เมื่อชีวิตเผชิญความลำบาก โจทย์ยากมากมายก็รุม ‘เล่นงาน’ แบบไม่ไว้หน้า และไม่สนว่า รวยหรือจน เป็นคนธรรมดาหรือสมาชิกราชวงศ์ นี่คือประเด็นหลักที่โลกได้รู้ผ่านการเปิดใจของเจ้าชาย Harry ในทอล์กโชว์ของ Oprah Winfrey เมื่ออาทิตย์ที่ 7 มี.ค. ผ่านมา

แต่พระองค์ยังเผยด้วยว่าชีวิตก็ไม่เลวร้ายไปเสียทั้งหมด เพราะโชคดีได้ Tyler Perry มหาเศรษฐีวงการบันเทิงสหรัฐฯ ยื่นมือเข้ามาช่วย เปิดบ้านให้เข้ามาพัก พร้อมทีมรักษาความปลอดภัยคุ้มกันโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

Prince Harry Tyler

“ตัวละครลับ” จากการสัมภาษณ์ครั้งนี้เกิดเมื่อ 13 กันยายน 1961 ในครอบครัวคนผิวสีที่เมือง New Orleans รัฐ Louisiana ที่พ่อใช้ความรุนแรง และทุบตีตนกับพี่น้องทุกครั้งเมื่อไม่ได้ดั่งใจ

Tyler PerryTyler Perry

เขายอมรับว่าเคยเกือบทนไม่ไหว คิดฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหา แต่ที่สุดก็ผ่านพ้นมาได้จากความช่วยเหลือของแม่และโบสถ์คริสต์ในละแวกบ้าน รวมถึงการเขียนจดหมายระบายให้ตัวเองฟังตามที่ Oprah Winfrey แนะนำ

ช่วง “หนีร้อนมาพึ่งเย็น” ในโบสถ์นี่เองที่ Tyler Perry พบว่า การแสดงสามารถทำให้ตัวเองและคนรอบข้างมีความสุขได้ ไม่ว่าปัญหาชีวิตรุมเร้าแค่ไหน เขาจึงไม่รอช้าเดินหน้าตามฝันแบบไฟลุกโชน ไม่กลัวความลำบาก

Tyler-Perry Young

เขาตัดสินใจสอบเทียบเอาวุฒิแทนการเรียนต่อในโรงเรียน และทำงานสารพัด ทั้งบริกรในโรงแรม เก็บเช็คและเซลส์ขายรถ เก็บเงินไปเช่าโรงละคร จ้างนักแสดง และทีมงานกลุ่มเล็ก ๆ เพื่อนำละครที่เขาเขียนบทและแสดงเองให้โลกได้เห็น หัวเราะและร้องไห้

การตามฝันช่วงแรก ๆ ของ Tyler Perry เต็มไปด้วยขวากหนามและทางขรุขระ เพราะเขาต้องประหยัดค่าใช้จ่ายสุด ๆ เพื่อให้มีเงินไปเช่าโรงละคร โดย ณ จุดต่ำสุดเขาต้องเป็นคนไร้บ้าน อาศัยนอนในรถหลายเดือน และเป็นคนงานในโรงละครที่เป็นลูกค้านั่นเอง

หลังละครเวทีสายฮาเริ่มเป็นที่รู้จักในแถบเมืองบ้านเกิด Tyler Perry ก็ขยับขยายเดินสายไปแสดงให้ชาวอเมริกันผิวสีได้ดูอีกหลายเมืองของสหรัฐฯ จนตั้งตัวได้ และดังในหมู่ชาวอเมริกันผิวสี

oprah Tyler Oprah Winfrey

จนปี 2001 Oprah Winfrey ติดต่อไปออกรายการ แต่ “เจ้าแม่รายการทอล์กโชว์” ไม่ได้แค่สัมภาษณ์เท่านั้น เพราะหลังเวทีเธอได้แนะนำให้ Tyler Perry บริหารจัดการเรื่องการเงินให้ดี โดยเฉพาะการเป็นเจ้าของผลงานของตัวเอง เพื่อต่อยอดและสร้างฐานะ

Tyler Perry ทำตามคำแนะนำนี้ เพราะจากนั้นเขาดูแลลิขสิทธิ์ผลงานของตัวเองเป็นอย่างดี และนำเงินที่ได้ถ่ายทำหนังจากบทที่เขียนเอง เพื่อเสนอค่ายหนังและสถานีโทรทัศน์เมื่อสบโอกาส 

แต่เขารอไม่ไหว ใช้ทุนตัวเองสร้างครอบครัวผิวสี “ขายขำ” เริ่มจาก Diary of a Mad Black Woman ออกมา ในปี 2005 และเป็นที่จดจำจาก Medea หญิงผิวสีรุ่นยาย ปากร้าย พูดตรง และใจดี ซึ่งเขาแสดงเอง

ปี 2007 ก็ดังขึ้นไปอีกหลัง TBS สถานีโทรทัศน์ทุ่มเงินในเครือ Warner ทุ่ม 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,158 ล้านบาท) เพื่อให้ Tyler Perry ย้าย House of Payne – Sitcom แนวครอบครัวสุดฮา จากช่อง CW มาออกอากาศยาว 90 ตอน

จากนั้น Tyler Perry ก็เป็นที่รู้จักมากขึ้นในสหรัฐฯ ขยับไปแสดงหนังหลายเรื่อง เช่น Gone Girl หรือ Star Trek และแน่นอนว่า รายการแนวขำ ๆ ที่เขาถนัดก็มีเพิ่มขึ้นในแพลตฟอร์มต่าง ๆ เมื่อมาถึงยุค Streaming Midea เฟื่องฟู

Tyler-Perry-Studios

Tyler Perry นำ “ดอกผล” จากความสำเร็จเหล่านี้ไปลงทุนเพิ่ม ทั้งสร้างซื้อโรงถ่ายหนัง บ้านพักหลายหลัง และซื้อหุ้น Streaming ยอดฮิตของคนผิวสี โดยการลงทุนเหล่านี้ทำให้เขาเริ่มเป็นเศรษฐี

และมีข่าวช่วยเหลือคนตกยากทั้งในวงการบันเทิงและคนอเมริกันทั่วไปออกมาเรื่อย ๆ เช่น ปี 2012 ออกเงินค่าเครื่องบินนำศพ Whitney Houston มายังพิธีศพและสุสาน  

ปี 2018 จ่ายเงิน 430,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 13 ล้านบาท) ให้ Walmart แทนชาวเมืองแอตแลนตาที่ประสบปัญหาการเงินเพื่อให้ได้ของที่มัดจำไว้ใช้ทันช่วงคริสต์มาส

christmas walmart layaway

ปี 2020 ที่ผ่านมา Tyler Perry ยังยื่นมือไปช่วยเจ้าชาย Harry กับ Meghan พระชายา รวมถึง Archie พระโอรส

Prince Harry

เจ้าชาย Harry ยอมรับระหว่างให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Oprah Winfrey ว่า ถ้าไม่ได้มหาเศรษฐีผิวสีรายนี้เปิดบ้านให้อยู่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะต้องรีบออกจากแคนาดามาสหรัฐฯ ก่อนพรมแดนปิด พร้อมเงื่อนไขต้องอยู่ได้อย่างปลอดภัยพักใหญ่กว่าที่วิกฤตโควิดจะซาลงไป และพ้นจากสายตาของปาปารัสซีด้วย

tyler-perry Harry

แม้ความช่วยเหลือครั้งนี้นำมาสู่การสัมภาษณ์ในรายการของ Oprah Winfrey เพราะเธอกับ Tyler Perry สนิทกัน แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เป็นการย้ำว่า Tyler Perry เป็นคนใจบุญที่เข้าใจหัวอกคนกำลังลำบากและไร้บ้าน แบบที่ตนประสบมาแล้ว/forbes, cnn, wikipedia, bbc

Rich_info Tyler

I-



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer