เพราะธุรกิจก็คือธุรกิจ

หลังจากที่ บมจ. การบินกรุงเทพ เจ้าของสายการบินบางกอกแอร์เวย์สและสนามบินสมุย วางกลยุทธ์หารายได้จากสนามบินสมุย และลดค่าใช้จ่ายด้านบัญชี ด้วยการจัดตั้งกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุย เพื่อให้กองทุนนี้มาเช่าสนามบินสมุยเป็นเวลา 30 ปี นับตั้งแต่ 24 พฤศจิกายน 2549 จากบางกอกแอร์เวย์ส

 

และบางกอกแอร์เวย์สจะเข้ามาเช่าช่วงต่อจากกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุยกลับมาบริหารต่ออีกครั้ง

 

ในวันนี้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลที่สำคัญด้านรายได้กับธุรกิจสายการบิน

ทำให้คณะกรรมการ บมจ. การบินกรุงเทพ มีมติใหม่ ด้วยการขอยกเลิกสัญญาเช่าระยะยาวกับกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุยลง พร้อมจ่ายค่าตอบแทนยกเลิกสัญญาเป็นจำนวนเงิน 18,050 ล้านบาท

 

การยกเลิกสัญญานี้ทำให้บางกอกแอร์เวย์สดำเนินธุรกิจโดยไม่มีภาระค่าใช้จ่ายกับกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุย แต่ยังคงประกอบธุรกิจสายการบินบนสนามบินสมุยได้ตามเดิม

 

โดยสนามบินสมุยเป็นสนามบินที่มีความสำคัญกับ บมจ. การบินกรุงเทพ และบางกอกแอร์เวย์ส ในฐานะสนามบินเอกชนแห่งแรกของประเทศไทย ที่ บมจ. การบินกรุงเทพเป็นเจ้าของ

และเส้นทางสร้างรายได้หลักให้กับบางกอกแอร์เวย์ส ด้วยเที่ยวบินกรุงเทพ-สมุย มากถึง 79 เที่ยวต่อสัปดาห์ในปีที่ผ่านมา

และสมุยยังเป็นสนามบินที่สร้างรายได้หลักให้กับ บมจ. การบินกรุงเทพ จากการเปิดให้บริการวันละ 16 ชั่วโมง รองรับผู้โดยสารเข้าออกกว่า 8 แสนคน และจำนวนเที่ยวบินมากกว่า 10,000 เที่ยวบิน อ้างอิงจากรายงานประจำปี บมจ. การบินกรุงเทพ 2563

 

ทำให้สนามบินสมุยมีรายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมที่เดินทางออกจากสนามบินสมุยสูงสุดไม่เกิน 300 บาท สำหรับบินในประเทศ และสูงสุดไม่เกิน 600 บาทสำหรับบินต่างประเทศ, ค่าธรรมเนียมขึ้นลงเครื่องบินสูงสุดไม่เกิน 100 บาทต่อตัน และค่าบริการภาคพื้นดินต่าง ๆ อีกด้วย

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันสนามบินสมุยมีพื้นที่ใช้สอยกว่า 7,300 ตารางเมตร โดยประกอบไปด้วยอาคารผู้โดยสาร 6 อาคาร แบ่งเป็นอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ 4 อาคาร และอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ 2 อาคาร 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน