ตลาดโฆษณาดิจิทัล ปี 2020 เติบโตแค่ไหนในปีโควิด-19

และปีนี้จะเดินไปทิศทางไหนต่อ

Marketeer พามาหาคำตอบจากงานแถลงข่าวผ่าน Google Meet จากสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ DAAT กัน

1. โฆษณาดิจิทัลปีที่ผ่านมามีมูลค่า 21,058 ล้านบาท

แม้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 จะส่งผลให้ภาพรวมของเม็ดเงินบนสื่อดิจิทัลมีการเติบโตขึ้นอย่างเชื่องช้าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 แต่ครึ่งปีหลังการลงทุนในสื่อดิจิทัลสามารถกลับมาเติบโตได้

โดยเติบโตขึ้น 8% มากกว่าตัวเลขที่เคยคาดการณ์ไว้ช่วงกลางปีที่ผ่านมาว่าโฆษณาดิจิทัลจะเติบโตเพียง 0.3%

2. แม้โฆษณาดิจิทัลจะเติบโต แต่เป็นการเติบโตแค่ 1 ดิจิตเท่านั้น เพราะปกติแล้วโฆษณาดิจิทัลเติบโต 2 ดิจิตมาตลอด การเติบโตที่ลดลงนี้ก็มาจากแบรนด์หลายรายระมัดระวังการใช้จ่ายเงินค่อนข้างเยอะ ส่งผลต่อมายังปีนี้ที่ทิศทางของแบรนด์ที่จะโยกการใช้จ่ายจากสื่ออื่น ๆ มาลงในสื่อดิจิทัลมากขึ้น เพราะแลนด์สเคป และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป

รวมถึงการใช้งบในการบิลด์สร้างการรับรู้ของแบรนด์จะไม่มีมากเท่าเดิม แต่แบรนด์จะเปลี่ยนไปใช้งบเพื่อสร้างรีเทิร์นกลับมาเป็นยอดขายให้มากที่สุด

3. สำหรับปี 2021 แม้จะยังต้องเจอกับสถานการณ์โควิดที่ยังส่งผลต่อผู้บริโภคในการดำเนินชีวิต การท่องเที่ยว รวมไปถึงการจับจ่ายใช้สอย แต่ DAAT ได้ทำการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมโฆษณาดิจิทัลจะยังคงมีการเติบโตในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับปี 2563

คาดการณ์ว่าตลาดโฆษณาดิจิทัลจะเติบโต 8%  22,800 ล้านบาท

4.5 อันดับอุตสาหกรรมที่ใช้งบสูงสุดในปีที่ผ่านมา ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ รองลงมาคือ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ การสื่อสาร สกินแคร์ และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมตามลำดับ

โดยที่น่าจับตาคือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม ที่เบียดขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ส่วนอันดับ 5 ในปีก่อน ๆ  คือ กลุ่มธนาคาร ที่หลุดไปอยู่อันดับ 7 มีการใช้เม็ดเงินไปราว 933 ล้านบาท

ส่วนปีนี้ DAAT คาดการณ์ไว้ว่าอุตสาหกรรมที่ใช้เม็ดเงินสูงสุด 5 อันดับแรก คือ

1. ยานยนต์  2,921 ล้านบาท เติบโต 7%

2. เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 2,206 ล้านบาท  เติบโต 10%

3. สกินแคร์ 2,152 ล้านบาท เติบโต 11%

4. การสื่อสาร 2,138 ล้านบาท เติบโต 7%

5. ผลิตภัณฑ์จากนม 1,852 ล้านบาท เติบโต 7%

5. ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลดการใช้เงินในปีที่ผ่านมาอย่างมากคือ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (-36%) กลุ่มธุรกิจธนาคาร (-30%) กลุ่มธุรกิจประกัน (-22%) และกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม (-40%) เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของความต้องการและพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค

โดยเป็นครั้งแรกที่อสังหาริมทรัพย์ไม่ติดทอป 10 ของการใช้จ่ายโฆษณาสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2017 และทิศทางในปีนี้ก็น่าจะใช้งบลดลงอีก เพราะผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายเงินก้อนใหญ่มากขึ้น ขณะที่ลูกค้าที่ซื้อบ้าน/คอนโดเพื่อเก็งกำไรหายไปอย่างชัดเจน รวมถึงการกลับมาของลูกค้าต่างชาติที่จะเดินทางมาก็ยังไม่สามารถมาได้

ขณะที่กลุ่มธนาคาร ปีที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกที่ไม่ติด Top5  และยังคงต่อเนื่องมายังปีนี้  ที่ไม่ได้ลดลงแค่เฉพาะสื่อดิจิทัล แต่ลดลงในทุกสื่อ จากเหตุผลที่ต้องไปโฟกัสเม็ดเงินกับการพักชำระหนี้ ออกโครงการผ่อนชำระแบบต่าง ๆ ให้กับลูกค้า

แม้จะมีดีมานด์การกู้ยืมที่สูงขึ้น แต่ธนาคารก็ไม่สามารถให้เงินกู้กับทุกคนได้เพราะป้องกันหนี้เสียที่จะเกิดขึ้นตามมา

6. เฟซบุ๊ก และยูทูบ ยังคงเป็นแพลตฟอร์มหลักที่แบรนด์ต่าง ๆ เลือกใช้ในการสื่อสารกับผู้บริโภค

เม็ดเงินบนสื่อดิจิทัลประเภท เฟซบุ๊ก ยูทูบ และ ครีเอทีฟ สามารถครองสัดส่วนร้อยละ 60 ของเงินลงทุนในโฆษณาดิจิทัลทั้งหมดในปี 2563

ขณะที่ในปีนี้ Top5 ของแพลตฟอร์มปรับเปลี่ยนไม่เยอะ โดย DAAT คาดว่าแพลตฟอร์มโซเชียลที่รวมถึงดิจิทัลพีอาร์ อินฟลูเอนเซอร์ จะเติบโตขึ้นมาอยู่ในอันดับ 3 แทน

7. จากความร้อนแรงของ TikTok และอีคอมเมิร์ซ ที่เติบโตอย่างน่าสนใจในปีที่ผ่านมา และต่อเนื่องมายังปีนี้ทำให้ DAAT เพิ่มเข้ามาในการสำรวจในปีนี้

พบว่าปีที่ผ่านมาเม็ดเงินโฆษณาบนแพลตฟอร์ม TikTok อยู่ที่ 48 ล้านบาท และปีนี้จะเติบโตขึ้นอีก 21% มาอยู่ที่ 61 ล้านบาท ส่วนอีคอมเมิร์ซเม็ดเงินโฆษณาอยู่ที่ 106 ล้านบาท ปีนี้จะเพิ่มมาเป็น 123 ล้านบาท เติบโต 14%

8. ทิศทางการเติบโตของสื่อดิจิทัลนี้ ทำให้ DAAT มองว่า สื่อออนไลน์จะไม่ถูกจัดเป็นสื่อรองอีกต่อไป แต่จะกลายมาเป็นสื่อหลักในการที่แบรนด์ใช้สร้างการรับรู้ และเข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงจุดมากกว่าเดิม

I-



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน