:: ถอดรหัส ‘เซนต์เมด’ กับธุรกิจเครื่องมือแพทย์ ::

การจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ในประเทศไทย ปี 2564-2565 คาดว่าจะมีมูลค่าเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 6.5 ต่อปี

จากปัจจัยการเจ็บป่วยของคนในประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพแห่งอาเซียน (Medical and Health Industry Hub) ที่มีความต้องการใช้เครื่องมือแพทย์ในการตรวจวินิจฉัยโรคที่ทันสมัยและใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

บริษัท เซนต์เมด จำกัด (มหาชน) หรือ SMD จึงเป็นหนึ่งในผู้นำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่สามารถรองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สูงอายุ รวมถึงมีประสิทธิภาพในการตรวจและรักษา นำไปสู่การถอดรหัสการทำธุรกิจโปรดักต์ทางการแพทย์ในครั้งนี้

เซนต์เมด คือใคร?

บมจ. เซนต์เมด เป็นบริษัทฯ ให้บริการนำเข้า จัดจำหน่ายและบริการเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ คุณภาพตามมาตรฐานระดับสากล ก้าวหน้าด้วยความเชี่ยวชาญของทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์มากว่า 20 ปี ซึ่งแน่นอนว่า บริษัทฯ นี้ไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ที่ต้องออกแรงปั้นธุรกิจท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจผันผวนที่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ แต่ บมจ. เซนต์เมดได้มีการดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์อันหลักแหลม ประกอบกับการมีพันธมิตรที่ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ชั้นนำของโลกมากกว่า 30 ราย กระจายตัวอยู่ในประเทศต่าง ๆ อาทิ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ออสเตรเลีย สวิตเซอร์แลนด์ และจีน เพื่อทำการจำหน่ายไปยังโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนในประเทศไทย

มุ่งเสริมศักยภาพ เพื่อก้าวสู่ความเป็นเลิศ Health Care Services

บมจ. เซนต์เมด มีความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำตัวแทนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ จากการผลักดันการดำเนินธุรกิจของผู้บริหารระดับมืออาชีพที่มีความเข้าใจในความต้องการของตลาดเครื่องมือแพทย์ ผสมผสานกับการใช้นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย ทำให้เป็นที่ไว้วางใจจากผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์จากบริษัทชั้นนำระดับโลก โดยเฉพาะสามารถเข้าถึงการให้บริการทางการแพทย์ของระบบสาธารณสุขของไทย ทำให้ธุรกิจมีโอกาสที่จะเติบโตรองรับความต้องการของการขยายตัวของตลาดเครื่องมือแพทย์มากขึ้น

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายฐานลูกค้าใหม่ในธุรกิจเครื่องมือแพทย์ โดยที่ไม่ลืมที่จะแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ในธุรกิจ เพื่อตอบสนองและรักษากลุ่มลูกค้าเดิมจากการพัฒนาโปรดักต์และการให้บริการที่มีคุณภาพ นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างยั่งยืน

การพัฒนาจุดแข็งของธุรกิจทำให้บริษัทฯ สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ทุกช่วง โดยเฉพาะการจับมือกับพันธมิตรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการผลิตผลิตภัณฑ์อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ อย่างบริษัท “Mindray” บริษัทยักษ์ใหญ่จากแดนมังกรที่อยู่ในตลาดนี้มากว่า 30 ปี ผลิตเครื่องช่วยหายใจเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วย โดยเฉพาะในช่วงเกิดสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ตลาดโลกต้องการเครื่องช่วยหายใจจำนวนมาก ยกตัวอย่างที่ประเทศสหรัฐฯ มีจำนวนเครื่องช่วยหายใจทั้งประเทศจำนวน 200,000 เครื่อง แต่การระบาดโควิด-19 ทำให้ผู้ป่วยในสหรัฐฯ ต้องการเครื่องช่วยหายใจอีกกว่า 960,000 เครื่อง

อย่างไรก็ตาม บมจ. เซนต์เมด ยังได้รับรางวัลอันทรงเกียรติที่การันตีฝีมือจากการดำเนินงาน ที่ขอหยิบยกมาพูดถึงสักเล็กน้อย ตัวอย่างรางวัล BEST PERFORMANCE AWARD ประจำปี 2020 จาก MINDRAY และ รางวัล LONG-TERM COOPERATION AWARD ประจำปี 2019 จาก MINDRAY รวมไปถึง รางวัล ASEANNA FY 19 Commercial Excellence Award ประจำปี 2019 จาก Hill-Rom

ธุรกิจทำรายได้เท่าไรในปี 2563

สำหรับผลิตภัณฑ์ของ บมจ. เซนต์เมดทำรายได้ปี 2563  กลุ่มสินค้าด้านเวชบำบัดวิกฤต ทำรายได้มากสุด อยู่ที่ 259.50 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 40.19 รองลงมา คือ กลุ่มสินค้าด้านการช่วยหายใจและเวชศาสตร์การนอนหลับ ทำรายได้อยู่ที่ 227.37 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 35.22 ถัดมาเป็นกลุ่มสินค้าด้านหทัยวิทยา ทำรายได้อยู่ที่ 74.56 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 11.55 และกลุ่มเครื่องมือแพทย์ทั่วไป ทำรายได้อยู่ที่ 54.44 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 8.43 และกลุ่มสินค้าสมาร์ทฮอสพิทอล ทำรายได้อยู่ที่ 26.77 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4.15 และกลุ่มอุปกรณ์ประกอบการใช้งาน  ทำรายได้อยู่ที่ 2.99 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.46 ตามลำดับ นอกจากรายได้จากการขายสินค้ากลุ่มต่างๆ ข้างต้น บริษัทฯ ยังมีรายได้จากการบริการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ บริการบำรุงรักษา บริการเช่าเครื่องมือแพทย์ และบริการตรวจการนอนหลับ อยู่ที่ 15.31 ล้านบาท

รายได้เหล่านี้มาจากการขายและการบริการที่มีกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาลรัฐบาลที่มีความต้องการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์จำนวนมาก เพราะผู้ป่วยมีจำนวนการเข้ารักษาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างที่เห็นกันคือ ผู้ป่วยที่ใช้สิทธิ์การรักษาของทางรัฐบาล ส่วนกลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการรองลงมา คือนิติบุคคลและบุคคลทั่วไป และโรงพยาบาลเอกชนอีกหลายแห่งที่มีความต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีความทันสมัย ตลอดจนกลุ่มลูกค้าที่เป็นมหาวิทยาลัยและสถาบันการแพทย์

ธุรกิจมีโอกาสเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างกว้างขวาง และมีแววจะเติบโตได้อีก อันเนื่องมาจากปัจจัยการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สูงอายุ และการก้าวเข้าสู่สังคมแห่งการดูแลด้านสุขภาพ เพื่อเป็นการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติรวมถึงเป็นธุรกิจที่เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องใกล้ตัว ทำให้ใคร ๆ ก็จำเป็นต้องมีต้นทุนชีวิตเพื่อเข้ารับการรักษา โดยเฉพาะหากเกิดสถานการณ์เคสฉุกเฉิน เครื่องมือทางการแพทย์ของบริษัทฯ ต้องช่วยเหลือได้…

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.saintmed.com/th

https://www.longtunman.com/22510

https://marketeeronline.co/archives/161862

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/929293



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน