ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย Food Delivery คือหนึ่งในธุรกิจที่ขยายตัวและมีการแข่งขันที่รุนแรง ผู้เล่นหน้าเก่าหน้าใหม่ต่างฟาดฟันกันด้วยโปรโมชั่นส่วนลดต่าง ๆ เพื่อดึงดูดการใช้งานของผู้บริโภค

ทำให้เราเห็นการเปรียบเทียบโปรโมชั่น ความคุ้มค่า และความสะดวกในการใช้งานแอปพลิเคชันของแต่ละแพลตฟอร์มให้เห็นกันอยู่บ่อย ๆ

แต่อีกมิติที่น้อยคนจะพูดถึงคือ การเปรียบเทียบจุดเด่นจุดด้อย Business Model ของแต่ละแบรนด์แต่ละแพลตฟอร์ม เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านอาหารเห็นถึงความแตกต่างกัน จุดเด่นจุดด้อย และแพลตฟอร์มไหน โมเดลไหน เหมาะกับ “ร้านอาหาร” แบบไหน หรือเหมาะกับ “ใคร”

เพราะอย่าลืมว่าในเกมธุรกิจ Food Delivery มีผู้ที่อยู่ใน Chain ธุรกิจ หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มีตั้งแต่กลุ่มคนขับรับ-ส่งอาหาร (ไรเดอร์ พาร์ตเนอร์คนขับ คนขับส่งอาหาร ฯลฯ), กลุ่มร้านอาหาร (ร้านอาหาร Merchant พาร์ตเนอร์ร้านอาหาร พาร์ตเนอร์ร้านค้า), กลุ่มลูกค้า/ผู้ใช้บริการ และผู้ประกอบการธุรกิจรับ-ส่งอาหาร/แพลตฟอร์มเอง

ดังนั้น เพื่อตอบโจทย์กับธุรกิจและความต้องการของผู้ประกอบการร้านอาหาร คนขับ ผู้บริโภคที่ใช้งาน รวมถึงเงื่อนไขที่แต่ละกลุ่มรับได้ Marketeer จึงรวบรวมรูปแบบ Business Model ของธุรกิจ Food Delivery ในบ้านเรามาเป็นความรู้ประกอบการตัดสินใจ

ทุกแพลตฟอร์มล้วนมีข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกัน ดังนั้นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งผู้บริโภค ร้านอาหาร หรือกระทั่งคนขับเอง ควรทำความเข้าใจให้ดีเพื่อใช้บริการหรือร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กับแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ตรงกับความต้องการ

ท้ายที่สุดคือเพื่อประโยชน์สูงสุดที่ตัวคุณเองจะได้รับ  



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน