เมื่ออากาศร้อนเริ่มย่างกรายเข้าสู่เมื่องไทย ก็ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นสำหรับ “สงครามแคมเปญซัมเมอร์” ที่เหล่าค่ายน้ำดำต่างทุ่มอัดงบการตลาด เพื่อช่วงชิงความ “ว้าว” และสร้าง “ยอดขาย” ให้อยู่เหนือคู่แข่งในตลาดมูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท รวมทั้งเป็นช่วงเวลาสำคัญในการชิง “ส่วนแบ่งการตลาด” ที่จะเป็นตัววัดว่าใครคือขาใหญ่ตัวจริง

ซึ่งในปี 2016 นี้ “3 ใน 5” ของค่ายน้ำดำ ต่างรุกสปอร์ตมาเก็ตติ้ง โดยเห็นพ้องต้องใจที่จะเลือกให้รางวัลใหญ่เป็น “แพ็คเกจทัวร์ไปชมฟุตบอล” ไม่ว่าจะเป็น “ศึกยูโร 2016” ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส และ “ศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2015–2016” ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศอิตาลี

โดยคู่เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดอย่าง “เป๊ปซี่ – เอส” ต่างใจป้ำให้ไปชมถึงรอบชิงชนะเลิศ ถึงแม้จะเป็นคนละการแข่งขันก็ตาม ด้านฟาก “บิ๊ก” ก็ไม่ขอน้อยหน้า ขอตีตั๋วให้ไปชมทีมชาติอังกฤษในรอบคัดเลือก เนื่องจากตัวเองเป็นสปอตเซอร์อยู่ โดยที่เรายังไม่เห็นวี่แววแคมเปญซัมเมอร์ของพี่ใหญ่อย่าง “โค้ก” เลย

 

เป๊ปซี่” อัดงบ 300 ล้าน พาคอบอลชมบิ๊กแมตช์ถึงอิตาลี

ถือเป็นเบอร์ 2 ที่รุกตลาดอย่างต่อเนื่องสำหรับ “เป๊ปซี่” ที่ในปีนี้ของอัดงบ 300 ล้านบาท สู้สงครามแคมเปญซัมเมอร์ ด้วยการรุกสปอร์ตมาเก็ตติ้ง โดยเปิดตัวแคมเปญ “เป๊ปซี่พา…ซ่า เชียร์ UEFA Champions League ถึงมิลาน 60 วัน 60รางวัล” โดยตั้งรางวัลใหญ่เป็นตั๋วชมการแข่งขัน ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2015–2016 รอบชิงชนะเลิศ ณ สนามซานซีโร่ในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ซึ่งเหตุผลหลักที่ “เป๊ปซี่” พาไปดูการแข่งขันนี้เนื่องจากได้เป็นสปอนเซอร์ในระดับโกลบอลถึง 3 ฤดูกาล ตั้งแต่ฤดูกาล 2015/2016 – 2017/2018

ซึ่ง “เป๊ปซี่” ได้มีการดึงตัวสองนักเตะทีมชาติอย่าง ‘เมสซี่เจ’ ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ ‘ตั้ม’ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อสร้างสีสันและปลุกกระแสเชียร์บอล นอกจากนี้ยังได้ออกออกแพ็กเกจจิ้ง ลิมิเตทอิดิชั่น ที่มาพร้อมลาย ‘เป๊ปซี่โมจิ’ ดีไซน์ฟุตบอลยูฟ่าฯ ที่มีให้เลือกถึง 12 ลาย ซึ่งที่ผ่านมา “เป๊ปซี่” ยังคงยึด 3 แนวทางหลักในการทำตลาด คือ สปอร์ตมาร์เกตติ้ง มิวสิกมาร์เกตติ้ง และฟูดมาร์เกตติ้ง โดยก่อนหน้านี้ “เป๊ปซี่” ก็เป็นพันธมิตรสปอนเซอร์กับทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมาแล้วรวม 2 ปี ซึ่งได้มีการออกแพ็กเกจจิ้ง ลิมิเตทอิดิชั่นร่วมกันอีกด้วย

โดยนอกจากแคมเปญนี้แล้วยังจะได้เห็นแคมเปญใหญ่ๆอีก 2-3 แคมเปญในไทย สำหรับซัมเมอร์นี้ “เป๊ปซี่” ได้ตั้งเป้าในการเติบโตช่วงซัมเมอร์ราว 15-20% คือตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม ซึ่งปัจจุบัน “เป๊ปซี่” เป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มน้ำดำในบรรจุภัณฑ์ประเภทไม่ต้องคืนขวด (Non-Returnable Packaging) ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 44 % ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา

 

เอส” ไม่น้อยหน้า ดึง “ณเดชน์” ร่วมแจม ทุ่ม 160 ล้าน จัดทัวร์เชียร์บอลที่ฝรั่งเศส

มาถึงคิวของ “เอส” หน้าใหม่แต่ประสบการณ์ไม่ใหม่ในตลาดน้ำดำกันบ้าง โดยที่ผ่านมา “เอส” ได้ทำตลาดมาเป็นเวลา 3 ปีแล้วภายใต้ “เสริมสุข” ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ “ไทยเบฟเวอเรจ” อีกหนึ่งต่อ สำหรับแคมเปญซัมเมอร์ ได้ทุ่มงบการตลาด 160 ล้านบาท จัดแคมเปญ “เอส เชียร์สุดซี้ด ต้อง SEAT ติดขอบ” โดยดึง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อเจาะกลุ่มวัยรุ่น พร้อมอัดรางวัลใหญ่เป็นตั๋วชมการแข่งขัน “ศึกยูโร 2016” ที่ประเทศฝรั่งเศส โดยมีการคาดการณ์ในช่วงซัมเมอร์ 3 เดือน “เอส” จะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 15%

ปัจจุบัน “เอส” มีส่วนแบ่งการตลาดที่ 10% หรือเทียบเท่ามูลค่าตลาดประมาณ 5,000 ล้านบาทสำหรับตลาดภายในประเทศ ด้านตลาดต่างประเทศ สามารถโกยส่วนแบ่งทางการตลาดได้ถึง 4% ภายในระยะเวลา 6 เดือนหลังจากเปิดตัวในประเทศมาเลเซีย ซึ่งในปี 2559 ได้ตั้งเป้ายังคงเดินหน้าบุกตลาดประเทศในกลุ่มเออีซีอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ประเทศกัมพูชา ลาว และเมียร์มาร์

 

บิ๊ก ” ปรับโฉมครั้งใหญ่ในรอบ 12 ปี พร้อมกับเปิดตัวรสชาติใหม่ ‘สละ’

ต่อกันด้วยแบรนด์ “บิ๊ก” กันบ้าง ที่ได้ถือโอกาสครอบรอบ 12 ปี ทำการปรับโฉมครั้งใหญ่ โดยใช้กลยุทธ์ทั้งหมด 7 ข้อ คือ1. ปรับสูตรใหม่ โดยมีเพิ่มคาเฟอีนขึ้นมา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไม่มี ทำให้ปัจจุบันสูตที่ไม่มีคาเฟอีนยังคงมีที่ประเทศเดียว คืออินโดนีเซีย, 2. ปรับขวด โดยการเปลี่ยนรูปแบบแพ็คเกจจิ้ง (ซึ่งถือเป็นการปรับพร้อมกันทั่วโลก) และย้ายฉลากจากล่างมาไว้กลางขวด ,3. ฉลากใหม่ โดยเปลี่ยนโลโก้และเปลี่ยนสีฉลากมาเป็นสีเหลือง

4. ฝา โดยการเปลี่ยนฝาให้เป็นไปตามสีของรสชาตินั้นๆ,5. ขนาดใหม่ โดยการเพิ่มขนาดใหม่ขึ้นมา คือ 300 มิลลิลิตร ในราคา 8 บาท พร้อมกับปรับราคาขายใหม่ ทำให้ในปัจจุบันมีทั้งหมด 5 ขนาด, 6. สร้างความว้าวให้แผนการตลาด โดยคาดว่าในปีนี้จะมีประมาณ 2-3 แคมเปญนอกจากช่วงซัมเมอร์, 7. รสชาติใหม่ คือ สละ โดย“บิ๊ก โคล่า”น้นกลุ่มน้ำสีเป็นหลัก เนื่องจากเห็นแนวโน้มการเติบโตจากปีก่อน

สำหรับแคมเปญซัมเมอร์ได้ใช้งบการตลาด 55 ล้านบาท ในชื่อ “บิ๊กใหม่ให้ลุ้นเชียร์ทีมอังกฤษที่ฝรังเศสในศึกฟุตบอลยูโร” โดยให้รางวัลใหญ่เป็นตั๋วชมทีมชาติอังกฤษ ใน “ศึกยูโร 2016” ที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเหตุผลหลักที่ “บิ๊ก” เลือกให้ไปชมทีมชาติอังกฤษ เนื่องจากได้เป็นสปอตเซอร์ของทีมชาติอังกฤษ ในเขตเอเชียมา 3 ปี ซึ่งแคมเปญในปีที่แล้วก็ให้รางวัลใหญ่ไปชมทีมชาติอังกฤษเหมือนกัน โดยแผนของ “บิ๊ก” ในปี 2559 ได้ตั้งเป้ายอดการขายโต 15% และตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้เป็น 10% จากปัจจุบันซึ่งมีอยู่ 7.6%