ดัชนี Nasdaq 100 เป็นดัชนีที่ให้ผลตอบแทนในปี 2020 ที่จัดว่าดีมาก ล่าสุดจนถึงวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา ดัชนีให้ผลตอบแทนในปี 2020 สูงถึง +26.65% ซึ่งถือว่าสูงมาก แต่ก่อนที่เราจะไปดูว่าทำไมดัชนีนี้ถึงได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีมาก และหุ้นอะไรปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีที่สุด เรามาทำความรู้จักกับดัชนีนี้กันสักเล็กน้อยครับ

ดัชนี Nasdaq 100 เป็นดัชนีที่รวมหุ้นจำนวน 103 หลักทรัพย์จาก 100 บริษัทเข้าไว้ด้วยกัน (หุ้น Alphabet, Fox และ Liberty Global มีหุ้นทั้ง 2 class ในดัชนี) และเป็นหุ้นที่มีขนาดตลาดหรือ Market Cap. ใหญ่ที่สุดในดัชนี Nasdaq ซึ่งเป็นดัชนีรวมหุ้นที่ไม่ใช่สถาบันการเงินเข้าไว้ด้วยกัน ปัจจุบันกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนในดัชนี Nasdaq 100 มากที่สุด 3 อันดับแรกคือ กลุ่มเทคโนโลยี 64% กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย 23% และกลุ่มเฮลท์แคร์ 6.4% เรียกได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่หรือ New Economy เป็นส่วนใหญ่

เมื่อพอรู้จักกับดัชนี Nasdaq 100 กันแล้ว มาดูกันว่าอะไรที่ทำให้ดัชนีตัวนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีมาก โดยมีหลายปัจจัยที่สนับสนุน เช่น

  1. การอัดฉีดสภาพคล่องของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เพื่อช่วยเยียวยาเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 นอกจากจะมีการอัดฉีดสภาพคล่องสูงมากแล้ว Fed ก็ได้ลดดอกเบี้ยลงมาสู่ระดับต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งที่ระดับ 0-0.25% รวมถึงธนาคารกลางอีกหลาย ๆ ประเทศก็ลดดอกเบี้ยลงมาที่ระดับต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน เมื่อสภาพคล่องมีสูงและดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำมาก ความน่าดึงดูดของหุ้นที่พื้นฐานดีและมีฐานลูกค้าอยู่ทั่วโลกจะยิ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น
  2. หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและเฮลท์แคร์เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดจำกัด และหลาย ๆ บริษัทได้รับผลกระทบในเชิงบวกด้วย เช่น บริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซ คลาวด์คอมพิวติ้ง และผู้ให้บริการด้านประชุมทางไกล
  3. หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีหลายบริษัทโดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่อย่าง Apple Microsoft Amazon และ Facebook เป็นบริษัทที่มีฐานะการเงินดีมาก และมีผู้บริโภคมาซื้อสินค้าและบริการมากขึ้นในช่วงแพร่ระบาด ส่งผลให้สภาพคล่องที่มีมากขึ้นในระบบการเงินไหลเข้าไปลงทุนในบริษัทเหล่านี้มากขึ้น และไม่ใช่กระแสเงินจากในสหรัฐฯ เพียงอย่างเดียว เม็ดเงินลงทุนจากทั่วโลกก็ไหลเข้าไปที่หุ้นเหล่านี้ด้วยเช่นกัน
  4. เมื่อดอกเบี้ยต่ำและสภาพคล่องมีสูง แต่ทางเลือกในการลงทุนมีอยู่จำกัดเท่าเดิม ความถูกความแพงของหุ้นจึงเป็นปัจจัยที่ลดความสำคัญลงไป แต่นักลงทุนให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริษัทมากขึ้น จึงทำให้ราคาหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีหลาย ๆ บริษัท รวมถึงบริษัทเฮลท์แคร์ และสินค้าฟุ่มเฟือยอย่างผู้ผลิตรถยนต์ EV บางรายปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีมาก
  5. บริษัทเทคโนโลยีเป็นบริษัทที่เข้าธีมการลงทุนยุคใหม่ที่กองทุนระดับโลกจะให้น้ำหนักกับเรื่อง ESG (Environment, Social และ Governance) มากขึ้น ซึ่งไม่ได้ให้ความสำคัญกับผลการดำเนินงานเพียงอย่างเดียว

ตอนนี้ เรามาดูกันว่าราคาหุ้นของบริษัทอะไรในดัชนี Nasdaq 100 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีที่สุด 3 อันดับแรกในปี 2020 รวมถึงมาทำความรู้จักว่าบริษัทเหล่านี้ทำธุรกิจอะไรกันคร่าว ๆ ครับ

บริษัทที่ให้ผลตอบแทนมากที่สุดในดัชนีเป็นบริษัทที่ใคร ๆ หลายคนรู้จักกันดีรวมถึงน่าจะได้ใช้บริการของบริษัทด้วย บริษัทนั้นก็คือ Zoom Video ผู้ให้บริการด้าน Video Conference ที่ใช้งานได้อย่างสะดวกและรวดเร็วนั่นเอง โดยราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง +577% เนื่องจากบริการของบริษัทได้เติบโตขึ้นมากในปีนี้จากการแพร่ระบาดและนโยบาย Social Distancing ที่ทำให้คนต้องทำงานและกิจกรรมต่าง ๆ อย่างการออกกำลังกาย หรือทำอาหารอยู่ที่บ้าน ไม่ใช่แต่เพียงผู้ใช้บริการที่มากขึ้นเพียงอย่างเดียว รายได้ของบริษัทก็เพิ่มขึ้นสูงมาก โดยรายได้ในรอบบัญชีที่สิ้นสุดในเดือนมกราคม 2020 มีเพียง 168 ล้านดอลลาร์ ผลการดำเนินงานล่าสุดที่สิ้นสุดในเดือนกรกฎาคม 2020 เพิ่มสูงขึ้นมาที่ 664 ล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นถึง 295% ในระยะเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น ด้านกำไรก็เพิ่มขึ้นจาก 15 ล้านดอลลาร์มาที่ 186 ล้านดอลลาร์หรือเพิ่มขึ้นถึง 1,140% เลยทีเดียว

บริษัทที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 คือ Tesla ผู้ผลิตรถยนต์นั่งพลังงานไฟฟ้าหรือ EV Car นั่นเอง ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้น 364% ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นมากจนทำให้ผู้บริหารสูงสุดอย่าง Elon Musk กลายเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในอันดับที่ 5 ของโลก ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาหุ้น Tesla ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีเนื่องจากยอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องของบริษัท การแสดงวิสัยทัศน์ของ Elon Musk ที่ทำให้นักลงทุนเห็นภาพการเติบโตของบริษัทได้อย่างชัดเจน แสดงเส้นเวลาให้นักลงทุนเห็นชัดว่าจะขยายโรงงานในปีไหน เสร็จเมื่อไหร่ และจะมียอดการผลิตเป็นอย่างไร รวมถึงเป็นบริษัทที่นักลงทุนทั่วโลกโดยเฉพาะกลุ่มอายุตั้งแต่ 24-39 ปี ให้ความนิยมสูงมาก

บริษัทที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดเป็นอันดับ 3 คือ Moderna บริษัทด้านไบโอเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรค Covid-19 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 245% ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดี เนื่องจากบริษัทเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัคซีนด้านไวรัส Covid-19 ที่จะสามารถกระจายวัคซีนเข้าสู่ตลาดได้เป็นเจ้าแรก ๆ โดยเบื้องต้นคาดว่า บริษัทน่าจะส่งมอบวัคซีนราว 20 ล้านโดสในช่วงปลายปี 2020 หรือต้นปี 2021 เป็นอย่างช้า และจะสามารถผลิตได้สูงถึง 500-1,000 ล้านโดสในปี 2021 ปัจจัยหลักที่ทำให้นักลงทุนค่อนข้างเชื่อมั่นในวัคซีนของบริษัทนี้ เนื่องจากผลการทดลองในผู้ป่วยสูงอายุที่มีภูมิต้านทานต่ำให้ผลเป็นที่น่าพอใจไม่ต่างจากผู้ป่วยที่เป็นหนุ่มสาว

ถึงแม้ว่าสภาพคล่องจะมีอยู่สูงมากและดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำมาก แต่หุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีในดัชนี Nasdaq 100 ก็มีปัจจัยที่ทำให้หุ้นเหล่านี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้จริง นั่นคือผลการดำเนินเงานที่แข็งแกร่งและการฉายภาพอนาคตที่ชัดเจนที่ทำให้นักลงทุนเห็นภาพว่าบริษัทจะโตได้อย่างไร ไม่ได้ขึ้นเพราะสภาพคล่องเพียงอย่างเดียว ทุกวันนี้ นักลงทุนมีทางเลือกในการลงทุนที่ยืดหยุ่นขึ้นมาก สามารถลงทุนได้ทั้งในและต่างประเทศ สามารถลงทุนหุ้นเป็นรายตัวหรือลงทุนผ่านกองทุนดัชนีที่มีต้นทุนต่ำอย่าง ETF ก็สามารถทำได้ แต่ถ้ามองว่าการลงทุนในต่างประเทศยังเป็นเรื่องที่รู้สึกว่าไกลไปและเสี่ยงไป สามารถเริ่มต้นลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษี SSF และ RMF ที่ลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ ได้ทั้งเรื่องการออม ลดหย่อนภาษี และประสบการณ์ไปพร้อม ๆ กัน

มองให้ไกลและกว้างขึ้น โอกาสในโลกของการลงทุนยังมีอีกมากครับ

 

บทความโดย เพิ่มศักดิ์ จักร์มงคลชัย

รองผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยการลงทุน สายงานวิจัย

บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer