มีทีมฟุตบอลมากมายที่ผ่านเข้ามาเล่นในฟุตบอลโลก โดยนับจากฟุตบอลโลกปี 1998 เป็นต้นมามีทีมหนึ่งที่เป็นขาประจำ และทุกทีมที่เจอจะประมาททีมนี้ไม่ได้เด็ดขาด 

ทีมที่ว่าคือ โครเอเชีย เพราะแม้เป็นประเทศเล็ก ขนาดใกล้เคียงกับจังหวัดเชียงใหม่ของไทย และเพิ่งเป็นเอกราชในยุค 90 แต่เป็น “เซียนดวลจุดโทษ” และยังมีดีกรีเป็นรองแชมป์ฟุตบอลโลกมาแล้ว 

โครเอเชีย กลับมาเข้าเป็นสมาชิกของฟีฟ่าเมื่อปี 1992 ซึ่งคือ 1 ปีหลังประกาศเอกราช ตามด้วยการเข้าเป็นสมาชิกสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ในปี 1994

แต่ก็ยังไม่ได้เข้าไปเตะในฟุตบอลโลกปีนั้น ด้วยสองสาเหตุหลักคือ ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกเริ่มไปแล้ว 3 เดือน และการที่นักเตะที่หนีภัยสงครามไปตามประเทศต่างๆ ยังไม่กลับบ้านเกิด 

ทว่าอีก 4 ปีต่อมา โครเอเชียก็สร้างประวัติศาสตร์ โดยในฟุตบอลโลก 1998 ทีมชาติโครเอเชีย ทยอยโชว์ฟอร์มเก่งให้เห็นด้วยการเอาชนะทีมจากเอเชียอย่างญี่ปุ่นและแถบแคริบเบียนอย่างจาเมกา 

จากนั้นก็ยังสามารถผ่านทีมดีกรีแชมป์อย่าง เยอรมนี และแม้แพ้ให้กับทีมเจ้าภาพอย่างฝรั่งเศส แต่ “ทัพตราหมากรุก” ก็กลับบ้านเกิดด้วยความภาคภูมิใจ หลังชนะทีมขวัญใจคอฟุตบอลอย่างเนเธอร์แลนด์คว้าที่ 3 มาได้ 

นี่เป็นความสำเร็จครั้งสำคัญและครั้งแรกบนเวทีโลกของโครเอเชีย เพราะนี่คือประเทศที่เพิ่งประกาศเอกราช หลังต้องเผชิญสงครามเมื่อ 7 ปีก่อน และผ่านมาเตะฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกอีกด้วย 

ฟุตบอลโลกอีก 2 ครั้งต่อมา โครเอเชีย ก็ยังผ่านเข้ามาร่วมแข่งขัน แต่ทำผลงานได้ไม่ดี โดยหยุดลงตรงแค่รอบแบ่งกลุ่ม และยิ่งแย่ลงไปอีกในฟุตบอลโลก 2010 เพราะตกรอบคัดเลือก 

โครเอเชีย กลับมาเข้าเตะฟุตบอลโลกอีกครั้งในฟุตบอลโลกปี 2014 แต่ประวัติศาสตร์ก็ซ้ำรอย ด้วยการต้องกลับบ้านหลังตกรอบแบ่งกลุ่ม 

ฟุตบอลโลกปี 2018 ฟุตบอลทีมชาติโครเอเชีย ขึ้นสู่จุดสูงสุด ด้วยการไล่ชนะทีมจากประเทศต่างๆ รวมถึง อาร์เจนตินา ซึ่งขณะนั้นคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาแล้ว 2 สมัย 

โครเอเชีย ชนะ อาร์เจนตินา ในแมตช์รอบแบ่งกลุ่มแบบขาดลอย 3-0 โดยในรอบต่อมาก็ดวลจุดโทษชนะทั้งเดนมาร์กและรัสเซีย จากนั้นก็ชนะอังกฤษ และผ่านไปชิงกับฝรั่งเศส 

แมตช์ชิงชนะเลิศของฟุตบอลโลกปี 2018 จบลงด้วยการเป็นแชมป์สมัยที่ 2 ของฝรั่งเศส ส่วนโครเอเชียก็สามารถภูมิใจได้ เพราะตำแหน่งรองแชมป์ถือว่าเป็นจุดสูงสุดทางการกีฬาของประเทศขนาดเล็ก และมีประชากรเพียงราว 5 ล้านคน 

ฟุตบอลโลก 2022 โครเอเชีย ก็ยังผ่านเข้ามาร่วมโชว์ฝีเท้า ทำผลงานได้ดี ตอกย้ำความเป็นทีมสู้ไม่ถอย และใจแกร่งเมื่อต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ 

โครเอเชีย โชว์ผลงานในฟุตบอลโลกครั้งนั้นได้อย่างที่คนทั้งชาติภูมิใจ โดยเฉพาะการดวลจุดโทษชนะบราซิล ในแมตช์รอบก่อนรองชนะเลิศ ทั้งที่แมตช์ก่อนหน้านั้นก็เพิ่งชนะญี่ปุ่นมาได้แบบเดียวกัน 

โครเอเชีย จบฟุตบอลโลก 2022 ด้วยการคว้าที่ 3 กลับไปให้เพื่อนร่วมชาติภูมิใจ 

ฟุตบอลโลก 2026 แม้โครเอเชีย จะประเดิมแมตช์แรกของรอบแบ่งกลุ่มด้วยการแพ้อังกฤษไป 4-2 แต่พวกเขาก็ยังสู้ไม่ถอย และแมตช์ต่อๆ ไป จะเป็นอีกทีมที่คู่แข่งประมาทไม่ได้เด็ดขาด 

เพราะนี่คือประเทศที่คว้าที่ 3 ฟุตบอลโลกมาได้ถึง 2 ครั้ง และมีดีกรีเป็นถึงรองแชมป์ฟุตบอลโลกมาแล้ว / bbc, wikipedia, theguardian