดคุยกับ คุณณัฎฐ์ธิดา เกียรติวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จรูญเภสัช จำกัด ผู้บริหารรุ่นใหม่ที่นำพา “บริษัทยาสัญชาติไทย” ตะลุยฝ่าวิกฤตอย่างแข็งแกร่งสวนทางกับสภาวการณ์ของตลาด ด้วยตัวเลขความสำเร็จที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ Key Success Factor ที่ว่าFirst Mover

ณัฎฐ์ธิดา เกียรติวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จรูญเภสัช จำกัด

ผู้ผลิตแคลเซียมเม็ด ‘รายแรกของไทย

40 ปีกับบทบาทของผู้ผลิต ยาเฉพาะโรค เช่น ยารักษาโรคเกาต์ โรคไต ฯลฯ ไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้านทั่วไป โดยมีลูกค้าหลัก ได้แก่ โรงพยาบาล โรงเรียนแพทย์ และคลินิก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพ ความรู้ความสามารถและมาตรฐานการผลิตได้เป็นอย่างดี

ผลงานที่สร้างชื่อเสียงและการยอมรับให้กับบริษัทมากที่สุด ได้แก่ การเป็นบริษัทแรกที่ผลิตแคลเซียมคาร์บอเนตแบบเม็ดในประเทศไทย ในชื่อ ‘CHALKCAP’

CHALKCAP คือ First Mover แรกของเรา แคลเซียมของเราไม่ได้ใช้แค่ในเรื่องกระดูกเท่านั้น แต่ยังใช้เป็น Phosphate Binder ในผู้ป่วยโรคไตด้วย ซึ่งแน่นอนว่านำมาซึ่งส่วนแบ่งการตลาดมากมาย นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายชนิด ๆ ที่เราผลิตเป็นเจ้าแรกในประเทศอีกด้วย”

(*ใบอนุญาตโฆษณายาทางสื่อ เลขที่ ฆท.1320/2563)

ยา Original สัญชาติไทย คุณภาพระดับสากล

หลายคนมักพูดว่า จะใช้เฉพาะ ยา Original’ หรือยาจากต่างประเทศเท่านั้น แต่ CHALKCAP ทลายกำแพงความเชื่อที่ว่ายานอกดีกว่ายาไทย’ ลงอย่างสิ้นเชิง

ด้วยประสิทธิภาพในการรักษาอันยอดเยี่ยม และเป็นที่ต้องการของแพทย์อย่างมาก ขยายต่อเนื่องสู่ร้านขายยาทั่วประเทศนับหมื่นราย และยังส่งออกไปกลุ่มประเทศ CLMV อีกด้วย

แม้จะเป็นบริษัทยาสัญชาติไทย เราก็เป็น Original ได้ ต้องสร้างความแตกต่างได้ด้วยคุณภาพและบริการ ไม่ใช่เน้นเรื่องราคา เราเลือกผลิตยาที่มี Product Life Cycle นาน ๆ ไม่เน้นฉาบฉวย เป็นยาที่ต้องใช้ไปตลอด ไม่ใช่อาหารเสริมที่มาแค่ตามเทรนด์”

เติบโตอย่างแข็งแกร่งในภาวะวิกฤต

นับเป็นความท้าทายของผู้บริหารสาวคนเก่งอย่างมากกับการกุมบังเหียนองค์กรแห่งนี้ รับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบกับทุกภาคธุรกิจ

พูดตามตรงภาวะเช่นนี้แค่ทำยอดขายให้เสมอตัวยังยาก แต่ยอดขายของจรูญเภสัชปี 2563 ในประเทศ นับแค่ถึงเดือนกันยายน 2563 เราเติบโตขึ้นกว่าปี 2562 แล้วถึง 4% ขณะที่ต่างประเทศโตขึ้นถึง 17% ซึ่งยอดขายต่อปีของเราปกติจะอยู่ที่ตัวเลข 9 หลัก”

ซึ่งกลยุทธ์สำคัญที่คุณณัฎฐ์ธิดานำมาใช้ ยังคงเป็น ‘First Mover’ ที่ไม่ใช่แค่ขยับตัวแค่ภายใน แต่หมายรวมถึงการบริหารในทุกภาคส่วนทั้งจรูญเภสัช ลูกค้า และคู่แข่ง

“ยอดขายเราโตขึ้น ไม่ใช่เพราะว่าคนป่วยมากขึ้น เราโตขึ้นเพราะการวางแผนและรับมือกับสถานการณ์วิกฤตได้ดีและรวดเร็ว ความเป็น First mover คือ เรามองหาโอกาสตลอดเวลา และเมื่อเจอโอกาสแล้ว เราจะเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งเราไม่อยากใช้คำว่า Agility หรือความเร็วในการปรับตัวอย่างเดียว เพราะก่อนจะปรับหรือเปลี่ยนอะไร เราต้องเห็นโอกาสก่อน”

บริหารจัดการ DATA นำไปสู่การสร้างโอกาส

เราเป็น First mover ได้ก็เพราะเราใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างโอกาส”

การบริหารจัดการ DATA อย่างเข้มข้นในทุกแง่มุม คือแก่นสำคัญที่นำไปสู่การเป็น First Mover และสร้างโอกาสได้อย่างมีประสิทธิภาพในมุมมองของคุณณัฎฐ์ธิดา ซึ่งนับเป็นอาวุธสำคัญในการต่อสู้ในธุรกิจปัจจุบันและอนาคต

“เราเคยได้ยินคำว่า Data is the New Oil ก็เหมือนกันกับข้อมูล จะสร้าง Impact สร้างโอกาสให้เราได้ ถ้ารู้จักใช้ รู้จักวิเคราะห์”

ที่ผ่านมา จรูญเภสัช มีการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าในเชิงลึกให้สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าถึงความต้องการได้ เพื่อรักษาฐานลูกค้าและยอดขาย

“ในช่วง COVID-19 ที่ผ่านมา เราใช้ข้อมูลเหล่านี้ช่วยทั้งลูกค้าและตัวเราเอง โดยประเมินสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบจากการ Lockdown ในเมืองต่าง ๆ และในขณะที่คนอื่นอาจจะกำลัง Panic แต่เราคิดก่อนเลยว่า การขนส่งจะลำบาก และไม่ทราบว่าจะ Lockdown นานแค่ไหน เราจึงรีบติดต่อลูกค้าด่วนเลย โดยเฉพาะ รพ. จะขาดยาไม่ได้ และใช้ข้อมูลที่มีแนะนำว่า ถ้า Lockdown แต่ยังคงมียา Supply ให้คนไข้ตลอด 3 เดือน ทาง รพ. ควรจะต้องสั่งยาอะไร จำนวนเท่าไร ซึ่งทั้งลูกค้าเราและคนไข้ก็ไม่ได้รับผลกระทบ รวมถึงตัวเราเองด้วย”

ขยายจาก B2B สู่ B2C พร้อมปรับตัวรับทุกเทรนด์ใหม่ ๆ ในอนาคต

สำหรับการก้าวต่อไปในอนาคต สู่ยุคที่ความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วและตลอดเวลา เป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญที่คุณณัฎฐ์ธิดามองว่า ทุกองค์กรต้องปรับตัวให้ทัน

โดยจะใช้ กลยุทธ์ ‘Customer Experience’ ความเข้าใจปัญหาและความต้องการลูกค้า พร้อมมุ่งมั่นแก้ปัญหา เป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

เราลุยตลาด B2B มาตลอด 40 ปี และเป็นไปอย่างแข็งแกร่ง ตอนนี้เราต้องการความท้าทายและอยากจะหาโอกาสใหม่ ๆ ในตลาด B2C บ้าง ซึ่งการเรียนรู้เทรนด์ความต้องการของลูกค้าสำคัญมาก ๆ

จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไป เริ่มสนใจการดูแลตัวเองมากขึ้น ไม่ได้มองแค่การรักษาอีกต่อไป ขณะเดียวกันโรงพยาบาลก็เริ่มปรับตัว เน้นเรื่อง Health and Wellness และเริ่มคัดกรองผู้ที่ป่วยไม่มากออกจากกลไกรักษา เมื่อเรามองเห็นแล้วว่า ผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างไร ลูกค้าเปลี่ยนไปอย่างไร และเราจะปรับตัวล้อไปกับคลื่นนี้อย่างไร ซึ่งผลิตภัณฑ์ของเราก็พร้อมตอบโจทย์สอดรับกับเทรนด์ใหม่ ๆ ตลอดเวลา”

คุณณัฎฐ์ธิดาฝากทิ้งท้ายถึงผู้บริโภคทุกท่านว่า

เราภูมิใจในความเป็น บริษัทยา ของเรามาก เราอยากทำให้จรูญเภสัชเป็นที่รู้จักในหมู่คนกินยาด้วย ไม่ใช่แค่หมอหรือเภสัชกร เราอยากให้รู้ว่ายาของเรามีคุณภาพไม่แพ้ยาจากต่างประเทศ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ Request สิ่งที่ดีให้ตัวเองได้”

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจรูญเภสัช

Website: http://www.crb.co.th

Facebook Page: http://www.facebook.com/charoon.bhesaj

YouTube: http://www.youtube.com/จรูญเภสัช

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer