ตรุษจีนครั้งนี้ถือเป็นปีสำคัญของชาวจีน เพราะเป็นปี “ม้าไฟ” ซึ่งตามความเชื่อทางประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับพลังงาน แรงผลักดัน และความก้าวหน้า

มาสคอตในแต่ละปีอาจเป็นเด็กหญิงมัดผมแกละน่ารักตามขนบเดิม แต่ตรุษจีนปีนี้กลับสร้างความประหลาดใจ เมื่อผู้คนพากันแชร์ภาพของ Draco Malfoy จาก Harry Potter จนกลายเป็น “มาสคอตปีม้าไฟ” ไปโดยปริยาย

ตัวละครฝ่ายตรงข้ามจากโลกพ่อมดที่ดูห่างไกลวัฒนธรรมจีน เหตุใดจึงกลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภในปีนี้ได้?

ตรุษจีนกับคำอวยพร

ในประเทศจีน การตกแต่งบ้านช่วงเทศกาลตรุษจีนถือเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อดึงดูดโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง และปกป้องคุ้มครองบ้านเรือน

ก่อนถึงเทศกาล ตัวอักษรจีน 福 (โชคลาภ) มักถูกนำมาติดกลับหัวไว้ที่ประตูหรือผนังบ้าน ภาพพิมพ์ปีใหม่จีนยังเต็มไปด้วยสัญลักษณ์มงคล เช่น ราศีประจำปี โคมไฟสีแดง ปลาคาร์พสีทอง ลูกพีชสีชมพู และทองคำแท่ง ซึ่งล้วนสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์

เหตุผลที่ติดตัวอักษร 福 กลับหัว เพราะคำว่า “กลับหัว” (倒, dào) พ้องเสียงกับคำว่า “มาถึง” (到, dào) จึงตีความได้ว่า “โชคลาภมาถึงแล้ว”

เช่นเดียวกับคำว่า 鱼 (ปลา) ที่ออกเสียงคล้ายคำว่า “เหลือเฟือ” จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง

ในปี 2016 ยังมีการเปิดตัวมาสคอตอย่างเป็นทางการ ได้แก่ “เนียนวา” (Nian Wa) เด็กชายปีใหม่ และ “ชุนหนี่” (Spring Girl) เด็กหญิงวสันต์ ซึ่งออกแบบตามภาพพิมพ์ไม้โบราณ สื่อถึงสมดุลหยิน–หยาง และความสุขในเทศกาล

แต่ปีนี้ ภาพของมัลฟอยกลับลอยเด่นท่ามกลางตัวอักษรสีแดง ทอง และดำ

มัลฟอยมาได้อย่างไร

อารมณ์ขัน การเล่นคำ และการดัดแปลงภาพ เป็นลักษณะเด่นของวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตจีน มีมสามารถแพร่กระจายอย่างรวดเร็วผ่านโซเชียลมีเดีย

ผู้ใช้จำนวนมากแชร์ภาพมัลฟอยพร้อมข้อความว่า “แชร์ภาพนี้เพื่อความโชคดี”

มัลฟอยรับบทโดย Tom Felton ในภาษาจีนกลาง ชื่อ Malfoy เขียนว่า 马尔福 (Ma Er Fu) ประกอบด้วยองค์ประกอบทางเสียงที่สอดคล้องกับคำที่เกี่ยวข้องกับม้า (马, ma) และโชคลาภ (福, fu)

ดังนั้น การติดภาพมัลฟอยที่ประตูบ้านจึงตีความได้ว่า “โชคลาภจากม้ามาถึงแล้ว” สอดคล้องกับปีม้าไฟพอดี

ปีม้าเริ่มต้นในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดปีงู สัตว์สัญลักษณ์ของบ้านสลิธีรินที่มัลฟอยสังกัดในฮอกวอตส์ ยิ่งทำให้การเชื่อมโยงดูสนุกและมีชั้นเชิง

เฟลตันเองรับรู้กระแสนี้ และโพสต์ภาพใบหน้าวัยเด็กของตนบนป้ายสีแดงในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจีนผ่านอินสตาแกรม สร้างความตื่นเต้นให้แฟน ๆ ชาวจีน พร้อมแฮชแท็ก #มัลฟอยนี่ตลกจริงๆ100%

กลายเป็นสินค้าขายดีในจีน

กระแสเล่นคำจุดประกายให้เกิดแฟนอาร์ต ของตกแต่ง และสินค้ามากมาย ภาพมัลฟอยปรากฏบนตู้เย็น ผนังบ้าน สำนักงาน และห้างสรรพสินค้า

บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Taobao พ่อค้าแม่ค้าผลิตสติกเกอร์และแม่เหล็กรูปมัลฟอยออกมาวางจำหน่ายจำนวนมาก

พื้นที่ออนไลน์จึงกลายเป็นจุดเชื่อมวัฒนธรรม จากพ่อมดในวรรณกรรมตะวันตก สู่สัญลักษณ์ขอพรปีใหม่ของโลกตะวันออก

ชาวจีนกับศิลปะการเล่นคำ

การเล่นคำในจีนไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยเฉพาะในบริบททางสังคมและการเมือง

ตัวอย่างเช่น การเคลื่อนไหว #MeToo ที่ผู้ใช้เลี่ยงคำตรง ๆ ด้วยการใช้คำพ้องเสียง “Mi Tu” ผ่านภาพชามข้าว (米饭, mi fan) คู่กับกระต่าย (兔子, tuzi)

หรือมีม “ม้าโคลนหญ้า” (草泥马, cǎonímǎ) ในปี 2009 ซึ่งเป็นอัลปากาในตำนาน ชื่อพ้องเสียงกับคำหยาบ ทำให้ผู้ใช้สามารถสื่อสารเชิงเสียดสีโดยหลีกเลี่ยงการเซ็นเซอร์

การนำใบหน้ามัลฟอยไปผสมกับอีโมจิม้าไฟ ตัวอักษรจีน หรือภาพธีมราศี ก็เป็นการต่อยอดวัฒนธรรมการเล่นคำแบบเดียวกัน

กระแสแฮร์รี่ พอตเตอร์ในจีน

Harry Potter ได้รับความนิยมในจีนอย่างมาก นับตั้งแต่ปี 2000 ที่มีการตีพิมพ์ฉบับภาษาจีนของ J. K. Rowling

มีรายงานว่าหนังสือชุดนี้ขายได้ราว 200 ล้านเล่มในจีน ขณะที่ภาพยนตร์ภาคแรกนำกลับมาฉายใหม่ในปี 2020 ทำรายได้กว่า 90 ล้านหยวนภายในสามวัน

เมื่อปีที่ผ่านมา Warner Bros. Discovery ยังประกาศสร้างสตูดิโอทัวร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ในเซี่ยงไฮ้ ขนาด 53,000 ตารางเมตร ใหญ่กว่าที่ลอนดอนและโตเกียว และคาดว่าจะเปิดในปี 2027

พลังเศรษฐกิจตรุษจีน

เทศกาลตรุษจีนส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ทั้งด้านการท่องเที่ยว ค้าปลีก และร้านอาหาร ซึ่งพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ขณะเดียวกันภาคการผลิตและโลจิสติกส์มักชะลอตัวชั่วคราวจากการหยุดงาน

รายได้จากการท่องเที่ยวภายในประเทศสูงกว่า 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยอดค้าปลีก/ร้านอาหารมากกว่า 140,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ถ้าคุณเป็นแฟนแฮร์รี่ พอตเตอร์ อาจจะรู้จัก “เฟลิกซ์ เฟลิซิส!” (Felix Felicis) หรือ “น้ำยาแห่งโชค” ในโลกแฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นน้ำยาสีทองที่เมื่อดื่มแล้วจะทำให้ผู้ดื่มโชคดีในทุกสิ่งที่ทำเป็นเวลาชั่วคราว การติดภาพมัลฟอยในตรุษจีนปีม้าไฟ อาจเปรียบเสมือนการดื่มน้ำยาแห่งโชคในเวอร์ชันวัฒนธรรมป๊อป ที่ทั้งสนุก มีชั้นเชิง และสะท้อนพลังการเล่นคำแบบจีนได้อย่างน่าทึ่ง

อ้างอิง : BBC, bloomberg, CNN, RealtimeMandarin, CGTN, chinaminute, reporteranu,