การจัดคอนเสิร์ตทั่วโลกกำลังกลับมาเติบโตอย่างก้าวกระโดด และบริษัทที่ครองส่วนแบ่งใหญ่ที่สุดในตลาดนี้คงหนีไม่พ้นยักษ์ใหญ่อย่าง Live Nation ที่กุมอำนาจตั้งแต่การจัดคอนเสิร์ต การบริหารสถานที่ ไปจนถึงการจำหน่ายบัตรผ่าน Ticketmaster ที่อยู่ใต้ชายคาเดียวกัน
ล่าสุด Live Nationได้เผยตัวเลขสำคัญ ๆ ทางธุรกิจในปี 2025 ออกมาแล้ว โดยปรากฏว่า รายได้รวมสูงถึง 25,200 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 900,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อนหน้า และกำไรพุ่งสูงขึ้นกว่า 50% ไปแตะระดับ 1,300 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 46,000 ล้านบาท)

นอกจากนี้ จำนวนแฟนเพลงที่เข้าชมคอนเสิร์ตก็สูงถึง 159 ล้านคนทั่วโลก เพิ่มขึ้นจากปี 2024 ที่มีจำนวน 151 ล้านคน แสดงให้เห็นว่าแม้สภาวะเศรษฐกิจจะมีความผันผวน แต่ผู้บริโภคยังคงพร้อมจะทุ่มเงินเพื่อไปดูคอนเสิร์ตของศิลปินที่ตนชื่นชอบ
ขณะที่สถานการณ์ในปี 2026 ก็มีแนวโน้มสดใส โดย Live Nation ระบุว่ายอดขายบัตรล่วงหน้าในช่วงต้นปีนี้พุ่งทะลุ 67 ล้านใบไปแล้ว ถือเป็นการเติบโตในระดับเลขสองหลักเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนสำคัญจากทัวร์คอนเสิร์ตของศิลปินระดับโลกอย่าง แฮร์รี่ สไตล์ส และ บรูโน มาร์ส ซึ่งทำยอดขายได้ถล่มทลาย
ไมเคิล ราปิโน ซีอีโอของ Live Nation มั่นใจว่า ด้วยคิวการแสดงขนาดใหญ่ที่อัดแน่นและความต้องการที่ยังคงพุ่งสูงขึ้น จะส่งผลให้ปีนี้เป็นอีกหนึ่ง “ปีทอง” ที่กำไรเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทดีดตัวรับข่าวกว่า 3.5% ทันทีที่ตลาดซื้อขายหลังเวลาทำการเปิดขึ้นเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม Live Nation กำลังเผชิญกับการตรวจสอบอย่างหนักจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DoJ) ซึ่งยื่นฟ้องบริษัทมาตั้งแต่ปี 2024 ในข้อหาผูกขาด ผ่านการควบรวมกิจการกับ Ticketmaster ตั้งแต่ปี 2010 ทำให้บริษัทมีสถานะเป็น “ผู้คุมประตู” (Gatekeeper) แบบเบ็ดเสร็จ
เพราะเหมาทั้งจัดงาน ขายบัตร และเป็นเจ้าของสถานที่จัดงานเอง จนไปปิดกั้นคู่แข่งรายใหม่ ๆ ให้เข้าสู่ตลาดได้ยาก และยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาบัตรคอนเสิร์ตพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก จนแฟนเพลงบ่นว่าแพงแต่คุณภาพการบริการที่ผู้บริโภคมองว่าไม่คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป
แรงกดดันจากทั้งแฟนเพลงและนักการเมืองทวีความรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจนหลังจากกรณีคอนเสิร์ต Eras Tour ของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ ในปี 2022 ที่ระบบซื้อบัตรคอนเสิร์ตออนไลน์ของ Ticketmaster ล่มจนสร้างความไม่พอใจไปทั่วโลก
กรณีนี้นำไปสู่การไต่สวนในวุฒิสภาสหรัฐฯ และการตั้งคำถามถึงการผูกขาดในวงการบันเทิง โดยแม้บริษัทจะยืนกรานปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่คดีนี้กำลังจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในศาลรัฐบาลกลางในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้
อย่างไรก็ตาม การลาออกของเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการต่อต้านการผูกขาดของ DoJ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ก็ทำให้หลายฝ่ายเริ่มสงสัยว่าความเข้มข้นหรือทิศทางของคดีนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรหลังจากนี้

สถานการณ์ของ Live Nation คือภาพสะท้อนของความสำเร็จทางธุรกิจที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคควบคู่กันและพร้อมรับการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกันก็เป็นการยืนยันว่า การผูกขาดหรือ กินรวบ เป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่งในทุกยุคสมัย และในธุรกิจใดก็ตาม / bbc
