ปัจจุบันเซ็นทรัลมีทราฟฟิกเฉลี่ย 55-60%

จากก่อนโควิด-19 ระลอกใหม่ระบาด เซ็นทรัลมีทราฟฟิกเฉลี่ย 80%

เซ็นทรัลต้องการช่วงชิงเวลาลูกค้าที่อยู่กับบ้านให้ออกมาจับจ่ายข้างนอกในไตรมาสหนึ่งมากขึ้น

ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวถึงความท้าทายของเซ็นทรัลในวันที่โควิด-19 ระลอกใหม่ดึงคนเดินห้างให้อยู่บ้านมากขึ้น

 

การเติบโตของทราฟฟิก 55-60% เป็นผลพวงมาจากมาตรการภาครัฐคลายล็อกดาวน์ลง อนุญาตให้เปิดสถานที่ต่าง ๆ มากขึ้นกว่าช่วงที่โควิด-19 ระลอกใหม่ระบาดในช่วงแรก

และหลังจากที่ภาครัฐคลายล็อกดาวน์เซ็นทรัลมีทราฟฟิกเพิ่มขึ้น 5-10%

 

นั่นคือทิศทางที่ดีสำหรับห้างเซ็นทรัลและร้านค้าที่เช่าพื้นที่ในห้าง เพราะทราฟฟิกของคนเดินห้างโอกาสสร้างรายได้ก็จะมีมากขึ้นตามมา

 

แต่ความท้าทายของเซ็นทรัลคือ ทำอย่างไรที่จะดึงทราฟฟิกคนกลับมาเดินห้างมากกว่าปัจจุบัน เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการที่คนทำงานใช้ชีวิตทำงานในรูปแบบ Work From Home และการ Learn From Home ของนักเรียนนักศึกษา คืออุปสรรคที่ทำให้คนออกนอกบ้านน้อยลง

และใช้ชีวิตอยู่กับบ้านบนโลกออนไลน์มากขึ้น

 

แล้วเซ็นทรัลพัฒนาจะทำอย่างไร

ในไตรมาสแรกของปี 2564 ดร. ณัฐกิตติ์วางแผนการตลาดดึงทราฟฟิกให้เริ่มต้นกลับมา 10-15% ผ่านกลยุทธ์การตลาดช่วงตรุษจีนผ่าน 3 แนวทาง ได้แก่

กลยุทธ์ที่ 1

Big Impact Campaign

แม้การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะทำให้เซ็นทรัลจัดอีเวนต์ดึงทราฟฟิกคนมาห้างร่วมอีเวนต์เป็นจำนวนมากพร้อม ๆ กันไม่ได้  แต่ในไตรมาสแรกของปี 2564 เซ็นทรัลพัฒนาส่งกลยุทธ์ดึงทราฟฟิกให้คนเข้ามาเดินห้างด้วยการจัดแคมเปญตรุษจีน ต่อด้วยแคมเปญหน้าร้อน ตลอดไตรมาสนี้

โดยแคมเปญตรุษจีนเซ็นทรัลพัฒนาวางกลวิธีดึงทราฟฟิกคนมาเดินห้าง 3 กลวิธี ได้แก่

  • จัดแคมเปญโปรโมชั่นลดราคาทั้งห้าง 30-70% และ Lucky Draw รวมถึงดูดวง Private กับหมอช้างสำหรับ Top Spenders  ซึ่งการจัดแคมเปญโปรโมชั่นต่าง ๆ เป็นกลวิธีในการการดึงทราฟฟิกและเม็ดเงินในกระเป๋าผู้บริโภคให้มาจับจ่ายกับเซ็นทรัลแทนออนไลน์และคู่แข่ง จากโปรโมชั่นลดราคาที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น
  • จัด Landmark ตรุษจีน พร้อมกับตกแต่งให้มีกลิ่นอายตรุษจีน ที่เซ็นทรัล 33 สาขาทั่วประเทศ  กลวิธีนี้เป็นการจูงใจให้คนออกจากบ้านและโลกออนไลน์มาที่เซ็นทรัลเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึก โพสต์ในโซเชียลมีเดีย และส่งให้เพื่อน เนื่องจากคนไทยนิยมถ่ายรูปสวย ๆ ตามสถานที่ต่าง ๆ และโลกออนไลน์ไม่สามารถตอบโจทย์ด้านนี้ได้
  • สร้างประสบการณ์ O2O (Online to Offline) ผ่าน Chinese New Year Filter บนเฟซบุ๊กและไอจี เพื่อให้ชาวโซเชียลอัปโหลดฟิวเตอร์พร้อมแชร์บน Story และ Post พร้อมติด Hashtag ตามกำหนด เพื่อลุ้นรับ Gift Voucher และรางวัลอื่น ๆ ซึ่งกลวิธีนี้เป็นการสร้าง Earn Media หรือสื่อฟรีจากผู้บริโภค กระจายสร้างการรับรู้บอกต่อไปยังเพื่อนร่วมโซเชียลในแคมเปญตรุษจีนของเซ็นทรัลได้อย่างดี

