โชน โสภณพนิช กับเป้าหมายใหญ่ กรุงเทพประกันชีวิต ชักชวนคนไทย ใส่ใจตนเอง รับมือสังคมยุค Longevity

ปัจจุบันโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสังคมอายุยืนยาว (Longevity Society) อย่างเต็มรูปแบบ สำหรับประเทศไทย สถิติระบุชัดว่าอายุขัยเฉลี่ยของประชากรสูงขึ้น ผู้ชายเฉลี่ยอยู่ที่ 72 ปี และผู้หญิงอยู่ที่ 80 ปี ซ้ำยังมีแนวโน้มจะอายุยืนถึง 90 ปี และที่สำคัญในปีที่ผ่านมาประเทศไทยยังติด 1 ใน 5 อันดับแรกของโลกที่มีประชากรอายุเกิน 100 ปี มากกว่า 40,000 คน 

เมื่อคนเราอายุยืนยาวขึ้น คำถามสำคัญที่ตามมาคือ “เราจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างไรให้มีคุณภาพ?”

หากเราเกษียณตอนอายุ 60 ปี นั่นหมายความว่าเราจะมีเวลาชีวิตหลังเกษียณไปอีก 20-30 ปี หรือมากกว่านั้น ทำให้เรื่องสุขภาพ การเงิน การดูแลครอบครัว กลายเป็นเรื่องที่ต้องคิดและเตรียมพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ  ด้วยเหตุนี้ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จึงได้จับมือกับเพจ “มนุษย์ต่างวัย” จัดงาน “มนุษย์ต่างวัย Fest 2026 ลอง GEVITY อยู่กันไปยาว ๆ ให้จอยกว่าเดิม” เมื่อวันที่ 12-14 มิถุนายน ที่ผ่านมา เพื่อชวนทุกคนมาออกแบบชีวิตที่ยืนยาวให้สนุก มีคุณภาพ และมีความหมาย ได้ทำในสิ่งที่รักแม้ในช่วงท้ายของชีวิต

Marketeer มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต ถึงมุมมองและบทบาทของแบรนด์ประกันชีวิตในวันที่ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการแค่ “ประกันชีวิต” แต่ต้องการ “เพื่อนที่ไว้ใจ” ในการวางแผนชีวิต

เมื่อคนไทยตื่นตัวเรื่องอายุยืนยาว แต่ยังขาด “เพื่อนที่ไว้ใจคอยนำทาง”

คุณโชนเปิดเผยว่า จากการรับฟังเสียงของลูกค้า พบว่าปัจจุบันคนไทยให้ความสนใจกับคุณภาพชีวิตในช่วงหลังเกษียณมากขึ้น และมีความตื่นตัวเรื่อง Longevity มากกว่าเดิมเยอะ แต่สิ่งที่คนไทยยังต้องการคือ ความรู้ กำลังใจ และตัวอย่างในการลงมือทำ

“กรุงเทพประกันชีวิตมองเห็นว่า เราสามารถมีบทบาทได้มากกว่าการเป็นแค่บริษัทประกันชีวิตที่รับประกันหรือจ่ายสินไหมตามพื้นฐาน แต่เราสามารถดูแลให้ลูกค้ามีความสบายใจในการใช้ชีวิต รวมถึงการใช้ชีวิตหลังเกษียณได้” คุณโชนกล่าว

ด้วยเหตุนี้ กรุงเทพประกันชีวิตจึงปรับบทบาทใหม่จากการเป็นผู้ดูแลด้านความเสี่ยง มาเป็น  “ผู้ให้คำแนะนำและร่วมวางแผนในทุกช่วงชีวิตให้กับลูกค้า”  ผ่านบุคลากรตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินมืออาชีพ ที่ได้รับการพัฒนายกระดับเป็น “Life Care Partner”  พร้อมเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการสื่อสารจากเดิมที่มองแค่การเตรียมความพร้อมด้านการเงินเพียงอย่างเดียว มาสู่การให้ความสำคัญกับ “ชีวิตดี 4 ด้าน” (Happy Longevity) คือ

  1. กายฟิต (Body) สุขภาพกายที่แข็งแรง เป็นต้นทุนในการทำสิ่งที่รัก
  2. เงินพร้อม (Budget) สุขภาพการเงินที่ดี เพื่ออิสระในการใช้ชีวิตระยะยาว
  3. ใจสมดุล (Balance) สุขภาพใจที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง
  4. ความสัมพันธ์ดี (Bonding) การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง ซึ่งเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงจิตใจทั้งก่อนและหลังเกษียณ

“ถ้าเราไม่ได้เตรียมเรื่องสุขภาพไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ต่อให้เรามีชีวิตที่ยืนยาว คุณภาพชีวิตก็จะถดถอยลง กลายเป็นความกังวลว่าจะเป็นภาระของคนอื่น หรือกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาล เราจึงสนับสนุนให้คนไทยทุกคนหันมาใส่ใจตนเอง ด้วยการสร้างสมดุลชีวิตทั้ง 4 ด้าน โดยสามารถเริ่มต้นจากสิ่งที่ทำได้ง่ายๆ คือการดูแลสุขภาพในเชิงรุก ทั้งโภชนาการ การออกกำลังกาย การนอน และการบริหารความเครียด” คุณโชนอธิบายเพิ่มเติม

เจาะอินไซต์ชีวิตที่แตกต่าง สู่การวางแผนแบบ Personalized

เพราะรูปแบบชีวิตของคนยุคนี้มีความหลากหลาย กรุงเทพประกันชีวิตจึงเข้าใจดีว่า การวางแผนชีวิตไม่สามารถใช้สูตรสำเร็จแบบเดียวได้ (One-size-fits-all) ภายในงาน “มนุษย์ต่างวัย Fest 2026”  จึงได้ออกแบบเวิร์กชอปเจาะลึกพฤติกรรมลูกค้า 3 กลุ่มหลักที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ

กลุ่มคนใกล้เกษียณ วางแผนเพื่อใช้เงินและใช้ชีวิตให้มีความสุขจนถึงปลายทาง

กลุ่มเดอะแบก คนที่ต้องดูแลทั้งเจเนอเรชันบน (พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย) และเจเนอเรชันล่าง (ลูกหลาน) รวมถึงพี่น้อง ซึ่งต้องมีวิธีการจัดสมดุลชีวิตและการเงินไม่ให้ใจพัง

กลุ่มคนโสด และ DINKs (Double Income, No Kids) กลุ่มคนที่ไม่มีลูก อาจอยู่คนเดียวหรืออยู่เป็นคู่ ซึ่งต้องการการเตรียมตัวและการพึ่งพาตัวเองที่แตกต่างออกไป

เริ่มต้นวันนี้ คุณภาพชีวิตดีได้ในวันข้างหน้า

ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ คุณโชนฝากข้อคิดที่น่าสนใจว่า “หลายๆ คนรู้สึกว่าถ้าตัวเองได้ตื่นตัวก่อนหน้านี้ จะสามารถทำอะไรได้มากขึ้น เพราะเวลาผ่านไปแล้วย้อนกลับมาไม่ได้ ถ้าเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ โอกาสที่ชีวิตจะสำเร็จตามเป้าหมายก็สูงขึ้น เราจะพร้อมและอุ่นใจมากขึ้น”

การสนับสนุนงานในครั้งนี้ของกรุงเทพประกันชีวิต จึงไม่ใช่แค่แคมเปญการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ แต่เป็นการสร้างการตระหนักรู้ให้กับสังคม ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในการสร้าง Longevity Mindset ให้เกิดขึ้น

เป็นการตอกย้ำจุดยืนของแบรนด์ในการร่วมขับเคลื่อนสังคมสูงวัย ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องอาศัยทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ผู้คนสัมผัสได้ว่า กรุงเทพประกันชีวิตคือบริษัทที่ใส่ใจคุณภาพชีวิต และพร้อมสนับสนุนให้ทุกคนไปถึงเป้าหมายได้อย่างมั่นคง สะท้อนวิสัยทัศน์ “การเป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งด้านความใส่ใจ”

 “ชีวิตดีที่ยืนยาวจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมีคุณภาพชีวิตที่ดี กรุงเทพประกันชีวิตชวนทุกคนหันกลับมาใส่ใจตัวเอง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและพร้อมที่จะดูแลคนที่รัก” โชน โสภณพนิช กล่าวทิ้งท้าย

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline