หนึ่งในช่วงเวลาประวัติศาสตร์ที่ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำและเป็นที่กล่าวขานของแฟนฟุตบอลทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบันคือ เหตุการณ์ Hand of God หรือ หัตถ์พระเจ้า 

ที่ ดิเอโก มาราโดนา ทำประตูแรกให้กับทีมชาติอาร์เจนตินาในแมตช์รอบ 8 ทีมที่พบกับอังกฤษในฟุตบอลโลก 1986 ซึ่งช่วยให้อาร์เจนตินาเป็นฝ่ายชนะและผ่านเข้าถึงรอบชิงจนท้ายที่สุดคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ได้สำเร็จ 

สาเหตุที่ทำให้จังหวะดังกล่าวได้รับการจดจำและเป็นที่กล่าวถึงก็เพราะข้อกังขาว่า ดิเอโก มาราโดนา ใช้มือปัดเข้าประตูจริงหรือไม่ 

ผู้ที่จับภาพจังหวะดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งต่อมาถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวาง และที่สำคัญเป็นหลักฐานชี้ชัดว่า นักเตะดังผู้นี้ใช้มือปัดเข้าประตูจริงคือ อเลฮานโดร โอเฆดา การ์บาฆาล ช่างภาพชาวเม็กซิกันของหนังสือพิมพ์ เอล เอร์รัลโด เด เม็กซิโก ในเม็กซิโก 

ความน่าสนใจของภาพนี้ไม่ได้อยู่ที่การจับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ไว้ได้เท่านั้น เพราะนี่คือผลงานของช่างภาพสมัครเล่น

ส่วนตัวฟิล์มเกือบหายไปและอาจไม่ได้นำไปล้าง และตัวช่างภาพเองก็ยึดมั่นในศักดิ์ศรีเหนือสิ่งอื่นใดอีกด้วย 

เพื่อนร่วมงานของ อเลฮานโดร โอเฆดา การ์บาฆาล ณ เวลานั้น เผยว่า อเลฮานโดร ดีใจถึงขั้นตะโกนออกมาว่า “ได้ภาพแล้ว ได้ภาพแล้ว” หลังจับภาพประวัติศาสตร์ไว้ได้ 

จากนั้นก็กอดกระเป๋าใส่กล้องกับม้วนฟิล์มไว้ตลอดระหว่างทางกลับไปยังตึกของต้นสังกัด จนลืมไปว่าแวะร้านเหล้าใกล้ต้นสังกัดเพื่อหาอะไรกินและพักเล็กน้อยหลังเสร็จงาน 

พอถึงโรงพิมพ์ อเลฮานโดร โอเฆดา การ์บาฆาลก็ป่าวประกาศให้เพื่อนร่วมงานรู้อีกว่าได้ภาพมาแล้ว แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องนำภาพไปล้างเพื่อเตรียมตีพิมพ์ใส่ลงไปในหนังสือพิมพ์กลับต้องให้ทีมงานมาทวง 

ซึ่งเมื่อไปถาม อเลฮานโดร โอเฆดา การ์บาฆาล ก็บอกว่าส่งม้วนฟิล์มให้ไปล้างแล้ว จนทีมงานกลัวว่าคนอื่นที่เก็บม้วนฟิล์มนี้ได้จะนำไปขายหรือนำไปล้างแล้วอ้างว่าเป็นเจ้าของผลงานไป 

เมื่อถูกถามหนักๆ เข้า อเลฮานโดร โอเฆดา การ์บาฆาล ก็จำได้จึงพูดขึ้นมาว่า ใส่ถุงวางทิ้งไว้ที่ร้านเหล้าใกล้กับอาคารสำนักงานของหนังสือพิมพ์ต้นสังกัดนั่นเอง 

หนึ่งในทีมงานเล่าต่อว่า หลังช่วยกันไปหาถุงใส่ม้วนฟิล์มจนเจอก็นำไปล้างอย่างเร่งรีบเพื่อให้ทันตีพิมพ์ ซึ่งเมื่อเห็นภาพทุกคนก็ตะโกนดีใจพร้อมกัน แล้วบรรณาธิการก็ไฟเขียวให้ใช้เป็นภาพนำขึ้นหน้าหนึ่งเลย 

ภาพดังกล่าวถูกตีพิมพ์ขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ เอล เอร์รัลโด เด เม็กซิโก วันที่ 23 มิถุนายน 1986 ซึ่งเป็นวันรุ่งขึ้นหลังเหตุการณ์หัตถ์พระเจ้า ด้วยหัวข้อว่า Evidence ที่อาจถอดความเป็นไทยได้ว่า หลักฐานคาตา 

นี่คือภาพข่าวเด็ดระดับโลกที่ไม่มีหนังสือพิมพ์ฉบับไหนในเม็กซิโกหรือในโลกเทียบได้ แม้ว่า เอดูอาร์โด ลองโกนี ช่างภาพชาวอาร์เจนตินา จะถ่ายภาพที่ยอดเยี่ยมได้อีกมุมหนึ่งให้กับสำนักข่าว เอ็นเอ ในประเทศของเขา 

แต่ก็อยู่ในจังหวะที่ลูกบอลยังลอยห่างจากมือ ดิเอโก มาราโดนา ประมาณ 15 เซนติเมตร 

ส่วน จูเลียโน เบวิลัคควา ช่างภาพอิสระชาวอิตาลี ก็ได้ภาพมุมคล้ายกับ อเลฮานโดร โอเฆดา การ์บาฆาล จากฝั่งประตูอังกฤษ 

แต่เนื่องจากเขาต้องรีบเดินทางไปทำข่าวแมตช์สเปนพบเบลเยียมที่เมืองปวยบลาต่อทันที ทำให้เขาเพิ่งมารู้ตัวในวันรุ่งขึ้นว่าตัวเองก็มีภาพตอนที่ลูกบอลอัดเข้ากับกำปั้นของมาราโดนาเช่นกัน 

หลังภาพของ อเลฮานโดร โอเฆดา การ์บาฆาล ขึ้นหน้าหนึ่ง ผลกระทบที่ตามมานั้นรวดเร็วและรุนแรงมาก 

โดยมีหนังสือพิมพ์อังกฤษหลายฉบับเดินทางมาที่ห้องข่าวเพื่อขอซื้อภาพนี้ แต่เจ้าของหนังสือพิมพ์ เอล เอร์รัลโด เด เม็กซิโก ไม่ต้องการหากำไรจากตรงนี้ และขอเพียงแค่ให้เครดิตหนังสือพิมพ์กับชื่อของ อเลฮานโดร โอเฆดา เท่านั้น 

ทว่า หลายปีต่อมา ปริศนาเกี่ยวกับภาพถ่ายใบนี้ก็เกิดขึ้น เมื่อบางครั้งภาพนี้ถูกใส่ชื่อเครดิตเป็นของโอเฆดา

แต่บางครั้งกลับตกเป็นของช่างภาพชาวอังกฤษนามว่า โรเบิร์ต “บ็อบ” โธมัส ซึ่งปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์มาโดยตลอด 

ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าโธมัสซื้อลิขสิทธิ์นี้ไปจาก เอล เอร์รัลโด หรือจากตัวโอเฆดากันแน่ แม้แต่ลูกชายของช่างภาพเองก็ไม่รู้คำตอบ 

แต่ท้ายที่สุดลิขสิทธิ์ภาพก็ยังเป็นของ อเลฮานโดร โอเฆดา การ์บาฆาล โดยภายหลังลูกชายเผยว่า พ่อหยิ่งในศักดิ์ศรีของตากล้องมากและไม่ยอมขายลิขสิทธิ์ภาพ และปล่อยให้หนังสือพิมพ์ดูแล 

แม้ถ้ารับเงินข้อเสนอเงินถึง 10,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 336,000 บาทตามค่าเงินปัจจุบัน) ที่สามารถนำมาช่วยจุนเจือครอบครัวได้ก็ตาม 

อีกประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับภาพหัตถ์พระเจ้าคือตัวของ อเลฮานโดร โอเฆดา การ์บาฆาล

โดยเขาเป็นคนรักการถ่ายภาพที่แม้ไม่เคยผ่านการเรียนจากสถาบันไหน และงานประจำคือช่างตัดขนสุนัข 

แต่ผลงานโดยเฉพาะภาพด้านกีฬาก็ไปเข้าตาหนังสือพิมพ์จนได้ไปถ่ายภาพในฟุตบอลโลกมาหลายครั้ง ทั้งปี 1970 ปี 1974 ปี 1982 และปี 1986 ที่ได้ภาพประวัติศาสตร์มา รวมไปถึงครั้งต่อมาในปี 1990 

อเลฮานโดร โอเฆดา การ์บาฆาล เสียชีวิตในปี 1999 ด้วยวัย 65 ปี โดยลูกชายเผยว่า พ่อภูมิใจกับภาพหัตถ์พระเจ้ามาก 

เพราะเป็นการใช้ฝีมือด้วยกล้องแบบธรรมดาทั่วไป ไม่ใช่กล้องอัตโนมัติที่เพิ่งเริ่มมีใช้กันในยุคนั้น และพ่อก็ย้ำเสมอว่าให้ซื่อสัตย์ต่ออาชีพของตัวเอง 

หนึ่งในเพื่อนร่วมงานของ อเลฮานโดร โอเฆดา การ์บาฆาล เผยว่า ช่วงท้ายๆ ก่อนที่จะเสียชีวิต อเลฮานโดร ก็ยังคงกล่าวถึงภาพหัตถ์พระเจ้าด้วยความภูมิใจ 

แต่ขณะเดียวกันก็กล่าวติดตลกด้วยว่า ถ้าไปทำข่าวในทัวร์นาเมนต์ที่ ดิเอโก มาราโดนา ลงสนามด้วย แล้วเห็นนักเตะดังรายนี้ทำท่าจะกระโดด

เขาจะเตรียมกดชัตเตอร์กล้องรัวๆ รอไว้เลย เพื่อว่าจะได้ภาพหัตถ์พระเจ้าขึ้นมาอีกสักภาพ / elpais