หลังสภาพเมืองร้างและความซบเซาอย่างรุนแรงเพราะวิกฤตโควิดในจีนเป็นอดีต จากการที่รัฐบาลทุ่มสรรพกำลังพิชิตการระบาดได้สำเร็จ ภาคธุรกิจ “แดนมังกร” ก็ทะยานกลับขึ้นมาแบบแกร่งสุด ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นมี Nayuki เครือร้านชาไข่มุกอายุไม่ถึง 10 ปีรวมอยู่ด้วย ที่นอกจากปิดปี 2020 ด้วยผลกำไรแล้ว ล่าสุดยังสามารถทำ IPO มูลค่า 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 20,000 ล้านบาท) ได้อีกด้วย

Nayuki8

ย้อนไปเมื่อปี 2012 เผิง ซิน สาวออฟฟิศชาวจีนวัยเบญจเพสตัดสินใจออกจาก Comfort Zone ทั้งที่ขึ้นเป็นถึงหัวเรือใหญ่ดูแลแบรนด์ให้บริษัท IT  แล้ว เพื่อตามฝันเปิดร้านกาแฟและชาไข่มุก

สาวออฟฟิศ Nayuki เผิง ซิน

ระหว่างนัดดูตัวครั้งหนึ่งในปีถัดมา เพื่อนแนะนำให้เธอได้รู้จักกับ จ้าว หลิน หนุ่มรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจอาหาร ทั้งคู่ไม่ได้แค่คุยกันถูกคอแต่ยังมีความต้องการทำธุรกิจใกล้เคียงกัน

นอกจากพัฒนาสู่การแต่งงานแล้ว พรหมลิขิตครั้งนั้นยังเป็นจุดเริ่มต้นของ Nayuki เครือร้านชาไข่มุกที่ทั้งคู่ปั้นร่วมกัน

ฝันเป็นจริง Nayuki จ้าว หลิน กับ เผิง ซิน คู่สามีภรรยาผู้ก่อตั้ง Nayuki 

Nayuki ประเดิมสาขาแรกในปี 2015 ที่ Excellence Century Center ตึกระฟ้าในเมืองเซินเจิ้นที่เต็มไปด้วยสำนักงานของบริษัทมากมาย และขยายอีก 2 สาขาให้หลังมาไม่นาน ซึ่งความใจร้อนดังกล่าวทำให้ธุรกิจสะดุด จนต้องนำบ้านไปจำนอง

หลังได้บทเรียนคู่สามีภรรยาต่างวัยแต่ใจตรงกัน ก็รอบคอบในการทำธุรกิจมากขึ้น แต่ยังไม่หยุดคิดใหญ่ โดยวางตำแหน่งเป็นเชนร้านชาไข่มุกระดับพรีเมียม ราคาเฉลี่ยแก้วละ 25 หยวน (ราว 124 บาท) แพงกว่าคู่แข่งถึง 2 เท่า ตั้งสาขาอยู่ในแหล่งธุรกิจ สามารถสั่งผ่านแอปและระบบเก็บสะสมแต้ม

โควิดยังกำไร Nayuki

จากนั้น Nayuki ก็กลายเป็นร้านชาไข่มุกยอดฮิตหมู่สาวออฟฟิศชาวจีนรุ่นใหม่ชาวจีน จนสามารถขยายสาขาได้อย่างต่อเนื่อง และขึ้นมาเป็นหนึ่งในคู่แข่งของ Starbucks ในจีน หลัง Luckin Coffee ฟุบยาวจากเหตุตกแต่งบัญชีสุดอื้อฉาว

Nayuki-SGปี 2018 ยอดขาย Nayuki โต 3 เท่าเป็น 170 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5,400 ล้านบาท) และทยอยขยายสาขาไปต่างประเทศทั้งญี่ปุ่น สิงคโปร์หรือแม้กระทั่งสหรัฐฯ

ส่วนปี 2020 แม้ซบเซาหนักช่วงวิกฤตโควิด แต่ก็ยังทำกำไร 2.6  ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 83  ล้านบาท) และปีเดียวกันยังระดมทุนได้อีกก้อนใหญ่ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเงินลงทุนจาก Yunfeng Capital ของ Jack Ma รวมอยู่ด้วย  

30 มิย Nayuki

ปีนี้ Nayuki มีสาขาเพิ่มเป็น 550 แห่ง และล่าสุดเพิ่งระดมทุนผ่าน IPO ในฮ่องกงได้ 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 20,000 ล้านบาท)

อีก 2 ปีจากนี้ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มอีกอย่างน้อย 300 แห่ง ท่ามกลางการเติบโตของตลาดชาพร้อมดื่มในจีนที่ปี 2025 มูลค่าจะเพิ่ม 3 เท่าจากปัจจุบันเป็น 53,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.7 ล้านล้านบาท)  

Hey Tea Nayuki

ความท้าทายของ Nayuki ต่อจากนี้คือ เพิ่มส่วนแบ่งตลาดจาก 17.7% ในปัจจุบันและแซงขึ้นอันดับ 1 ให้ได้ แต่งานนี้คงไม่ง่ายเพราะ HeyTea  เจ้าของอันดับ 1 ด้วยสัดส่วน 25.5% คงไม่ยอมอย่างแน่นอน/forbes, afp, scmp, pandaily, chinamaketinginsight

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน