ยัม แบรนด์ส ยักษ์ใหญ่ในวงการฟาสต์ฟู้ดเผยว่า จะขายกิจการ พิซซ่า ฮัท ออกไป โดยกิจการส่วนใหญ่ให้ ลองเรนจ์ แคปปิทัล กลุ่มทุนด้านร้านอาหารและรีสอร์ตสัญชาติอเมริกัน ผ่านดีลมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 48,700 ล้านบาท) 

ส่วนกิจการในจีน จะขายให้ ยัม ไชน่า บริษัทลูกที่แยกตัวออกไปเมื่อ 10 ปีก่อน ผ่านดีลมูลค่า 1,200 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 39,000 ล้านบาท) 

มีการคาดว่าดีลนี้จะเสร็จสิ้นภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 หลังจากได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลเรียบร้อยแล้ว

ทางผู้บริหารและคณะกรรมการของ ยัม แบรนด์ส ระบุว่า การขาย พิซซ่า ฮัท ออกไปคือทางออกที่ดีที่สุด

เพราะจะช่วยสร้างมูลค่าสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น และช่วยให้ พิซซ่า ฮัท มีโครงสร้างการบริหารใหม่ที่ยืดหยุ่น เหมาะกับสภาพการแข่งขันในปัจจุบันมากกว่า 

ด้านนักลงทุนในสหรัฐฯ ตอบรับกับการตัดสินใจดังกล่าวของบอร์ดบริหาร ยัม แบรนด์ส โดยหลังมีข่าวขายกิจการ พิซซ่า ฮัท ออกไป หุ้นของ ยัม แบรนด์ส ก็ปรับขึ้นมา 2% 

การตัดสินใจครั้งนี้จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง พิซซ่า ฮัท กับ ยัม แบรนด์ส สิ้นสุดลง หลัง พิซซ่า ฮัท อยู่ใต้ชายคา ยัม แบรนด์ส มานานถึง 49 ปี โดยเป็นการตัดสินใจที่เกิดจาก 2 สาเหตุหลัก 

สาเหตุแรกคือ ปรับตัวช้า โดยแม้ พิซซ่า ฮัท ปรับตัวจากร้านอาหารแบบนั่งทาน และมุมสลัดบาร์แบบเดิม ๆ ไปสู่ระบบเดลิเวอรีและซื้อกลับบ้าน แต่ก็ทำได้ช้ากว่าคู่แข่ง

สาเหตุถัดมาคือ ถูกคู่แข่งสำคัญอย่าง โดมิโน่ส์ พิซซ่า ชิงส่วนแบ่งการตลาดไปได้เรื่อย ๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซ้ำร้ายยังโดนแอปพลิเคชันเดลิเวอรีเจ้าดังอย่าง ดอร์แดช เข้ามาแย่งยอดขายไปอีก 

ปัญหาเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อตัวเลขสำคัญ ๆ ในการดำเนินธุรกิจ โดยเมื่อปี 2024 ส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐฯ ประเทศบ้านเกิดของแบรนด์ลดลงไปอยู่ที่เพียง 18.7% จาก 22.6% ของปี 2019 

มาปี 2025 ยอดขายทั่วโลกก็โตเพียง 2% เท่านั้น และยอดขายในสหรัฐฯ ก็ย่ำแย่ โดยร่วงไป 7% สวนทางแบรนด์อีก 2 แบรนด์ในเครือ ยัม แบรนด์ส อย่าง เคเอฟซี และ ทาโก้ เบลล์ ที่โตมากกว่าที่ 3% และ 7% ตามลำดับ 

สำหรับ พิซซ่า ฮัท ก่อตั้งเมื่อปี 1958 โดยสองพี่น้องตระกูลคาร์นีย์ และเพียงปีเดียวก็เริ่มขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ พออีกไม่กี่ปีต่อมากิจการก็ก้าวหน้าอย่างมาก นำมาสู่การทำไอพีโอในปี 1969 

จากนั้น พิซซ่า ฮัท ก็ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 1971 ขึ้นมาเป็นเชนร้านพิซซ่าที่ใหญ่สุดในโลก พอข้ามมาในปี 1977 เป๊ปซี่โค ก็ได้เข้าซื้อกิจการ พิซซ่า ฮัท เพื่อขยายสู่ธุรกิจร้านอาหาร 

ในปี 1997 เป๊ปซี่โค ก็ได้ขายปีกธุรกิจอาหารให้เอเอฟดีไป ซึ่งขณะนั้นมีอีกสองแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดอย่าง เคเอฟซี และ ทาโก้ เบลล์ รวมอยู่ด้วย ซึ่งต่อมาในปี 2002 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ยัม แบรนด์ส 

อย่างไรก็ตาม ช่วงไม่กี่ปีมานี้ พิซซ่า ฮัท ต้องเผชิญกับขาลง โดยขณะที่ในสหรัฐฯ ต้องแพ้คู่แข่งอย่าง โดมิโน่ส์ พิซซ่า ในโซนยุโรปก็อาการหนักไม่แพ้กัน 

ปลายปี 2025 กลุ่มทุนอเมริกันเจ้าของ พิซซ่า ฮัท ในกลุ่มประเทศสหราชอาณาจักรได้สั่งปิด พิซซ่า ฮัท สาขาแบบเข้าไปนั่งกินในร้านไป 64 สาขา จาก 132 สาขา ส่วนสาขาแบบเดลิเวอรีที่ไม่ทำกำไรก็จะถูกปิดเช่นกัน

ในเวลาไล่เลี่ยกันนั้นก็มีรายงานว่า ตัวเลขทางธุรกิจของ พิซซ่า ฮัท ทั่วโลกแย่ต่อเนื่องมาหลายปี จนทำให้ ยัม แบรนด์ส อาจต้องขาย พิซซ่า ฮัท ทิ้งไป ซึ่งในที่สุด ยัม แบรนด์ส ก็ได้ประกาศขายกิจการของ พิซซ่า ฮัท ตามที่คาดกันไว้ 

ทั้งนี้ตามข้อมูลเมื่อสิ้นปี 2025 ระบุว่า พิซซ่า ฮัท มีสาขาอยู่ราว 20,000 แห่งใน 108 ประเทศทั่วโลก โดย 2 ตลาดใหญ่สุดคือสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งคิดเป็น 40% และ 20% จากยอดขายทั้งหมด / cnbc