 

กลยุทธ์ที่ 2

Strengthen Business Ecosystem

สร้าง Value-chain ในธุรกิจที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกันผ่าน Partnership Campaign

เช่น การจับมือกับโรงแรมในเครือ Centara และ Hilton ทำโปรแกรม Staycation และ Workcation เจาะกลุ่ม Top Spender เพื่อดึงนักท่องเที่ยวให้กลับมายังจังหวัดท่องเที่ยวมากขึ้น และการที่นักท่องเที่ยวกลับมาท่องเที่ยวหรือใช้ชีวิตในจังหวัดท่องเที่ยว โอกาสที่จะมาใช้บริการและสร้างรายได้ให้กับเซ็นทรัล สาขาในจังหวัดท่องเที่ยวที่มีความท้าทายจากการสูญเสียทราฟฟิกและรายได้จากนักท่องเที่ยวหายไปก็จะมีมากขึ้นตามมา

และยังมีการช่วยเหลือร้านค้าที่เช่าพื้นที่ในห้าง ด้วยการเปิดพื้นที่ฟรีตั้งเคาน์เตอร์บริการทั้ง Delivery และ Take Away ช่วยกระตุ้นยอดขายให้ร้านอาหารผู้เช่ากว่า 300 ราย ใน 18 สาขาทั่วประเทศ และจับมือกับพาร์ตเนอร์เดลิเวอรี่อย่างแกร๊บและโรบินฮู้ดทำแคมเปญส่งฟรีให้กับลูกค้าในพื้นที่ใกล้ห้างอีกด้วย

และร่วมมือภาครัฐช่วยเหลือ SMEs และอาชีพต่างๆ ที่ได้รับกระทบจากโควิด-19 เปิดพื้นที่ฟรีรวม 40,000 ตร.ม. จากสาขาทั้งหมด ให้เข้ามาขายสินค้าในเซ็นทรัล ผ่านการจัดงานต่าง ๆ ซึ่งการเปิดพื้นที่ให้ SME และอื่น ๆ เข้ามาขายสินค้าเป็นกลวิธีในการสร้าง Engagement ให้คนเข้ามาเซ็นทรัลเพื่อเดินดูสินค้าที่ห้างอื่นไม่มีได้

กลยุทธ์ที่ 3

ตอบรับ Next Normal ตอกย้ำ Hygiene & Safety Leader

สิ่งที่สำคัญในการดึงคนจากบ้านมาเซ็นทรัลคือ การสร้างความมั่นใจด้านความสะอาดและปลอดภัยจากโควิด-19

เซ็นทรัลจึงใช้กลวิธียกระดับมาตรการแผนแม่บท “เซ็นทรัล สะอาดมั่นใจ” ใช้ชีวิตปกติได้อย่างปลอดภัยเริ่มที่ตัวเรา

ด้วยการคุมเข้มกับการรักษามาตรการความสะอาดในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ฆ่าเชื้อด้วยแสง UV-C, Big Cleaning ทุกวัน และเพิ่มความถี่การเช็ดถูจุดสัมผัส

และสำหรับอาหารไหว้เจ้ามีการเพิ่มมาตรการจัดชุดอาหารไหว้และของไหว้ในบรรจุภัณฑ์ที่มิดชิด เพิ่มความสะดวกและการป้องกันมากขึ้น ติดตั้งแผงกั้นอะคริลิกระหว่างพนักงานจัดเตรียมสินค้า ของไหว้ เป็นต้น

 

โดยงบการตลาดในไตรมาสแรกเซ็นทรัลพัฒนาใช้งบการตลาด 200 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบการตลาดที่เพิ่มขึ้นจากที่เคยวางไว้ก่อนคลายล็อกดาวน์ที่ 80 ล้านบาท

แต่ยังเป็นงบการตลาดที่ยังน้อยกว่าไตรมาสแรกของปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงเวลาปกติ ที่ใช้งบการตลาดตลอดไตรมาสแรกที่ 300 ล้านบาท เนื่องจากไม่สามารถจัดอีเวนต์ได้

 

 

ทั้งนี้ เซ็นทรัลคาดหวังว่าจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่ดึงทราฟฟิกจะทำให้ในปลายปี 2564 เซ็นทรัลจะสามารถกู้ทราฟฟิกคนเดินห้างกลับมาได้ 80% เหมือนก่อนช่วงโควิด-19 ระลอกใหม่ และทราฟฟิกจะกลับมา 100% หลังจากที่นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเหมือนเดิม

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer