เกาหลีใต้ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศแห่งความคิดสร้างสรรค์ เห็นได้จากซีรีส์ ภาพยนตร์ และรายการวาไรตี้ที่โดดเด่นจนหลายประเทศซื้อลิขสิทธิ์ไปผลิตต่อ ไม่ว่าจะเป็น The Masked Singer, I Can See Your Voice หรือ Show Me The Money เป็นต้น

ล่าสุดวงการบันเทิงเกาหลีขยับไปอีกขั้นกับรายการเรียลลิตี้แข่งขันสุดแหวกแนว “Battle of Fates” ที่รวบรวมหมอดู หมอผี คนทรง ผู้เชี่ยวชาญด้านไสยศาสตร์ โหราศาสตร์เกาหลี (ซาจู) โหงวเฮ้ง นักพรต และนักอ่านไพ่ทาโรต์ มาแข่งขันกันเพื่อค้นหาผู้ที่แม่นยำที่สุด ออกอากาศทาง Disney+

ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 49 คน ต้องเผชิญโจทย์ท้าทายจากรายการ เช่น การทายสาเหตุการเสียชีวิต โดยไม่ได้อาศัยเพียงการนั่งสมาธิหรือใช้ญาณเท่านั้น แต่สามารถเลือกใช้เครื่องมืออย่างพัด กระดิ่ง หรืออุปกรณ์ตามความเชื่อ เพื่อสื่อสารกับพลังงานหรือวิญญาณนำทางได้ เพื่อให้ได้คำตอบที่ใกล้เคียงความจริงที่สุด และมีเพียงผู้ที่อ่านชะตาได้อย่างเฉียบคมเท่านั้นที่จะผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

ผู้เข้าแข่งขันล้วนมีประวัติน่าสนใจ เช่น จีซุน โดริมยอง หมอผีที่อยู่ในวงการมากว่า 13 ปี เริ่มฝึกคาบดาบตั้งแต่อายุ 8 ขวบ, คิม แบคมุน นักวิจัยด้านศาสตร์การอ่านดวงชะตาจากฝ่าเท้า, คิมโดซา ผู้เชี่ยวชาญซาจูที่ทำงานเป็นหัวหน้าแผนกในบริษัทใหญ่ช่วงกลางวัน และรับบทนักโหราศาสตร์ในยามค่ำคืน รวมถึงชเว ฮันนา นักอ่านไพ่ทาโรต์สายวิญญาณที่โด่งดังจากการทำนายเรื่องความรัก

โปรดิวเซอร์ยังเผยเบื้องหลังว่า ปัจจุบันเกาหลีใต้มีผู้ประกอบอาชีพหรือมีความรู้ด้านไสยศาสตร์ (마법 Mabob) มากกว่า 1 ล้านคน แต่รายการคัดเลือกเพียง 49 คน โดยไม่ได้มองแค่ชื่อเสียง หากแต่ต้องการค้นหาปรมาจารย์ตัวจริงที่สามารถทำนายได้แม่นยำ และอธิบายอย่างมีเหตุผลจนผู้ชมเชื่อมั่นในตรรกะและความแน่วแน่ แม้ผลการทำนายจะผิดพลาดก็ตาม

ในช่วงออดิชันมีผู้เข้าแข่งขันบางรายทักข้อมูลส่วนตัวของทีมงานได้อย่างแม่นยำ จนบรรยากาศในห้องสัมภาษณ์เต็มไปด้วยความขนลุก

ไอเดียรายการมาจาก โม อึนซอล ผู้อยู่เบื้องหลังรายการแข่งขันทำอาหารยอดฮิตของ Netflix อย่าง Culinary Class Wars (ตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา) พร้อมเสริมทัพพิธีกรอย่าง พัค ฮา-ซอน, พัค นา-แร และชินดง จากวง Super Junior

“Battle of Fates” เป็นหนึ่งในคอนเทนต์เกาหลีที่ Disney+ วางแผนผลักดันในปี 2026 สะท้อนให้เห็นว่ารายการเรียลลิตี้เกาหลีกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ซีรีส์ออกอากาศตอนแรกเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และถูกจับตาว่าจะสร้างมิติใหม่ให้วงการวาไรตี้ ด้วยภารกิจที่ทั้งตึงเครียดและชวนติดตาม

แม้เกาหลีใต้จะเป็นประเทศเทคโนโลยีก้าวหน้า แต่ความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์และโชคลางยังฝังรากลึก เกาหลีใต้ไม่มีศาสนาประจำชาติ และประชากรกว่าครึ่งระบุว่าไม่นับถือศาสนาใด ส่วนผู้ที่นับถือศาสนา ส่วนใหญ่เป็นคริสต์และพุทธ

ส่วนลัทธิที่โด่งดังด้านไสยศาสตร์ ตกเป็นของลัทธิชามานิสม์ ซึ่งเป็นความเชื่อพื้นเมืองดั้งเดิมของคาบสมุทรเกาหลี มีมาก่อนศาสนาอื่น ๆ รากฐานอันเก่าแก่ทำให้ชาวเกาหลีจำนวนไม่น้อยยังคงพึ่งพาหมอผีเพื่อขอคำแนะนำหรือกำลังใจในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ การเงิน หรือการตัดสินใจสำคัญ อย่างไรก็ตาม ความเชื่อนี้ก็เปิดช่องให้เกิดมิจฉาชีพที่แอบอ้างเพื่อแสวงหาผลประโยชน์

การเมืองกับไสยศาสตร์

อาจฟังดูน่าเหลือเชื่อ แต่หมอผีและการทำนายโชคชะตามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในวงการการเมืองเกาหลี เรื่องอื้อฉาวทางการเมืองครั้งใหญ่หลายเคสเกี่ยวพันกับไสยศาสตร์ ตัวอย่างสำคัญคือกรณีของอดีตประธานาธิบดี ปาร์ค กึน-ฮเย ที่ถูกถอดถอนจากตำแหน่งจากคดีอื้อฉาวเกี่ยวข้องกับ ชเว ซุนซิล คนสนิทที่เป็นศูนย์กลางของการทุจริต ซึ่งพ่อของคนสนิทคนนี้เป็นผู้นำลัทธิที่อ้างตัวว่าเป็นคริสเตียน หนังสือพิมพ์จุงกัง อิลโบระบุว่าเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหมอผีใหญ่ เป็นที่ทราบกันดีว่านักการเมืองหลายคนได้ขอคำแนะนำจากหมอผีหรือผู้ทรงภูมิก่อนการเลือกตั้งครั้งสำคัญ

อดีตประธานาธิบดี ยุน ซุก ยอล ก็เคยถูกตั้งข้อสงสัยว่าได้รับคำแนะนำจากบุคคลทางศาสนาระหว่างการหาเสียง รวมถึงการตัดสินใจย้ายทำเนียบออกจากชองวาแด

ขณะที่ลี แจ-มยอง หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยฝ่ายค้าน คู่แข่งในการเลือกตั้งปี 2022 ของยุน ซุก ยอล เคยออกมากล่าวอ้างว่ามีคนทำคุณไสยใส่หลุมศพของพ่อแม่เขา โดยอ้างว่าพบหินสลักอักษรคันจิที่มีความหมายว่า “ชีวิต” “สว่าง” “ฆ่า” และ “พลัง” อยู่ที่หลุมศพ เปรียบเสมือนคำสาป  สะท้อนให้เห็นว่าความเชื่อเหนือธรรมชาติยังแทรกอยู่ในสังคมระดับสูง

ดูดวงเพื่อความสบายใจ

นอกเหนือจากการเมือง คนเกาหลีจำนวนมากดูดวงเพื่อความสบายใจ ตั้งแต่เลือกคู่ครอง ตั้งชื่อลูก ย้ายบ้าน ไปจนถึงเริ่มธุรกิจใหม่ คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยมองเป็นกิจกรรมสนุก ๆ มากกว่าจะเชื่ออย่างจริงจัง

ที่ได้รับความนิยมคือการดูชะตาแบบชามาน ซาจู หรือโหงวเฮ้ง จะวิเคราะห์ตั้งแต่ลักษณะใบหน้าไปจนถึงวันเดือนปีเวลาเกิด เพื่อทำนายอดีต ปัจจุบัน และแนวโน้มอนาคต

สถานที่ดูดวงก็หลากหลาย ตั้งแต่วัด ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ไปจนถึงคาเฟ่ในย่านบันเทิง ลบภาพจำที่การดูดวงจะต้องมืดมิด ลึกลับ มีมนต์ขลัง

ความเชื่อกลายเป็นธุรกิจ

การทำนายดวงชะตาแบบชามานิสม์ยังมีให้บริการผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ ชื่อแอป Jeomsin ซึ่งพัฒนาและดำเนินการโดยบริษัทเทคโนโลยีท้องถิ่น Techlabs Corp. เป็นแอปที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักมากที่สุด มีผู้ใช้งานมากกว่า 10 ล้านคน สะท้อนว่าความเชื่อสามารถต่อยอดเป็นธุรกิจยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน

ตัวอย่างความเชื่อยอดนิยมของชาวเกาหลี

  • ห้ามซื้อรองเท้าเป็นของขวัญให้คนรัก

ถือเป็นเรื่องต้องห้ามอย่างยิ่งในเกาหลีใต้ เพราะเชื่อว่าการให้รองเท้าแก่คนรักจะทำให้เขาเดินจากไป

  • กินทอฟฟี่ก่อนสอบจะทำให้สอบผ่าน

การกินอาหารเหนียว ๆ เช่น ทอฟฟี่ และยอต (ทอฟฟี่แบบดั้งเดิมของเกาหลี) จะช่วยให้ความรู้ที่ได้จากการเรียนติดอยู่ในหัวได้ดีขึ้น แต่การกินอาหารลื่น ๆ เช่น ซุปสาหร่ายในวันสอบจะสอบตก

  • อย่าเขียนชื่อด้วยหมึกสีแดง

ในอดีตหมึกสีแดงถูกใช้เขียนชื่อของผู้เสียชีวิตในทะเบียนครอบครัว ดังนั้น การเขียนชื่อใครสักคนด้วยหมึกสีแดงจึงหมายความว่าบุคคลนั้นเสียชีวิตไปแล้ว หรือหากพวกเขายังมีชีวิตอยู่ก็เหมือนคุณกำลังปรารถนาร้าย แม้ปัจจุบันจะไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว แต่ชาวเกาหลีจำนวนมากยังคงถือว่าการเขียนชื่อใครสักคนด้วยหมึกสีแดงเป็นเรื่องไม่สุภาพอย่างยิ่ง

  • ฝันถึงหมูจะรวย

ในเกาหลีหมูเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์และร่ำรวย เนื่องจากคำว่า “หมู” ออกเสียงคล้ายกับคำว่า “หยก” การฝันถึงหมูเป็นลางบอกเหตุว่าจะร่ำรวยมหาศาลในไม่ช้า

  • เลข 4 อัปมงคล

ความเชื่อนี้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ซึ่งคำว่า “สี่” ออกเสียงคล้ายกับคำว่า “ความตาย” ภาษาเกาหลีมีรากฐานมาจากภาษาจีน ลิฟต์หลายแห่งในเกาหลีจึงใช้ตัวอักษร F แทนเลข 4

  • สระผมจะชะล้างโชคดีออกไป

ในเกาหลีวันปีใหม่เป็นโอกาสที่ดีในการเริ่มต้นปี แต่ชาวเกาหลีมักไม่สระผมในวันนั้น เพราะเชื่อว่าจะชะล้างโชคดีออกไป เช่นเดียวกับนักเรียนที่จะไม่สระผมก่อนสอบ เพื่อไม่ให้ชะล้างความรู้ที่ได้มาจากการเรียนออกไป

  • การผิวปากในเวลากลางคืนเป็นการเรียกวิญญาณ

ในเกาหลีใต้หลังจากพระอาทิตย์ตกดิน ถือกันว่าการผิวปากในเวลากลางคืนสามารถเรียกวิญญาณ ผี ปีศาจ และสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติได้

ยังมีความเชื่อที่น่าสนใจอีกมาก เช่น หญิงโสดไม่ควรกลับบ้านทันทีหลังจากไปงานศพ, ถ้าหูจั๊กจี้แสดงว่ามีคนนินทาคุณ, ห้ามเหยียบธรณีประตู เดี๋ยวโชคร้าย เป็นต้น

ท้ายที่สุด ความเชื่อและโชคลางเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมานาน แม้ไม่อาจอธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์ แต่ก็สะท้อนตัวตนของผู้คน และช่วยให้เราเข้าใจสังคมเกาหลีใต้ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

อ้างอิง : koreajoongangdaily, chosun, whatsondisneyplus, Koreabuzz, KF, culturetrip