เหงื่อออกจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเลยหรือ? คงเป็นคำถามที่เกิดขึ้นกับคนที่ไม่เคยทราบเรื่องราวของโรค ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ (Primary Hyperhidrosis) มาก่อน ซึ่งผู้ที่ป่วยโรคนี้จะมีเหงื่อออกมากเฉพาะที่ เช่น บริเวณหน้า, มือ, และรักแร้ จนขาดความมั่นใจและเป็นอุปสรรคในการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน รวมทั้งสูญเสียความร้อนออกจากร่างกายด้วย
ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ (Primary Hyperhidrosis)
ปกติแล้วร่างกายคนเราจะมีกระบวนการเมตาบอลิซึ่ม (Metabolism) ซึ่งเป็นกระบวนการสันดาปอาหารให้เป็นพลังงานเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน กระบวนการดังกล่าวทำให้เกิดความร้อนในร่างกาย เพื่อให้ร่างกายอยู่ได้ปกติสุข จึงต้องระบายความร้อนออกมา เพื่อคลายความร้อนภายในร่างกาย โดยออกมาในรูปแบบของ “เหงื่อ” เพื่อให้อุณหภูมิในร่างกายอยู่ในระดับที่เหมาะสม
ในทางการแพทย์ เราสามมารถแบ่งผู้ป่วยที่มีภาวะเหงื่ออออกมากผิดปกติแบ่งได้เป็น 2กลุ่ม ได้แก่
1.กลุ่มที่มีสาเหตุจากภาวะความผิดปกติในร่างกาย (Secondary Hyperhidrosis) คนไข้ในกลุ่มนี้ จะมีเหงื่อออกในปริมาณมากทั่วร่างกาย แม้กระทั่งในเวลานอน ซึ่งมีสาเหตุมาจากภาวะที่มีปริมาณความร้อนที่ค่อนข้างมากในร่างกายจากผลข้างเคียงของโรคต่างๆ เช่น โรคไทรอยด์เป็นพิษ, โรควัณโรคปอด, โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง, ผู้ที่เป็นโรคอ้วน หรือมีภาวะอ้วนมากๆ, หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือน, หรือการรับประทานยาบางชนิด เป็นต้น ซึ่งแพทย์จะทำการรักษาด้วยการวินิจฉัยหาสาเหตุของโรค และทำการรักษาให้ถูกต้องตามสาเหตุของโรคนั้นๆ
2.กลุ่มที่ไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน (Primary Hyperhidrosis) กลุ่มนี้จะมีภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ ที่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด โดยไม่ได้มีสาเหตุมาจากภาวะแทรกซ้อนของโรคอื่นๆ เกิดได้ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย คนไข้ในกลุ่มนี้ จะมีเหงื่อออกเฉพาะบริเวณบางส่วนของร่างกาย เช่น ใบหน้า ศีรษะ รักแร้ ฝ่ามือ มักพบได้บ่อยในกลุ่มคนที่อายุยังน้อย ในกลุ่มวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี คนไข้ที่มีภาวะนี้ จะพบว่ามีญาติสายตรง หรือพ่อแม่บางส่วนที่มีภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติเช่นกัน
การรักษาผู้ป่วยในกลุ่มนี้อาจทำได้ 2 วิธี คือ การรักษาแบบผ่าตัดส่องกล้อง และการรักษาแบบไม่ผ่าตัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแพทย์ร่วมกับคนไข้ในแต่ละราย
การรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด ได้แก่ การใช้ยาทาในกลุ่ม aluminum chloride หรือการฉีดสาร botulinum toxinเข้าบริเวณใต้ผิวหนังที่มีอาการ เป็นการรักษาแบบประคับประคองเท่านั้น เมื่อเลิกรักษาอาการก็กลับมาเป็นใหม่ ผู้ป่วยที่มีอาการไม่มากและสะดวกกับการรักษาด้วยยาทา ก็สามารถเลือกรักษาด้วยวิธีนี้
การรักษาแบบผ่าตัดส่องกล้อง โดยเรียกการผ่าตัดนี้ว่า Thoracoscopic sympathectomy เป็นวิธีการรักษาที่ทำให้ผู้ป่วยหายขาดจากภาวะนี้ โดยอาศัยหลักการที่ว่าการหลั่งเหงื่อของร่างกายนั้น เกิดจากการสั่งการโดยสมอง ผ่านระบบประสาทอัตโนมัติแบบซึมพาเทติค (sympathetic nervous system) ซึ่งจะมีการส่งสัญญาณไปตามเส้นประสาทย่อยๆ ผ่านปมประสาทซิมพาเทติคถึงปลายทางที่บริเวณต่อมเหงื่อ ให้มีการหลั่งเหงื่อ โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดผ่านกล้องเพื่อทำลายปมประสาทบางส่วนที่ส่งสัญญาณหลั่งเหงื่อมายังบริเวณใบหน้า, มือหรือรักแร้ จึงทำให้ไม่มีการหลั่งเหงื่อเกิดขึ้นที่บริเวณนั้นๆ หลังจากการผ่าตัดใช้เวลาพักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง1คืน คนไข้ก็จะสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ
ผู้ป่วยที่สงสัยว่าจะมีอาการเหงื่ออกมากผิดปกติ ควรมารับการตรวจทีโรงพยาบาล เพื่อวินิจฉัยแยกว่าเป็นกลุ่มใดและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมต่อไป อย่าปล่อยให้ปัญหาเรื่องเหงื่อ มาฉุดเอาความมั่นใจไปจากคุณ เพราะบางทีจากเรื่องเล็กๆ ที่เคยมองข้าม อาจลุกลามกลายเป็นปัญหาที่ตามติดตัวคุณไปตลอดเลยก็ได้ ทางที่ดี รู้เร็ว รักษาก่อน จะได้หายขาดจากโรคเหงื่อออกมากผิดปกติ แถมใช้ชีวิตอย่างมั่นใจได้อีกด้วย

พล.ต.ต.นายแพทย์วารินทร์ วชิรปัญญานุกูล
ศัลยแพทย์อาวุโสผู้เชี่ยวชาญ ด้านการผ่าตัดผ่านกล้อง รพ. พญาไท นวมินทร์
