ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ปรับใหญ่ เพื่อเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย

ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก จับมือ เอกชน เปิดศูนย์บริการด้านการรักษาใหม่ ตอบโจทย์ทุกช่วงอายุ ภายใต้แนวทาง “หนึ่งศรัทธา สู่ล้านการเกื้อกูล” พร้อมวางแผนลงทุนหน่วยวันเดย์ทรีตเมนต์ หรือ “คีโมเทอราปี” (Chemotherapy) รักษามะเร็ง ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล สร้างศูนย์อุบัติเหตุ รองรับการเรียนการสอน รับส่งต่อผู้ป่วย คาดแล้วเสร็จภายใน 1–2 ปี

โดย ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ผนึกภาคเอกชน แถลงข่าว “หนึ่งศรัทธา สู่ล้านการเกื้อกูล” ขยายบริการด้านการรักษา โดยนำเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัยใช้ในการรักษา เพื่อเพิ่มบริการให้ผู้ป่วย ลดภาระงานโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ลดความแออัด และเพิ่มการเข้าถึง โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ศ. นพ.ประเสริฐ อัสสันตชัย รองคณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานในพิธี

รศ. นพ.ธีระ กลลดาเรืองไกร ผู้อำนวยการ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก กล่าวว่า ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกสามารถรองรับผู้ป่วยราว 350,000 คนต่อปี ส่วนใหญ่เข้ารับการรักษาด้านกระดูกและเวชศาสตร์ฟื้นฟู ขณะที่ปัจจุบันมีผู้ป่วยกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปเข้ารับการรักษามากขึ้น นำมาซึ่งการเปิดศูนย์บริการทางการแพทย์ใหม่ 9 ศูนย์ อาทิ “ศูนย์ล้างไต” ซึ่งจะเปิดบริการ 48 เตียง รักษาได้ 3 รอบต่อวัน สามารถดูแลคนไข้ได้ประมาณ 120 คนต่อวัน ถือเป็นการเข้าถึงการรักษาที่รวดเร็วรองรับผู้ป่วยจำนวนมากได้

“ศูนย์ตรวจการนอนหลับ” รองรับได้ 3 เตียงต่อคืน ไม่รวมการตรวจในช่วงกลางวันมากกว่า 10 คนต่อวัน ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าตามโรงพยาบาลขนาดใหญ่ผู้ป่วยต้องรอคิวนานเป็นปี ขณะที่การตรวจรักษาสำหรับโรงพยาบาลเอกชนมีราคาแพง ดังนั้น ศูนย์ดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ผู้ป่วยสามารถรักษาได้

และการเพิ่มเครื่อง “ออกซิเจนความดันสูงบำบัด” (Hyperbaric Oxygen Therapy : HBO) ให้มีจำนวนรวม 4 เครื่อง เพิ่มความสามารถในการดูแลผู้ป่วย โดยเครื่องออกซิเจนความดันสูงบำบัด 1 เครื่อง สามารถใช้ได้ 6 คนต่อวัน ดังนั้น หากมีทั้งหมด 4 เครื่อง จะสามารถดูแลผู้ป่วยได้ถึง 24 คนต่อวัน ซึ่งมีประโยชน์กับผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน และมีปัญหาการขาดเลือดไปเลี้ยงตามอวัยวะปลายทางต่าง ๆ, ผู้ป่วยที่ขาดออกซิเจน, ตาบอดเฉียบพลัน, หูดับเฉียบพลัน ซึ่งอันตรายต้องรีบรักษา, ผู้ป่วยที่ขาดออกซิเจนจากการได้รับแก๊สพิษ และผู้ป่วยที่มีแผลตามร่างกายจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น

สำหรับทิศทางในปี 2564-2565 รศ. นพ.ธีระกล่าวเพิ่มเติมว่า “ทางศูนย์ฯ วางแผนเปิดคลินิกให้บริการด้านสูตินรีเวช เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้ป่วยเด็ก, กลุ่มผู้ป่วยวัยเจริญพันธุ์ และบริการด้านศัลยกรรมทั่วไปให้มากขึ้น ตอบโจทย์การรักษาแบบครบวงจรทุกช่วงอายุ ตั้งเป้าขยายงานบริการด้านการแพทย์ให้สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 700,000 คนต่อปี พร้อมเดินหน้าสนับสนุนศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกให้เป็นโรงพยาบาลที่ศึกษาของนักศึกษาแพทย์ ทั้งแพทย์ประจำบ้าน และแพทย์ต่อยอดด้านต่าง ๆ สำหรับคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ให้สามารถมาฝึกวิชาได้ในอนาคต”

รวมถึงมีแผนลงทุนในการสร้างหน่วยให้เคมีบำบัด หน่วยวันเดย์ทรีตเมนต์ หรือ “คีโมเทอราปี” (Chemotherapy) เนื่องจากพบว่าผู้ป่วยบางรายไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล แต่จำเป็นต้องได้รับยาด้วยทีมพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญ

“การใช้รังสีในการรักษา ปัจจุบันมีการติดตั้งเครื่องฉายรังสีจำนวนไม่มาก ขณะเดียวกันการวินิจฉัยแล้วพบว่า ผู้ป่วยมีก้อนเนื้อที่สามารถผ่าตัดได้ และหลังผ่าตัดจำเป็นต้องได้รับการฉายแสง หรือพบว่า มีก้อนเนื้อ แต่ไม่สามารถผ่าตัดได้ จะต้องได้รับการฉายแสงอย่างเร่งด่วน แต่ปัญหาคือ ผู้ป่วยต้องรอคิวฉายแสงรักษามะเร็งเป็นเวลานาน ดังนั้น การสร้างหน่วยวันเดย์ทรีตเมนต์จะสามารถตอบสนองการรักษา โดยเฉพาะเตรียมพร้อมรับมือผู้ป่วยกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งพบว่ามีภาวะเป็นมะเร็งหรือเนื้องอกมากขึ้นในอนาคต” รศ. นพ.ธีระกล่าว

นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าสร้าง “ศูนย์อุบัติเหตุ” เพื่อรองรับการเรียนการสอนและดูแลผู้ป่วยอุบัติเหตุในพื้นที่ช่วงรอยต่อระหว่าง จ. นครปฐม และ กทม. รวมถึงรับส่งต่อผู้ป่วยจากภาคใต้ตอนบน โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างทีมแพทย์ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในการดูแลปัญหาอุบัติเหตุ รวมถึงกลุ่มผู้ป่วยไฟไหม้ คาดว่าจะเกิดขึ้นระยะ 1-2 ปีนี้

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer