ค่ายเพลงวัยทีนอย่าง kamikaze จะปิดตำนานด้วยอายุ 10 ปีจริงเหรอ ?

แม้ข่าวล่าสุดทาง RS จะออกมาปฎิเสธว่าค่ายเพลงนี้ยังมีลมหายใจอยู่ แต่หากมองไปที่ตัวศิลปินระดับแม่เหล็กในอดีตทุกคนต่างถอนสัญญาหรือหมดสัญญากันไปหมด และเมื่อศิลปินไม่อยู่ พนักงานที่ทำเพลงก็ลาออกจนเกือบหมด จะเหลือแต่นักร้องฝึกหัด พร้อมกับมีข่าวออกมาล่าสุดว่าทางทีมผู้บริหาร RS ได้ลดขนาดธุรกิจงานเพลงจาก 10% เหลือ 5% เท่านั้น

ซึ่งนั่นแปลว่า New Business Model ของเฮียฮ้อ บิ๊กบอสแห่งค่าย RS ที่ประกาศในช่วงต้นปีว่า ต่อไปนี้หากศิลปินคนไหนอยากมีผลงานเพลงออกสู่สาธารณชน ต้องควักเงินตัวเองร่วมลงทุนกับบริษัทกลายเป็น “ไม้ตายที่ใช้ไม่ได้ผล” ในยุคเพลงดิจิทัล

หมดยุค 1 ล้านตลับแต่ต้อง 1 ล้าน View

ไม่เว้นแม้แต่ฝัง “ Grammy” เองก็ได้ลดไซส์และจำนวนพนักงานในกลุ่มธุรกิจเพลง โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดในวันที่แถลงข่าวช่อง GMM 25 ผู้บริหารระดับสูงแกรมมี่เองก็บอกว่ากำลังพิจารณาที่จะขายอีก 2 ธุรกิจที่ไม่ทำผลกำไร แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่าเป็นธุรกิจอะไร แต่สื่อมวลชนหลายสำนักก็คาดเดาว่าหนึ่งในนั้นน่าจะเป็นธุรกิจเพลง

แม้ที่ผ่านมาทั้ง 2 ยักษ์ใหญ่จะออกมายืนยันเสียงแข็งว่าต่อให้เวลานี้ตัวเองจะรุกธุรกิจทีวีดิจิทัล อย่างเต็มตัว แต่ธุรกิจเพลงนั้นคือ DNA ที่ทำให้ทุกคนต่างรู้จักชื่อ Grammy และ RS ต่อให้สถานการณ์ย่ำแย่ขนาดไหน ก็ไม่มีทางที่จะปิดตัวธุรกิจเพลงในยุคดิจิทัล

แต่ยุคนี้ไม่ใช่ยุค 90 หรือยุคปี 2000 ที่ศิลปินจะสร้างยอดขาย 1 ล้านตลับกันเป็นว่าเล่นพร้อมกับมีงาน Presenter และงานโชว์ตัวต่างๆ,พร้อมคอนเสิร์ตมากมาย

เพราะยุคนี้ใครๆ ก็สามารถแจ้งเกิดในวงการเพลงได้โดยมีช่องทางออนไลน์อย่าง Youtube และ facebook เป็น 2 อาวุธหลักที่วัดกันยอด View ไม่ใช่ยอดขายเทปและแผ่น CD ที่จะเป็นรากฐานไว้สร้างชื่อเสียงและรายได้มหาศาลให้แก่ตัวเอง และที่สำคัญขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนหากเทียบกับในอดีต แถมไม่ต้องมีเงินทุนมากมายก็ “แจ้งเกิด” ได้

4 ตัวอย่างศิลปินที่แจ้งเกิด ปัง ปัง อย่างน่าเหลือเชื่อ

ศิลปิน Youtube

จิณเจษฎ์ วรรธนะสิน

แค่นามสกุลก็รู้ว่านี้คือลูกชายคนโตของ เจ เจตริน แน่นอน เจ ผู้เป็นพ่อได้ใช้ Facebook ของตัวเองค่อยๆ บ่มเพาะให้คนรู้จักลูกชายตัวเอง จากนั้นก็เปิดตัวเพลงแรกใน Youtube ที่มีสปอนเซอร์อย่าง “ไวตามิลค์” และเพียง 10 ชม.หลังจาก MV นี้ออนแอร์ทาง Youtube และ Facebook สร้างยอด View ได้ 1 ล้านวิว และในเวลานี้หากรวมทุกช่องทางทะลุ 100 ล้านวิวเป็นทีเรียบร้อย

โดยเวลานี้ จิณเจษฎ์ มีงานโชว์ตัวเดินแบบ รวมไปถึงหากใครจะจ้างคุณพ่อเจก็ต้องขอแพ็คเกจลูกชายมาขึ้นคอนเสิร์ตด้วย

วงพัทลุง

จาก Music Video “​มหาลัย วัวชน” ที่ต้องยืมทุกอย่างทั้งกล้องที่ถ่าย รถกระบะ จนกลายเป็นคลิปวีดีโอใน Youtube โดยแรกๆ โด่งดังเฉพาะในจังหวัดพัทลุงแต่ด้วยการรับงานคอนเสิร์ตเล็กๆ ต่อเนื่อง บวกกับกระแสไวรอลใน Youtube จนทำให้เพลงนี้โด่งดังทั่วประเทศ มีงานโชว์ทั้งในทีวีและรายการในออนไลน์

ก้อง ห้วยไร่

เขาเป็นคนแต่งและร้องเพลง “ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน” ซึ่งแต่งมาจากชีวิตของตัวเอง จากนั้นอัดวิดีโอลง facebook ได้ 7 Like และ 1 Comment จนมาพบกับนายทุนลงทุนทำ Music Video จนกลายเป็นเพลง 1 ล้านวิว แต่ก็ดังเฉพาะแค่ในภาคอีสาน จน ไข่มุก เดอะวอยซ์ นำมาร้องประกวดก็ทำให้เพลงนี้เป็นที่รู้จักทั่วประเทศ และทำให้ก้อง ห้วยไร่ มีงานโชว์ตัวและงานร้องเพลงละคร จนถึงไปเป็นนักแสดงภาพยนตร์

ลำไย ไหทองคำ

จากเด็กอีสานจังหวัดร้อยเอ็ดที่รับงานกับวงอิเล็กโทน ตอนเรียน ป.4 แล้วเข้าสังกัดเพลงเล็กๆในต่างจังหวัด จนมีผลงานเพลงแต่ที่ทำให้เธอแจ้งเกิดนั้นคือลีลาการแสดงและ Music Video เพลง “ผู้สาวขาวเลาะ” ที่หลังจากปล่อยออกมาได้เพียงแค่ 3 เดือน ยอดวิวใน Youtube ทะลุหลัก 100 ล้านวิวเลยทีเดียว ปัจจุบันเธอมีงานโชว์ตัวเกือบทุกวันและงานบันเทิงอื่นๆอีกมากมาย

ต้นทุนที่ต่ำกว่าของศิลปิน Youtube

ศิลปินเหล่านี้บางคนพอมีทุนในกระเป๋าก็ตั้งค่ายเพลงเอง บางคนก็เลือกที่จะอยู่ค่ายเล็กๆ แต่ทุกคนเหมือนกันหมดนั้นคือมีต้นทุนที่ต่ำและความคล่องตัวในการทำงานสูงหากเทียบกับศิลปินค่ายยักษ์ใหญ่

เพราะถ้า Grammy หรือ RS ผลิต 1 เพลงให้ศิลปินคนหนึ่งสมมติต้นทุน 100 บาทศิลปินแจ้งเกิดใน Youtube อาจมีต้นทุนไม่ถึง 50 บาทด้วยซ้ำ

ดังนั้นค่ายเพลงยักษ์ใหญ่จึงไล่เก็บค่าลิขสิทธิ์เพลงจากสถานที่บันเทิงต่างๆ รวมไปถึงช่องทางออนไลน์ ส่วนศิลปิน Youtube เลือกที่จะชื่นชอบให้เพลงของตัวเองถูกนำมาเปิดหรือมีวงดนตรีมาเล่นบ่อยๆ ในสถานบันเทิง

เพราะต่างคนต่างมุมมอง ค่ายยักษ์ใหญ่มองว่านี้คืออีกหนึ่งช่องทางรายได้ที่มาทดแทนยอดขายเทปที่หายไปในอดีต ตรงกันข้ามกับศิลปิน Youtube ที่มองว่ายิ่งสถานบันเทิงและในออนไลน์มีคนฟังเพลงพวกเขามากเท่าไร นั้นแปลว่า จะช่วยเพิ่มคะแนนความนิยมให้แก่ตัวเอง ผลที่ตามมาคือจะมีทั้งงานโชว์ตัวและงาน TV รวมถึง Event อื่นๆ ตลอดจนไปถึงงาน Presenter สินค้า

ศิลปินแม่เหล็กจะหลุดมือไหม ?

ความกังวลของค่ายยักษ์ใหญ่นอกจากต้องเจอศิลปิน Youtube จำนวนมากที่มาเปิดเกมแย่งชิงความนิยมไปจากศิลปินสังกัดค่ายตัวเองแล้วนั้น ยังต้องระแวงอีกว่าในอนาคตจะมีศิลปินในมือตัวเองกี่คนที่เมื่อหมดสัญญาจากทางค่ายแล้ว แล้วไม่ต่อสัญญาออกมาทำผลงานเพลงเองแล้วเข้าสังกัดศิลปิน Youtube

เพราะศิลปินเหล่านี้เชื่อว่าตัวเองก็มีฐานแฟนคลับทั่วประเทศไม่แพ้ศิลปิน Youtube หากทำผลงานเพลงดีๆ ทำการโปรโมทผ่านออนไลน์เข้มข้นพร้อมกับวิ่งหาสปอนเซอร์แบรนด์สินค้าเองก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย

เพราะ “เจ เจตริน” ก็ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างมาแล้วกับการปั้นลูกชายตัวเองผ่านโลกออนไลน์โดยมีสปอนเซอร์อย่าง “ไวตามิลค์” ค่อยสนับสนุนเป็นแบรนด์หลัก

เมื่อมีต้นแบบความสำเร็จมาแล้ว ศิลปินคนอื่นๆ ก็คงคิดในใจว่าในเมื่อตัวเองมีประสบการณ์และมีคอนเน็กชั่นกับแบรนด์สินค้าในมือ หากคิดจะตั้งค่ายเพลงเอง รับงานเอง ไม่ต้องแบ่งรายได้กับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ก็ทำได้ไม่ใช่เหรอ ?

โจทย์การตลาดของ 2 ค่ายยักษ์ใหญ่คือจะรักษาศิลปินแม่เหล็กที่มีอยู่ในมือตัวเองอย่างไรในยุคเพลงดิจิทัลที่ใครๆ ก็สามารถมีพื้นที่โชว์ผลงานตัวเอง รับงานเองได้ โดยไม่ต้องง้อบริษัท ขณะเดียวกันก็ต้องค้นหาจุดสมดุลในแง่ผลประโยชน์ทางรายได้ให้แก่ศิลปินในสังกัดตัวเองพอใจ

เพราะค่ายเพลงยักษ์ใหญ่เริ่มรู้ตัวแล้วว่าในยุคเพลงดิจิทัลไม่ใช่ปลาใหญ่กินปลาเล็กอีกต่อไป แต่เป็นปลาตัวเล็กๆ หลายตัวที่สามารถกลืนกินปลาตัวใหญ่ได้อย่างง่ายดาย

แม้ตอนนี้ปลาตัวใหญ่จะปรับกระบวนการตลาดเข้าสู่ยุคเพลงดิจิทัลแบบเต็มตัวแล้วก็ตามที

เรื่อง : ฉลองศักดิ์ สุขใจธรรม


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline